ในเมื่อ LPG มีค่า อ๊อกเทน มากกว่าน้ำมันแล้วทำไมถึงไม่ smooth เหมือนน้ำมัน

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก Thanawuth
อังคารที่ , 25/7/2549
เวลา : 22:16
 IP:

203.188.32.3
อ่านแล้ว = 1433 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       รู้มาว่า LPG มีค่า อ๊อกเทนถึง 105 มากกว่าน้ำมันเบนซินทุกชนิด แต่ทำไมออกตัวอืด อัตราเร่งไม่เหมือนน้ำมัน ต้องเหยียบคันเร่งให้รอบสูงกว่าน้ำมันถึงจะวิ่งได้ใกล้เคียงกับน้ำมันครับและมีอาการใช้แก๊สแล้วสะดุดตอนออกตัวและเวลาวิ่งแล้วสับเปลี่ยนจากแก๊สเป็นนำมัน จากน้ำมันมาเป็นแก๊สครับ
(ในกรณีนี้ ของผมติดหัวฉีดสี่สูบของ Autronic แล้วมีความรู้สึกอย่างนี้ครับ) อยากทำให้ใกล้เคียงน้ำมันมากกว่านี้ครับ อยากแก้ไขครับ



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก tok ชลบุรี
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
22:21
 IP:
125.25.50.160

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       คล้ายๆ กันเลยครับ แต่ผมสะดุดตอนเปลี่ยน จาก แก๊ซเป็นน้ำมันอย่างเดียว เป็น เฉพาะตอนขับนะครับ ตอนเช้าเปลี่ยนครั้งแรกไม่กระตุก ก็งง อยุ่เหมือน กานครับ


 จาก อากง
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
22:52
 IP:
202.133.189.115

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ค่าออกเทนบอกคุณสมบัติต้านทานการน็อก (เขก นะครับ ไม่ใช่ knock out) ครับ
ไม่ได้บอกถึงพลังงานที่ได้


 จาก mitsushita
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
23:06
 IP:
58.9.108.72

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       จูนใหม่ครับ น่าจะหาย ผมใช้ไม่มีอาการอย่างว่า ครับ เร่งดี ไม่สะดุด ทุกย่านการสลับเปลี่ยน


 จาก ice
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
23:36
 IP:
58.64.107.129

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       เป็นเพราะค่าพลังงานที่ออกมาน้อยกว่าน้ำมันเมื่อเทียบต่อหน่วบครับ ส่วนอาการที่เป็นกันทั้ง 2 ท่าน เกิดจากสาเหตุของการจูนครับ ถ้าให้เดาน่าจะบางเกินไปล่ะ ลองปรับใหม่ให้หนากว่านี้น่าจะหายครับ


 จาก ScaRECroW
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
00:07
 IP:
161.200.255.164

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       การน็อกคืออาการระเบิดก่อนจุด ในช่วงที่เครื่องยนต์ทำงานมีความร้อนสูง พอไอดีถูกดูดเข้าไปในกระบอกสูบ ความร้อนในกระบอกสูบทำให้เกิดการระเบิดขึ้น โดยที่หัวเทียนยังไม่จุดระเบิด เมื่อเกิดอาการนี้ เครื่องยนต์ก็จะยิ่งร้อนมากขึ้น อาการน็อกก็จะมากขึ้น ออกเทนคือตัวเลขบ่งชี้ว่าเชื้อเพลิงประเภทนั้น ๆ สามารถทนความร้อนในกระบอกสูบได้มากน้อยแค่ไหน 20-30 ปีที่แล้วน้ำมันรถยนต์มีออกเทนประมาณ 60 กว่า ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ก็มีน้ำมันที่ใช้กับเครื่องบินที่มีออกเทนสูงกว่า 100 ก็เพราะเครื่องยนต์เครื่องบินสมัยที่ยังเป็นลูกสูบ มันมีลูกสูบเรียงกันเป็นวงกลม ระดับ 6 สูบ - 24 สูบ
ปัญหามันก็คือ เครื่องยนต์ลูกสูบเครื่องบิน มันระบายความร้อนด้วยอากาศ ความร้อนจึงสูงกว่าเครื่องยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ

มาถึงกรณีรถแข่ง ที่ต้องน้ำมันออกเทนสูงนั้น ก็มีสาเหตุคล้าย ๆ กับกรณีของเครื่องบินลูกสูบของเครื่องบิน
เพราะเครื่องยนต์รถแข่งทั้งหมดจะรอบจัดมา หมุนกันมากกว่าหมื่นรอบต่อนาที ความร้อนก็สูง จึงต้องใช้ออกเทนสูง

