| |
คำตอบที่ 3
ผมเคยตอบไว้ลองอ่านและพิจารณาดูครับ
ในรถยนต์ระบบหัวฉีดจะมีระบบตรวจสอบตัวเอง (Self Diagnosis System)
ระบบตรวจสอบตัวเองมีหน้าที่ตรวจสอบความบกพร่องของเซนเซอร์รวมทั้งความผิดปกติของวงจรไฟฟ้าต่างๆ ในระบบ โดยแสดงให้เห็นจากหลอดไฟตรวจสอบเครื่องยนต์ (Check Engine)
เซนเซอร์ต่างๆ ในรถยนต์ระบบหัวฉีดส่วนมากประกอบด้วย(อ่านได้ตาม Link ครับ)
http://www.tentip.com/modules.php?name=News&file=article&sid=109
การที่ไฟ Check Engine โชว์ขึ้นมาแสดงว่าขณะนั้นเครื่องยนต์กำลังมีระบบใดระบบหนึ่งมีปัญหามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นเพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบและจัดการแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อย การที่ไฟ Check Engine โชว์สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์จะไม่ใช่ปัญหาในส่วนของระบบกลไกต่างๆ แต่จะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของระบบอิเลคทรอนิคส์เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์เท่านั้น ในรถยนต์รุ่นใหม่ ระบบจะตัดการทำงานให้เป็น Save Mode โดยระบบจะ Lock ไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบสูง ให้แค่เราสามารถขับรถไปเข้าศูนย์บริการได้แค่นั้น เพื่อรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาควรจะนำรถไปให้ช่างที่มีความชำนาญเป็นผู้ตรวจเช็ค การตรวจเช็คที่ดีที่สุดคือ การใช้เครื่องมือในการสแกนค้นหาปัญหา
เมื่อไฟ Check Engine โชว์เราสามารถตรวจสอบได้ทุกกรณี โดยการใช้เครื่องมือเฉพาะ เพราะฉะนั้นเมื่อไฟ Check Engine โชว์ วิธีที่เราจะแก้ไขได้ดีที่สุดคือ เราต้องทราบก่อนว่าการผิดปกติมาจากสาเหตุใด และแก้ที่สาเหตุนั้น
การติดตั้งระบบ Gas ในรถยนต์ เป็นการดัดแปลงรถยนต์จากสภาพเดิม มีการตัดอุปกรณ์บางอย่างออกไป ติดตั้งบางส่วนเพิ่มขึ้น เชื้อเพลิงผิดไปจากการออกแบบมาจากโรงงาน ต้องมีการปรับจูนใหม่ให้เหมาะสม
เมื่อไฟ Check Engine โชว์ หลังการติดตั้งระบบ Gas สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ ต้องทราบให้ได้ก่อนว่าไฟ Check Engine โชว์ มาจากสาเหตุใด โดยการใช้เครื่องมือสแกน แล้วแก้ไขในจุดนั้น มีบางท่านไฟ Check Engine โชว์ในระบบ Gas แต่ระบบน้ำมันไม่โชว์ ตอนใช้งานระบบ Gas วิ่งดีไม่มีปัญหาอะไร แล้วบอกว่ารถตัวเองปกติ ผมว่าเป็นความคิดที่ผิด
เพราะเมื่อเราใช้รถยนต์แล้วไฟ Check Engine โชว์ แสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้น ถึงแม้เราจะทราบว่าสาเหตุมาจากอะไร เช่น ในรถรุ่นใหม่ ที่ติดตั้งระบบ Fix Mix การปรับจูนไม่ถูกต้อง และถึงแม้จะปรับจูนถูกต้อง แต่ระบบ Fix Mix เป็นระบบกลไก จะทำให้ถูกต้องแม่นยำเป็นเรื่องยาก ประกอบกับ O2 Sensor ในรุ่นใหม่จะอ่านค่าได้ไวมาก อ่านค่าได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็จะทำให้ไฟ Check Engine โชว์ตลอด การใช้งานจนกว่าเราจะดับเครื่องแล้ว Start ใหม่ หรือต้อง Reset ECU ใหม่
ในกรณีนี้ขณะเราใช้รถที่มีไฟ Check Engine โชว์ (เช่นขับรถทางไกล) ถึงแม้เราจะทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่เราต้องอย่าลืมว่า ยังมีระบบ Sensor อื่นๆ อีกถ้าเสียขึ้นมาเราก็ไม่สามารถทราบได้ เพราะไฟ Check Engine มีดวงเดียว และถ้าเราเจอเหตุการณ์นั้น การหาสาเหตุ และการแก้ปัญหาคงเป็นไปได้ยากขึ้น
สรุป .........ถ้าไฟ Check Engine โชว์ต้องหาสาเหตุ (เน้นมากๆๆๆๆๆ) และแก้ไขให้ตรงจุด ไม่ควรใช้รถยนต์ที่มีไฟ Check Engine โชว์ นั่นเท่ากับท่านกำลังใช้รถยนต์ที่การทำงานของเครื่องมีปัญหาอยู่
สาเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้ไฟ Check Engine โชว์ หลังการติดตั้งระบบ Gas
1. มีการตัดอุปกรณ์บางอย่างออกไป ส่วนใหญ่ไฟ Check Engine จะโชว์ทันที ที่ใช้งานระบบ Gas แต่เมื่อใช้งานระบบน้ำมันจะไม่โชว์ เช่นตัดระบบหัวฉีดน้ำมันออก ตัดการทำงานของ Fuel Pump แก้ไขได้โดยการใส่กล่องหลอกหัวฉีด
2. การปรับจูนไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่จะเป็นหลังจากใช้งานระบบ Gas ไปได้สักพัก หรือไม่โชว์ทันที เมื่อใช้เครื่องสแกนตรวจจะแจ้งว่า O2 Sensor อ่านค่าได้ไม่ตามมาตรฐาน แก้ไขได้โดยการปรับจูนใหม่ แต่ถ้าเป็นระบบ Fix Mix ในรถบางรุ่น(รุ่นใหม่ เช่น วีออส) อาจปรับยากมากๆๆๆ ต้องติดตั้งตัวหลอก O2 Sensor เพิ่ม(จำเป็นสำหรับบางรุ่นเท่านั้น) และให้ทำงานเฉพาะเมื่อใช้งานระบบ Gas เท่านั้น
หมายเหตุ : อาจจะมีอู่บางอู่ที่ติดตั้งระบบ Gas เอามาคุยว่าติดที่อู่ตัวเองแล้วไฟ Check Engine ไม่โชว์ แต่ใช้การตัดไฟ Check Engine ออก(เหมือนกับการถอดหลอดออก) ในระบบ Gas ทำให้ไฟ Check Engine ไม่มีทางโชว์เด็ดขาด รถที่ติด Gas ควรทดสอบโดย
1. เลือก Mode Start เป็น Gas
2. เปิดสวิทย์กุญแจไปที่ On
3. ไฟ Check Engine จะโชว์ขึ้นบนหน้าปัดนานประมาณ 5 วินาทีแล้วดับไป
4. เมือใดที่เปิดสวิทช์กุญแจ ON แล้วไฟ Check Engine ไม่โชว์แสดงว่ารถท่านโดนตัดไฟ Check Engine ออก
ขอให้ใช้รถในระบบ LPG ให้มีความสุขครับ
|
|