| |
คำตอบที่ 10
ปตท.น่าจะเจอทางตันทางด้านกฏหมาย(ซึ่งตราไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชน)ขู่มานานแล้วขึ้นไม่ได้ซักที ถ้าขึ้นชัก 5 บาทต่อลิตร ไม่ว่าจะเฉพาะยานยนต์รวมครัวเรือนหรือไม่ก็ตาม จะมีผลต่อคนทีรังเรใจว่าจะติดอะไรดี ต้องหันไปหา ngv. 100% ปตท.เลยต้องทำอะไรที่ดูแล้วตลกๆเหมือนคนตระโกนไล่นกกาลงมากินข้าว นานเข้าก็ไล่ไม่ไป กลัวอย่างเดียวที่รีรออยู่คงรอเลีอกตั้งเสร็จถ้าเป็นรัฐบาลต่อคงได้มีการแก้กฏหมายให้สามารถกำหนดราคาได้เอง
เรื่องตลกที่ลดภาษีรถนับหมื่นล้านเพื่อให้เอกชนในปตทได้ผลกำไรที่ขายngv.ได้,เงินไหลออกไปพม่า,เข้ากระเป๋าบริษัทสัมปทานngv.ในพม่า ทั้งที่ประเทศไทยกำลังถังแตก
ถ้ารัฐสนับสนุนให้ใช้lpg.ก็ไม่ต้องลดภาษีรถไหม่ ไม่ต้องลงทุนสร้างปั้มราคามหาศาล(คนขอเปิดปั้มlpvเป็นร้อย)เกษตรกรในชนบทก็นได้ประโยชน์ทั่วประเทศ(เครื่องอะไรที่ใช้น้ำมันก็ใช้แก๊สlpgได้ทั้งนั้น)ขนส่งสดวก หากปตทเป็นห่วงว่า lpg.มีราคาสูงสามารถทำกำไรเมื่อส่งออกได้ดี ก็ให้ส่งออกได้เมื่อใช้ภายในประเทศอย่างเพียงพอแล้ว ที่เหลือส่งออกโดยเก็บภาษีส่วนเกินราคาหน้าโรงกลั่นกับราคาตลาดโลก(เท่าที่พรรคการเมืองและนักวิชาการค้นพบคือ ประมาณ 8 บาท)นำไปช่วยลดให้กับน้ำมัน น่าจะเป็นวิธีที่ดี เพราะรัฐไม่เสียรายได้จากภาษีรถยนต์ บันเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทั่วถึงทั้งประเทศซึ่ง ngv. ช่วยไม่ได้ อีกทั้งรัฐได้ภาษีเต็มๆจากภาษีส่งออกlpg. ลดการนำเข้าน้ำมันซึ่ง
จะแพงกว่าปัจจุบันอีกหลายเท่าตัว สำหรับngv.ก็ได้ประโยชน์จากการที่ lpg. ราคาต่ำ เป็นหลักประกันว่า ngv. จะคงราคาเช่นนี้ตลอดไป หรืออาจลดราคาลงมาอีกเพื่อแข่งขันกับ lpg.ผลประโยชน์จะตกแก่ประชาชน พรรคการเมืองใดที่ทำประโยชน์เพื่อประชาชนทั้งประเทศก็สมควรเป็นรัฐบาล
|
|