เพราะฉะนั้นความเชื่อที่ว่า ออกเทนสูงจะทำให้เครื่องแรง จึงเป็นความเชื่อที่ผิด

ผมเชื่อว่า (ความเชื่อส่วนตัว) มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้รถที่ติดแก๊สวิ่งอืดกว่าน้ำมันคือ
1 ถัง LPG น้ำหนักตั้งแต่ 20-30 กิโลกรัม
2 เมื่อบวกแก๊สที่เติม 70 ลิตรก็ประมาณ 35 กิโลกรัม บวกน้ำหนักถัง ก็ 50-60 กิโลกรัม
จากข้อ 1 และ ข้อ 2 มันทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่จะทำให้รู้สึกว่าวิ่งอืด
3 ค่าความร้อนของแก๊ส ต่ำกว่าน้ำมันอยู่เล็กน้อย ค่าความร้อนหมายถึง ความร้อนที่ได้จากเชื้อเพลิงในปริมาณที่เท่ากัน เช่น ความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้ของน้ำมัน 1 กรัม ทำให้น้ำ 1 ลิตรเดือดได้ แต่ถ้าใช้แก๊ส จะต้องใช้แก๊ส 1.2 กรัม มาเผาไหม้จึงจะทำให้น้ำ 1 ลิตรเดือด

เมื่อพิจารณเหตุผลที่กล่าวมา น่าจะพอเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ติดแก๊สแล้วอืด ได้พอสมควร


 จาก แ
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
02:08
 IP:
203.156.113.122

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       มีเหตุผล


 จาก กบ
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
03:15
 IP:
203.209.98.202

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       เคยอ่านเจอว่าแก็สใช้เวลาในการจุดระเบิดช้ากว่าน้ำมันเป็นไปได้ว่าองศาไฟเดิมตั้งให้ใช้กับน้ำมันแล้วมาใช้กับแก็สทำให้ไฟอ่อนเลยกำลังตก เหมือนน้ำมันตั้งไฟอ่อนแล้ววิ่งไมออก ด้วยเหตุนี้จึงต้องจุนองศาไฟใหม่


 จาก วาซุตะคุง v( ^o^ )v
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
07:21
 IP:
203.146.6.101

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ผมเคยเหยียบปู๊ดดดด ได้ 90 แล้วไหลไปถึง 110 ได้ (ถึง 120 ก็ได้ แต่ไหลไกลหน่อย)

แต่พอติดแก๊สมาแล้ว

ผมเหยียบปู๊ดดด ได้แค่ 80 แต่ไหลถึง 130 แป๊ปเดียวเอง - -"

แฟนบอกว่า "เธอขับรถนิ่มขึ้นนะ"
ผมนึกในใจว่า "ก็มันไม่พุ่งเองนี่หน่า....."


 จาก วิศวเกิน
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
09:01
 IP:
61.47.108.143

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       คนไทยมักจะคิดว่ายิ่งสูงยิ่งดี แต่ที่จริงแล้ว
ค่าอ๊อคเทนยิ่งสูงยิ่งวาบไฟช้า...กว่าอ๊อคเทนต่ำ
ข้อดีของอ๊อคเทนสูงก็คือทนแรงอัดได้มากขึ้น(ก่อนจุดระเบิดตัวเอง) ทำให้สามารถทำเครื่องยนต์แรงอัดสูง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ก็สูงขึ้น
เครื่องยนต์ที่ออกแบบให้ใช้น้ำมันอ๊อคเทนต่ำ เปลี่ยนมาใช้น้ำมันอ๊อคเทนสูง ถ้าตั้งไฟเหมาะๆก็จะซดน้ำมันเท่ากัน เพราะพลังงานได้มาจากค่าพลังงานความร้อนของน้ำมัน ส่วนค่าอ๊อคเทนได้มาจากสารที่ไม่มีนัยยะทางพลังงาน

เข้าเรื่องแก๊สกับน้ำมัน
แก๊สมีค่าอ๊อคเทนสูงกว่าน้ำมัน 95 ก็จริง แต่การวาบไฟดีกว่าน้ำมันเพราะเป็นแก๊ส ไม่เป็นละอองหรือหยดเหมือนน้ำมัน
ถ้าระบบจ่ายแก๊สสมบูรณ์ ตั้งไฟถูกต้อง ก็ควรใกล้เคียงน้ำมัน แต่ไม่ใช่เพราะค่าอ๊อคเทน
ถ้าเป็นระบบหัวฉีดแก๊สแล้วยังห่างชั้นน้ำมันมาก ก็ต้องพิจารณาระบบ คนติดตั้ง คนจูน ฯลฯ
ยิ่งเป็นระบบ Mixer ไม่ต้องพูดถึง เพราะคนออกแบบ Mixer เป็นช่างซ่อมแท๊กซี่เมื่อ 30 ปีก่อน ยังใช้กันอยู่ถึงปัจจุบัน!!!!!


