จาก Navy Boy
พฤหัสบดีที่ , 10/8/2549
เวลา : 11:22
IP: 124.157.141.130
อ่านแล้ว = 1519 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
แม่บ้านผวาเดือน ต.ค.รัฐขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ชี้เปรี้ยง 2 บาทต่อกิโลกรัม
นายวิเศษ จูภิบาล รมว.พลังงาน เปิดเผยความคืบหน้าการลอยตัวราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มในประเทศว่า ขณะนี้กำลังรอคำตอบที่ชัดเจนจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ว่าภายในเดือน ต.ค.นี้ ปตท.จะสามารถขยายปั๊มเอ็นจีวีครบ 200 แห่ง ได้หรือไม่ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่ต้องการใช้เอ็นจีวี เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันและก๊าซหุงต้ม เพื่อการขนส่ง หาก ปตท.ทำได้สำเร็จก็อาจจะประกาศนโยบายลอยตัวราคาก๊าซหุงต้มทันที ซึ่งจะทำให้ราคาปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จากปัจจุบันที่มีราคาขนาดถังยอดนิยม 15 กก. อยู่ที่ประมาณ 260 บาทต่อถัง ก็ต้องปรับขึ้นอีก 30 บาทต่อถัง หรือ 290 บาทต่อถัง (ยังไม่รวมค่าขนส่ง) ถือเป็นราคาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในภาคครัวเรือนมากนัก
หากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งขึ้นไปถึง 80 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ผมจะใช้มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของราคาขายปลีกในประเทศที่ต้องปรับเพิ่มขึ้น ด้วยการขอเจรจายืดระยะเวลาชำระหนี้ที่กองทุนน้ำมันไปกู้ยืมมาใช้ตรึงราคาขายปลีกก่อนหน้านี้ ที่ยังมีหนี้ค้างชำระประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยจะนำส่วนต่างของวงเงินที่ยืดหนี้ได้มาลดราคาขายปลีกเฉพาะน้ำมันดีเซลลงได้ประมาณ 45 สตางค์ต่อลิตร ส่วนน้ำมันเบนซินคงไม่เข้าไปให้การช่วยเหลือ
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า ปี 2549 ผู้ค้าน้ำมันทุกรายจะขาดทุนจากการค้าน้ำมันรวมกัน 15,000 ล้านบาท เพราะค่าการตลาดที่ลดต่ำลงจนถึงติดลบอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ ปตท.แบกรับภาระ 5,000 ล้านบาท เพราะมีส่วนแบ่งในตลาดน้ำมัน 30% ของตลาดรวม ขณะนี้ค่าการตลาดน้ำมันของผู้ค้าคือ เบนซิน 0 บาทต่อลิตร ดีเซลติดลบ 40 สตางค์ต่อลิตร ส่วนจะมีการขึ้นราคาในสัปดาห์นี้หรือไม่ ปตท.จะขึ้นราคาเป็นรายสุดท้าย สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ จำนวนปั๊มน้ำมันขนาดเล็กทยอยล้มหายไปจากระบบจำนวนหนึ่ง เพราะไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ แรงงานเด็กปั๊มได้
นายประเสริฐกล่าวว่า ปตท.กำลังศึกษาแผนการลงทุนในโรงกลั่นสตาร์ (SPRC) ที่ ปตท.ถือหุ้น 36% หลังจากที่บริษัทเชฟรอน จากสหรัฐฯ ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 64% มีแผนนำเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไตรมาส 1 ปี 2550 ซึ่ง ปตท.อาจขายหุ้นออกไป เนื่องจาก ปตท.อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งในอนาคตจะมีการนำโรงกลั่นน้ำมันระยอง (RRC) มารวมกันกับบริษัทอะโรเมติกส์ จำกัด (ATC) ด้วยวิธีให้ บริษัทใดบริษัทหนึ่งเข้าไปซื้อกิจการของอีกบริษัทหนึ่ง
ปตท.จะไม่เจรจาเพื่อควบรวม SPRC กับ RRC อีก เพราะถือว่าการเจรจาจบลงไปแล้วตั้งแต่ก่อนที่ RRC จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ จึงต้องต่างคนต่างเข้าตลาด หลักทรัพย์ด้วยตัวเอง ตามที่ได้ให้พันธกรณีกับรัฐบาลไว้ในช่วงที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันว่าจะนำหุ้นเข้ากระจายในตลาดหลักทรัพย์ หลังจาก SPRC เข้าตลาดหลักทรัพย์ ได้ สัดส่วนการถือหุ้นของ ปตท.จะลดเหลือ 25% เรื่องนี้ยังไม่ได้สรุปว่า ปตท.ต้องขายหุ้นออกไปหรือไม่ หากจะขายหุ้น ก็อาจขายให้แก่เชฟรอน หากต้องการซื้อ หรือขายให้แก่พันธมิตรเดิม และบริษัทลูก ปตท.
ทั้งนี้ นายวิเศษกล่าวในเรื่องนี้ว่า เชฟรอนได้สรุปแล้วว่าจะนำ SPRC เข้าไปในตลาดหลักทรัพย์ อย่างแน่นอน สำหรับโรงกลั่นเอสโซ่ เข้ามาตั้งโรงกลั่นก่อนมีการกำหนดเงื่อนไขนี้ ดังนั้น จะเข้าตลาดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลัง.
|