จาก ting
จันทร์ที่ , 31/7/2549
เวลา : 15:30
IP: 58.147.78.184
อ่านแล้ว = 1255 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ปตท.เลือกใช้พื้นที่นิคมมาบตาพุดก่อสร้างท่าเรือขนถ่ายก๊าซ LNG มูลค่า 30,000 ล้านบาท หลังผลการศึกษาระบุท่าเรือ RBT กับท่าเรือ NFC ของปุ๋ยแห่งชาติเดิมที่ ปตท.เล็งไว้ไม่เหมาะสม ด้านปุ๋ย NFC ตัดใจรอลุ้นโครงการแท็งค์ฟาร์มเกิดหรือดับ
การตัดสินใจของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่จะสร้างสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Receiving Terminal) ในนามบริษัทพีทีที แอลเอ็นจี เพื่อรองรับการนำเข้า LNG จากประเทศอิหร่าน ด้วยการใช้พื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือ ได้ส่งผลกระทบต่อโครงการฟื้นฟูกิจการของบริษัทท่าเรือระยอง หรือ RBT ของบริษัท ปุ๋ยแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NFC ซึ่งเดิมทีได้เสนอให้บริษัท ปตท.ใช้ท่าเรือระยองนำเข้าก๊าซ LNG ด้วย
นายจิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง ปตท.และบริษัทปุ๋ยแห่งชาติ (NFC) มีการศึกษาร่วมกันถึงความเป็นไปได้ที่จะร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วยการร่วมทุนพัฒนาพื้นที่บริเวณท่าเรือระยอง ภายใต้บริษัทท่าเรือระยอง (RBT) ซึ่ง NFC เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการอยู่
การศึกษาได้ครอบคลุมถึงการใช้ท่าเรือระยองในการรับ-ส่งปิโตรเลียม-ปิโตรเคมีในเครือของ ปตท.ทั้งหมด รวมถึงความเป็นไปได้ในการรับก๊าซ LNG ด้วย แต่หลังจากที่พิจารณาผลการศึกษาแล้วพบว่าพื้นที่บริเวณท่าเรือระยองไม่เหมาะสม ทาง ปตท.จึงเปลี่ยนมาใช้พื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล มาบตาพุด จังหวัดระยอง ในการทำโครงการ LNG Receiving Terminal แทน โดยร่วมกับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
"แม้ว่าขณะนี้ทั้งบริษัท ปตท.และ NFC ยังไม่มีโครงการร่วมกันในการใช้ท่าเรือระยอง แต่ในอนาคตอาจจะมีความร่วมมือระหว่างกันก็ได้ เนื่องจากธุรกิจในเครือของ ปตท.ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง" นายจิตรพงษ์กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ NFC กล่าวในกรณีนี้ว่า โครงการท่าเรือรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG Receiving Terminal ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั้นเป็นคนละโครงการกับแผนฟื้นฟูกิจการของท่าเรือระยอง จำกัด หรือ RBT โดยแผนที่ RBT จะทำก็คือ โครงการแท็งค์ฟาร์มเกี่ยวกับสินค้าปิโตรเคมี ไม่เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งโครงการดังกล่าวทาง NFC ซึ่งเป็นผู้บริหารแผน RBT กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับทางในเครือของ ปตท.อยู่ ยังไม่ได้มีการล้มเลิกแต่อย่างไร
"ต้องยอมรับว่าโครงการ LNG Receiving Terminal ที่ ปตท.จะทำนั้นเดิมที ท่าเรือ RBT กับท่าเรือ NFC ก็เป็นตัวเลือกของ ปตท.ที่จะมาใช้ท่าเรือทั้ง 2 นี้ แต่เนื่องจากเรือที่ใช้ขนส่งก๊าซ LNG จะใหญ่มาก การเข้ามาส่งก๊าซแต่ละครั้งจะส่งผลให้กิจกรรมการขนส่งในท่าเรือในพื้นที่บริเวณรอบๆ จะต้องหยุดการดำเนินการทั้งหมด เมื่อเป็นอย่างนี้ทาง ปตท.จึงหันไปทำท่าเรือของตนเองในพื้นที่ส่วนที่ยังว่างอยู่ของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อเกิดความคล่องตัวและไม่กระทบต่อผู้อื่น" แหล่งข่าวกล่าว
ดังนั้น การที่ ปตท.ไม่เลือกใช้ท่าเรือของ NFC และ RBT จึงถือเป็นเรื่องดีกับบริษัท NFC เพราะโครงการของ ปตท.เป็นโครงการที่ใหญ่มาก ใช้เงินลงทุนเกือบ 30,000 ล้านบาท บริษัทไม่มีปัญญาไปร่วมลงทุนกับบริษัทในโครงการใหญ่ขนาดนั้นอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นโครงการแท็งค์ฟาร์มมูลค่า 4,000 ล้านบาทก็ยังพอที่จะร่วมลงทุนได้
ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กอน.) ได้อนุญาตให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ใช้พื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะ 2 จังหวัดระยอง เนื้อที่ประมาณ 755 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี เพื่อดำเนินโครงการท่าเรือรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG Receiving Terminal มีพื้นที่หน้าท่าประมาณ 1,000 เมตร รวมไปถึงโครงการอื่นๆ ของบริษัทในเครือ ปตท. ที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย โดยก๊าซ LNG ที่จะนำเข้าผ่านท่าเรือดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลักและใช้ในภาคอุตสาหกรรมด้วยส่วนหนึ่ง ตัวโครงการมีมูลค่าทั้งสิ้น 26,000 ล้านบาท จะใช้ลงทุนก่อสร้างในส่วนของคลังและท่าเรือ รวมถึงท่อก๊าซเพื่อกระจายไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกกว่า 300 กิโลเมตร มูลค่า 11,000 ล้านบาท โดย ปตท.จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมดในส่วนของท่อก๊าซ
|