 จาก Frank
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
09:25
 IP:
203.170.161.247

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ออกเทน หมายถึง น้ำมันซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีสูตรโมเลกุลประกอบด้วยคาร์บอน 8 ตัว(octa=8) ถ้ากลั่นได้ออกเทนทั้งหมดไม่มีไฮโดรคาร์บอนอื่นปนเลยถือว่ามีค่า 100% ก็คือออกเทน 100 นั่นเอง ค่านี้จะเผาไหม้กับเครื่องยนต์ที่มีการจุดระเบิดด้วยหัวเทียน แรงอัดปกติได้ดีที่สุดคือค่อยๆเผาไหม้จนหมดตอนลูกสูบถึงจุดต่ำสุดพอดี นั่นหมายถึงค่าออกเทนที่มากหรือน้อยกว่านี้ไม่ใช่ค่าที่เหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ปรับแต่ง ความแรงของเครื่องยนต์ขึ้นอยู่กับความสามารถในการพารถให้เคลื่อนให้เร็วที่สุด ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ค่าออกเทนที่เกิน100เพียงเป็นค่าเปรียบเทียบว่าน้ำมันนั้นจุดระเบิดแล้วเผาไหม้นานกว่าออกเทน100เพียงใด ยิ่งจุดระเบิดช้ายิ่งมีโอกาสชิงจุดทำให้เกิดการน็อคได้ยากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะฉุดรถให้วิ่งเร็วขึ้น พลังนั้นเกิดจากอัตราการสลายพันธะระหว่างคาร์บอนโดยทำให้มันมารวมตัวกับออกซิเจนด้วยการเผาไหม้แบบต่างๆที่เราเรียกว่าการสันดาปซึ่งเกี่ยวกับโครงสร้างโมเลกุลและระบบการเผาไหม้ไม่เกี่ยวกับค่าออกเทนแต่ประการใด ส่วนการวิ่งนิ่มขึ้นอยู่กับการเกิดกำทอนน้อยที่สุดของทุกจุดที่สั่นสะเทือนได้ขณะรถวิ่งซึ่งจะมีค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อ
1.ส่วนผสมหนาขึ้น คลื่นไอดี-ไอเสียไม่สมดุลอาจเป็นบางช่วงหรือทุกช่วงรอบก็ได้
2.จุดซับความสั่นสะเทือนเสื่อม เช่นลูกยางต่างๆ
3.รถเก่าลงแล้วไม่เคยดูแลทั้งเครื่องและตัวถัง
4.รถพิการมาด้วยสาเหตุต่างๆ
ฯลฯ ที่ทำให้การกำทอนเสริมเพิ่มขึ้น เขาถึงไม่ให้ขับรถใหม่บ่อยๆไงไม่งั้นจะเสียนิสัยเพราะมันเงียบและนิ่มกว่ารถเก่านั่นเอง


 จาก CoCoa
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
09:38
 IP:
203.150.206.170

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       คืองี้ครับ ค่า Heating Value ของแก้สมากกว่าน้ำมันครับ ย้ำครับว่ามากกว่า แต่มากกว่าโดยสัดส่วนมวล(by mass)
Octane แก้สก็มากกว่าน้ำมัน โดยมวลเช่นเดียวกัน
แต่เราไม่สามารถนำมวลของแก้สเข้าไปแทนที่มวลของน้ำมันสำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาใช้น้ำมันได้เนื่องจากปัญหาเรื่องการจ่ายเชื้อเพลิง ซึ่งจะเห็นได้ชัดกับระบบ Mixer ทั้งหลายแหล่ มีแก้สเข้าไปแต่ก็ไม่เพียงพอถึงจะมีปริมาตรมาก แต่แท้จริงแล้วมวลก็น้อยกว่าอยู่ดีเนื่องจากแก้สมี density ต่างกับน้ำมันมากๆ แก้สที่เข้าไปจึงไม่เพียงพอ ดังนั้นเครื่องยนต์จึงมีประสิทธิถาพสูงสุดไม่ได้เมื่อใช้แก้สกับระบบตระกูลนี้
ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้เครื่องยนต์ใช้แก้สได้เต็มประสิทธิภาพต้องทำให้ระบบการจ่ายแก้สไปยังห้องเผาไหม้เพียงพอ จึงมีการพัฒนาระบบจ่ายแก้สให้เพียงพอต่อความต้องการของเครื่องยนต์นั่นก็คือระบบหัวฉีดแก้สไงครับ ซึ่งเราคงได้ยินมากันบ้างหล่ะ ว่าคนที่ไปติดระบบหัวฉีดมาบอกว่าวิ่งไม่แตกต่างจากน้ำมัน ก็ด้วยเหตุผลนี้หล่ะครับ

