จาก สายไหม
อังคารที่ , 29/8/2549
เวลา : 14:19
IP: 61.7.147.160
อ่านแล้ว = 790 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ปีที่ 57 ฉบับที่ 17752 วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม 2549
นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้ผ่อนผันการยืดระยะเวลาการยกเลิกชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่จะต้องพิจารณาปล่อยลอยตัวเดือน ก.ค. นี้ออกไปจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.49 เนื่องจากต้องการให้ภาคขนส่งโดยเฉพาะรถแท็กซี่มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์จากแอลพีจีเป็นก๊าซเอ็นจีวีให้ได้ 60,000 คัน ซึ่งปัจจุบันจากการรายงานของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พบว่า มีรถแท็กซี่ที่หันมาใช้ก๊าซเอ็นจีวีเพียง 7,000 คัน และกำหนดเป้าหมายในปีนี้จะต้องเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่ใช้เอ็นจีวีให้ได้ 33,000 คัน
การเลื่อนการลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจีไม่ได้มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ ต้องการให้เกิดความพร้อมมากกว่า โดยเฉพาะภาคขนส่งมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้เอ็นจีวีให้ได้ตามเป้าหมาย และเมื่อถึงสิ้นปีค่อยมาว่ากันใหม่ ซึ่งต้องเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ แต่หลักการปล่อยลอยตัวราคาแอลพีจีจะดำเนินการทั้งภาคขนส่งและภาคครัวเรือนไปพร้อมๆกัน ไม่แยกประเภทการลอยตัวราคาเพราะจะทำให้รั่วไหลได้ในระยะยาว
ด้านนายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า หากมีการปล่อยลอยตัวก๊าซหุงต้ม กองทุนน้ำมันไม่ต้องไปชดเชยราคาให้ โดยปัจจุบันอัตราการชดเชยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.77 บาท/กก. เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งตัว ซึ่งคำนวณเป็นภาระชดเชยต่อเดือนอยู่ที่ 800 ล้านบาท แต่กองทุนน้ำมันจำเป็นต้องทยอยจ่ายชดเชยให้กับผู้ค้าก๊าซเพียงเดือนละ 250 ล้านบาท จึงทำให้ยอดภาระหนี้ชดเชยค้างจ่ายกับผู้ค้าก๊าซฯประมาณ 10,000 ล้านบาท
ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมายอมรับว่ายอดการใช้แอลพีจีในรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 52% ซึ่งภาครัฐต้องการลดจำนวนในส่วนนี้ลงโดยรณรงค์ ให้มีการหันมาใช้เอ็นจีวีมากขึ้น โดยล่าสุด ได้ประสานงานกับทางกระทรวงคมนาคมกำหนดให้รถแท็กซี่ใหม่จะต้องใช้เครื่องยนต์เอ็นจีวีเท่านั้น นอกจากนี้จะต้องเร่งขยายปั๊มเอ็นจีวีมารองรับการให้บริการ ซึ่ง ปตท.ได้รายงานเบื้องต้นจะสามารถขยายสาขาใน กทม.ให้ได้ 127 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 52 แห่ง และจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 200 แห่งภายในปีนี้
จากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ
|