| |
คำตอบที่ 16
ที่อ.แอ้มบอกมาถูกต้องเลยครับผมติดแก๊ซมาเกือบ 1 ปีแล้ว เป็นอย่างนั้นจริงๆและผมได้แนะนำแบบเดียวกันแก่เพื่อนที่ใช้แก๊ซแล้วด้วย
อีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการสตารท์รถยากซึ่งผมเคยเจอมาแล้วและก็มีถามในWebบ้างเป็นระยะ
ที่สตารท์รถยาก คือ สตารท์2-3ครั้งรถถึงจะติดหรือ1ครั้ง แต่ลากยาวมาก วันไหนที่อากาศเย็นจัดเช่นรถตากฝนตกหนักทั้งคืนมีผลให้รถสตารท์ยาก ทั้งนี้เพราะน้ำที่วนมาที่หม้อต้มยังเย็นอยู่ทำให้LPG กลายเป็นไอได้ช้าลง
การสตารท์รถยากถ้าไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในรถเช่นแบตเตอรี,หัวเทียน,คอลย์สตารท์,ไดสตารท์เป็นต้น ก็จะเป็นปัญหาทางเทคนิคพอสรุปได้ดังนี้
1.จูนประหยัดแก๊ซเกินไปส่วนถ้าใช้สูตร อ.แอ้มแล้วไม่ค่อยมีปัญหา(กินแต่แรง ถ้ากินแล้วอืดไม่ใช่แอ้มแน่)
2.power valve อยู่ไกล Mixerเกินไป(เกิน90ซม)ทำให้แก๊ซเดินทางมาถึงช้า (ยิ่งใกล้ยิ่งดีสำหรับรถคาร์บูเพราะโอกาสเกิด back fire ได้ยากกว่า รถผมคาร์บู ติดแก๊ซแบบ fix-mix ตัวpower valve อยู่ห่าง Mixerปรมาณ 20ซม
3.ถังแก๊ซที่ใช้ถ้าใช้แบบธรรมดาคือแบบห้วเกลียวถ้าไม่ปิดจะมีแก๊ซไหลมารออยู่แล้วเมื่อบิดกุญแจให้รอสัก1-2นาทีไฟติดทำให้Selenoid valve เปิด แก๊ซไหลเข้าท่อที่ไปMixer แล้วสตารท์รถทำให้สตารท์รถได้ง่ายขึ้น
4.ถังแก๊ซที่ใช้แบบMulti-Valve และมีSelenoid valveที่ถัง เมื่อบิดกุญแจรอแก๊ซเกิน1นาที Selenoid valveที่ถัง จะเปิดและจะปิดโดยอัตโนมัต (ถ้าไม่มีการสตารท์รถเป็นระบบป้องกันแก๊ซรั่วในกรณีรถชนกันแล้วเครื่องยนต์ดับกุญแจรถยังเปิดคาอยู่และคนขับสลบ ถ้าใช้ระบบถังแบบนี้และใช้ไฟเลี้ยงSelenoid valveที่ถัง แบบนี้จะไม่มีข่าวรถแก๊ซไฟไหม้เนื่องจากแก๊ซรั่ว ) จะใช้วิธีแบบข้อ 3ไม่ได้ต้องใช้วิธีแบบข้อ2
|
|