| |
คำตอบที่ 5
การน็อกคืออาการระเบิดก่อนจุด ในช่วงที่เครื่องยนต์ทำงานมีความร้อนสูง พอไอดีถูกดูดเข้าไปในกระบอกสูบ ความร้อนในกระบอกสูบทำให้เกิดการระเบิดขึ้น โดยที่หัวเทียนยังไม่จุดระเบิด เมื่อเกิดอาการนี้ เครื่องยนต์ก็จะยิ่งร้อนมากขึ้น อาการน็อกก็จะมากขึ้น ออกเทนคือตัวเลขบ่งชี้ว่าเชื้อเพลิงประเภทนั้น ๆ สามารถทนความร้อนในกระบอกสูบได้มากน้อยแค่ไหน 20-30 ปีที่แล้วน้ำมันรถยนต์มีออกเทนประมาณ 60 กว่า ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ก็มีน้ำมันที่ใช้กับเครื่องบินที่มีออกเทนสูงกว่า 100 ก็เพราะเครื่องยนต์เครื่องบินสมัยที่ยังเป็นลูกสูบ มันมีลูกสูบเรียงกันเป็นวงกลม ระดับ 6 สูบ - 24 สูบ
ปัญหามันก็คือ เครื่องยนต์ลูกสูบเครื่องบิน มันระบายความร้อนด้วยอากาศ ความร้อนจึงสูงกว่าเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ
มาถึงกรณีรถแข่ง ที่ต้องน้ำมันออกเทนสูงนั้น ก็มีสาเหตุคล้าย ๆ กับกรณีของเครื่องบินลูกสูบของเครื่องบิน
เพราะเครื่องยนต์รถแข่งทั้งหมดจะรอบจัดมา หมุนกันมากกว่าหมื่นรอบต่อนาที ความร้อนก็สูง จึงต้องใช้ออกเทนสูง
เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่า ออกเทนสูงจะทำให้เครื่องแรง จึงเป็นความเชื่อที่ผิด
ผมเชื่อว่า (ความเชื่อส่วนตัว) มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้รถที่ติดแก๊สวิ่งอืดกว่าน้ำมันคือ
1 ถัง LPG น้ำหนักตั้งแต่ 20-30 กิโลกรัม
2 เมื่อบวกแก๊สที่เติม 70 ลิตรก็ประมาณ 35 กิโลกรัม บวกน้ำหนักถัง ก็ 50-60 กิโลกรัม
จากข้อ 1 และ ข้อ 2 มันทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่จะทำให้รู้สึกว่าวิ่งอืด
3 ค่าความร้อนของแก๊ส ต่ำกว่าน้ำมันอยู่เล็กน้อย ค่าความร้อนหมายถึง ความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงในปริมาณที่เท่ากัน เช่น ความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้ของน้ำมัน 1 กรัม ทำให้น้ำ 1 ลิตรเดือดได้ แต่ถ้าใช้แก๊ส จะต้องใช้แก๊ส 1.2 กรัม มาเผาไหม้จึงจะทำให้น้ำ 1 ลิตรเดือด
เมื่อพิจารณเหตุผลที่กล่าวมา น่าจะพอเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ติดแก๊สแล้วอืด ได้พอสมควร
|
|