| |
คำตอบที่ 5
จากประสบการณ์ที่เจอเข้ากับตัวเอง E-CAR 1500 หัวฉีด ติด gas แบบหัวฉีด งบ > 40,000 บาท ติดที่ กม > 200,000 กม. วิ่งได้ดีอยู่ 2 เดือน
แจ๋วมาก ต่อมาเกิดปัญหา จะออกตัวหลังติดไฟแดง หรือขณะเลี้ยว เครื่องดับ (ออกตัวเร็ว) ถ้าค่อยๆเหยียบคันเร่งเบาๆ ๆ ค่อยๆเร่งจะไม่ดับ วิ่งหาช่างหลายที่ ทั้งเข้าศูนย์ใหญ่ เล็ก 3-4 ที่ไม่หาย มาจบปัญหาที่อู่ใกล้บ้าน ตรวจเช็ค ตั้ง จูนระบบไฟ ระบบเดินเบาทั้งระบบ จึงแก้ได้ ทางเทคนิค ระบบหัวฉีด ดีกว่าแน่นอน (รถรุ่นใหม่เป็นระบบหัวฉีด (น้ำมัน) ข้อเสีย ราคาติดตั้งแพงกว่าเท่าตัว หาร้านติดตั้งยาก มีน้อยร้าน รถส่วนมากไม่ค่อยติดแบบหัวฉีด เพราะมันแพงกว่า (บางคนเขาก็มี งบ พอ รวยพอ แต่มีเหตุผลของเขาที่จะไม่ติดหัวฉีด) คืนทุนช้า พวกหัวฉีด กิน gas เลยมีพวกน้อย หาคนปรึกษา ยาก พวกช่างต่างๆ ไม่ยากยุ่ง การจูนต้องไปร้านเดิม หากไปแล้วไม่หาย กลุ้มไปเลย ผมกลุ้มอยู่ 2 เดือนครับ ถ้าคิดเฉพาะการคืนทุน วิ่งเดือนละกี กม . เช่น 3000 กม*12 = 36,000 km/year กินน้ำมัน 12 km/1ลิตร กิน gas 11 กม/ลิตร (อาจ 11.1-11.5 ก็ได้) ค่าน้ำมันต่อ 1 km = 28บาท/12km = 2.35 บาท/km gas = 9.7/11= 0.90 บาท ประหยัด = 2.35-0.90 = 1.45 บาท ประหยัด =36000*1.45 บาท =52200 บาท ปีเดียวใช้เงินที่ประหยัดค่าเชื่อเพลิง ไปคืนเงินกู้คุณแม่ หรือแม่คุณได้หมด หาก gas ขึ้นราคา ก็เป็น ปีครึ่ง (เป็นการประมาณการ หากน้ำมันลดราคามาเหลือ 15 บาท ก็อาจต้องใช้เวลา 3 ปีได้ทุนคืน) ทำไมบางคนใช้รถคันละ > 1 ล้านบาท บางคนใช้คันละ .5 ล้าน วิ่งถึงที่หมายเหมือนกัน ขึ้นอยู่ที่แต่ละคนครับ
|
|