| |
คำตอบที่ 6
จากประสบการณ์ กล่องหลอกหัวฉีด (ขอเรียกตามชื่อสินค้าเค้าละกัน) ยี่ห้อ magic
หลักการทำงาน มันจะใช้รีเลย์ตัดต่อหัวฉีด คือถ้ามันไม่ทำงาน ขา C กับ NC จะต่อถึงกัน (C= common คือ ขาร่วม NC= normal close คือ ปกติปิดวงจร) ซึ่งสายที่ไปยังหัวฉีด เส้นนึง จะต่อตรง ๆ ไปยังหัวฉีดเลย ส่วนอีกเส้นนึง จะเข้าขา C แล้วขา NC จะต่อไปยังยังกล่อง ECU
ระหว่างขา C กับ NC เค้าต่อด้วยความต้านทาน ค่า 100 โอห์ม เวลามันทำงาน ขารีเลย์ C จะไม่ต่อกับ NC แต่ C จะไปต่อกับ NO แทน (ซึ่ง NO ปล่อยลอยไว้ ไม่ได้ใช้งาน NO= Normal Open คือ ปกติเปิดวงจร) ผลของการที่รีเลย์ทำงาน คือไฟจากกล่อง ECU ที่จะไปยังหัวฉีด มันจะต้องไหลผ่านความต้านทาน 100 โอห์ม มีผลอย่างไรหละ ตัวต้านทาน มันมีหน้าที่ลดกระแสไฟที่ไหลในวงจร คิดเล่น ๆ นะครับ
ผมเคยวัดความต้านทานของหัวฉีดได้ 15 โอห์ม (บอกไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะมีคนมาแย้งผม หัวฉีดจริง ๆ มันเป็น L คือเป็นขดลวด แต่ผมขออธิบายเป็นตัวต้านทาน มันจะอธิบายง่ายกว่า ไม่งั้น มึนแย่เลย ถ้าคิดว่ามันเป็น L)
มาเข้าเรื่องต่อ สมมุติ แรงดันไฟเลี้ยงหัวฉีด 12 V ความต้านทานหัวฉีด 15 โอห์ม
จากกฏของโอห์ม I = E/R , I=12/15 , I = 0.8 A (หน่วย แอมแปร์)
ทีนี้ ถ้ามีตัวต้านทาน 100 โอห์ม ต่ออนุกรมกับหัวฉีดหละ จะเป็นยังไง
จากกฏของโอห์ม อีกเช่นเคย I= E/R , I= 12/(15+100) , I=12/115 , I=0.104 A
เมื่อเทียบกระแส เมื่อไม่ได้ผ่านกล่องหลอกหัวฉีด กับผ่านกล่อง (โดยผ่านตัวต้านทานภายในกล่อง) ท่านจะเห็นว่า กระแสลดลงไปเกือบ 8 เท่า ผมเลยเดาว่า หัวฉีดน่าจะทำงานไม่ได้ หรืออาจทำงานได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่เดาว่า ไม่น่าทำงานมากกว่า
ไม่รู้ว่า ท่านอื่น ๆ ที่ไม่มีพื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์จะ งง ๆ อึ้ง ๆ หรือไม่ เอาเป็นว่า ผมพยายามอธิบายแบบสุดความสามารถแล้วละกัน 555
ปล. ทิ้งท้ายไว้นิด เผื่อมีคนเรียนอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน แล้วมาแย้งผม ถ้าผมคิดว่าหัวฉีดเป็น L มันจะมีผลเรื่องความถี่ที่หัวฉีดทำงาน ทีนี้หละ อธิบายกันเป็นหน้าก็ไม่จบ ซึ่งผมก็อธิบายไม่ได้ซะด้วยสิ ลืมไปหมดแล้ว
อ๋อ อีกนิดนึง ทิ้งท้าย ถ้าเป็นรถ mitsu รุ่นอื่นไม่ทราบนะ แต่ถ้า F-style ที่ใช้เครื่อง 4G92 CK4 ถ้าไม่ติดกล่องหลอก แบบที่อู่ประหยัด ๆ เค้าทำกัน โดยตัดหัวฉีดด้วยรีเลย์ แบบไม่มีการหลอก จะมีผลทำให้ ไฟเช็คเอ็นจิ้นโชว์นะครับ ถ้าใครไม่เชื่อ เวลาเครื่องทำงาน ลองถอดปลั๊กหัวฉีดออกสักหัวนึงสิ ไฟโชว์ให้เห็นเลย
|
|