สรุปง่ายๆ แก้สดีกว่าน้ำมันทั้งค่าความร้อนและ Octane แต่ติดปัญหาในระบบ Feed เชื้อเพลิงแก้ส เราจึงใช้แก้สที่ว่าดีเนี่ยไม่เต็มประสิทธิภาพของมัน เรียกว่ามี 100 ใช้สัก 70-80 เท่านั้น หรือเหมือนกินเป็ปซี่ผสมน้ำ รสชาติจืดกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งที่จริงแล้วเป๊ปซี่ออกจะหวานและซ่าจนหยดสุดท้าย ฉันใดก็ฉันนั้น


 จาก ole
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
09:56
 IP:
202.129.57.20

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       Autronic
ติดตั้ง
1. ตำแหน่งจุดฉีดแกสบนท่อไอดี พยามให้อยู่ใกล้หัวฉีดน้ำมันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องมีระยะห่างเท่ากันทุกสูบ
2. สายยางจากหัวฉีดถึงจุดต่อท่อไอดี ต้องสั้นที่สุด ตัดให้เท่ากันทุกสูบ ความยาวต้องไม่เกิน 10 cm
3. ท่อน้ำร้อนเข้า ออก ที่ท่อปรับความดันไอ ต้องต่อให้ถูกต้องและมีระบบน้ำมาเวียนจริงๆ ของต่างประเทศเคยเห็นเขาเอา ฉนวนมาหุ้มทับไว้อีกชั้น

จูน
1. เซ็ทอัป ค่าต่างๆ ของหัวฉีดให้ถูกต้อง เบอร์หัวฉีดที่ใช้ ลำดับการฉีด
2. ทำออโตจูน ทำตอนเครื่องร้อนถึงอุณหถูมิทำงาน ต้องปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถให้หมด ตอนที่2 ให้เร่งเครื่อง 3000 รอบ เมื่อเร่งถึง 3000 แล้ว กดเท้าแช่ไว้นิ่งๆ จบจบการจูน ไม่ต้องขยับตามเมื่อรอบตก
3. ทำออโตจูน 2-3 ครั้ง จนตัวเลขที่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่มาก
4. ทดลองวิ่งดู วิ่งด้วยความเร็วคงที่ รอบเครื่อง ประมาณ 2000 มีอาการกระตุก ก็เพิ่มค่า ใน Section2
เหยียบเร่งแซง ไม่ค่อยมีแรงจะแซงเหมือนน้ำมัน ปรับค่าใน Section3 จอดติดไฟแดงมีอาการไม่เหมือนน้ำมัน ปรับค่าใน Section1
5. การจูนเทียบจากการทำงานในโหมดน้ำมันเป็นหลัก อาการของน้ำมันเป็นยังไงแกสก็ไม่ต่างมากนัก เพราะรถแต่ละรุ่นไม่เหมือนกันครับ
6. นี่เป็นเพียงพื้นฐาน ถ้าจะให้ละเอียดกว่านี้ก็ได้ ยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ควรให้มือโปรมาทำให้ดีกว่าครับ ผมไม่สามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ทั้งหมด


 จาก ฟหกด
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
12:13
 IP:
203.154.152.254

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       Up ความรู้ล้วนๆ ไม่มีโฆษณา ขอบคุนครับ


 จาก แงซาย:TAC 35
 พุธ, 26/7/2549
 เวลา :
13:38
 IP:
61.90.144.82

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
      
smooth หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่การปรับจูน
ระบบหัวฉีดแก็สจะต้องวิ่งดีระบบ Fixed Mix.
เหตุผล เพราะไม่มี Mixer มาขวางทางเดินอากาศ ประสิทธิภาพการประจุไอดี ทำได้ตามที่ออกแบบมา
Fixed Mix ยังจูนให้วิ่ง smooth ได้เลย
หัวฉีดต้องทำได้ดีกว่า จริงม่ะ

แรงม้าสูงสุด
Fixed Mix ตำ่กว่า นำ้มันแน่นอน แต่รูสึกวิ่งดีกว่าเพราะ แรงบิด และ แรงม้ามาเร็วกว่า
ถ้าออกแบบมิกเซอร์ ติดตั้ง ปรับจูนได้ดี
หัวฉีดแก็ส ใกล้เคียงหรืออาจะสูงกว่านิดหน่อย
ขึ้นอยู่กัย Tuner และ ความสามารถของ ECU แก็ส
แต่ถ้าเพิ่ม อัตราส่วนการอัดได้สัก 12.5:1 ได้แรงม้าเพิ่มแน่ๆ


คำถามนี้มีทั้งหมด 14 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)