โทมาเซทโต้ กับ Magic อะไรดีกว่ากันครับ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก อยากรู้
ศุกร์ที่ , 21/7/2549
เวลา : 20:11
 IP:

203.113.66.72
อ่านแล้ว = 2276 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       รถของผมนิสสันบลูเบิร์ท 910 วางเครื่อง 1J ฝาดำมาครับ ติดแก๊สมาแล้ว(อุปกรณ์เดิม) อยากเปลี่ยนหม้อต้มแก๊สครับ เลยอยากทราบว่า ระหว่าง โทมาเซทโต้กับMagic อะไรดีกว่ากันครับ ถ้าติดต้องใช้รุ่น Super ใช่ไหมครับ ของเก่าผมไม่รู้ยี่ห้ออะไร เช้าๆสตาร์ทมีกลิ่นแก๊ส พอเปิดแอร์ก็มีกลิ่นแก๊สโชยมาสักแป๊ปหนึ่งก็หาย จอดรถมีกลิ่นแก๊สออกมามาก(อายและเกรงใจคนขี่รถเครื่องมาจอดใกล้ๆเรานะครับ) จอดรถดับเครื่องบางครั้งมีเสียงเหมือนลมหรือแก๊สดังฟี้ๆในหม้อต้มน่ะครับ(สมควรเปลี่ยนมั้ยครับ) ออกอาการกินแก๊สด้วยครับ ท่านใดพอทราบช่วยตอบหน่อยนะครับ สิ้นเดือนนี้จะเปลี่ยนแล้วครับ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก Mai_Camry
 ศุกร์, 21/7/2549
 เวลา :
21:06
 IP:
58.9.188.138

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       เล่น อาร์ติเกอร์ดีกว่า 2 ตัวนั้น ครับ


 จาก noynoi
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
00:15
 IP:
125.25.147.5

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       ผมใช้ B14 ท้ายดำ ติดโทมัสฯ แจ่มครับ ตีนต้นไม่เท่าไหร่ แต่ตีนปลายแจ๋ว ประหยัดใช้ได้ กลิ่นไม่มีครับ


 จาก วิชัย
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
03:18
 IP:
58.8.151.170

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       พอกันครับแต่เทอมาเซตโต้แพงกว่าคับ 1เจ ควรใช้หม้อซุเปอร์คับ


 จาก สาวกแก๊ส
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
08:53
 IP:
58.147.53.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ผม โทมัสฯ รุ่นซุปเปอร์ ใน1JZ GE วิ่งเนียนครับ ติดหม้อขวางห้องเครื่อง (ไม่รู้) มาดูในเวป เขาบอกให้ติดขนาน แต่ตอนนี้ยังไม่มีปัญหาไดๆก็เลยยังเอาแบบเดิมไปก่อน อ้อ อัตราบริโภคแก๊ส 6-8 กม/ล ครับผม
มิกขนาด 28มิล อยากลอง 30 มิล ดูบ้างจัง ท่านใดใ 30อยู่ขอข้อมุลบ้างครับ


 จาก แงซาย:TAC 35
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
12:54
 IP:
203.118.125.129

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
      
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับการทำงานของหม้อต้มก่อน
หม้อต้มทุกยี่ห้อมีการทำงานที่มาจากหลักการทำงานเดียวกัน
แต่จะต่างกันที่รูปแบบภายนอก ขนาด การออกแบบกลไกภายใน และฟังค์ชั่นเสริม
หม้อเทอร์มาฯและเมจิกมีการทำงานที่คล้ายกันมาก
ต่างกันที่เทอร์มาฯ มี่กรองแก็สในตัว และมีห้องนำ้ร้อนแยก
แต่มาจิกดีที่ขนาดเล็ก ปรับจูนง่าย หาที่ใส่ในห้องเครื่องได้สะดวกและดูสวยงาม
แถมเอาอะไรแหย่ตรงรูสะดือ ช่วยโช๊คแก็สเวลาแก็สมาไม่ทันได้อีก แต่ปรกติจะสตาร์ทง่ายอยู่แล้ว
ตอนที่ผมเปลี่ยนหม้อต้มใหม่
ผมหยิบมาทั้งสองตัว ราคาต่างกัน 300 บาท
เอาเทอร์มาฯ ลองทาบลงในห้องเครื่อง
แล้วลองกับเมจิก
เมจิกสวยกว่า ผมเลยเลือกเมจิก


 จาก top
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
16:44
 IP:
203.113.56.75

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       ของผมเครื่อง 1500 ใส่ TOMASETO รุ่นที่เขียนว่า ph 140 เขาเรียกว่ารุ่นซุปเปอร์หรือเปล่าครับ และถ้าใส่ แล้ว จะกินแก๊สใหมครับ กับ เครื่อง 1500 คาบูนะครับ


 จาก wuddy
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
23:28
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       ขออนุญาตถามคุณ แงซาย:TAC 35 เกี่ยวกับการจูนหม้อต้ม magic หน่อยครับ
ผมลองมาหลายครั้งแล้ว ไม่ลงตัวสักที
อยากทราบว่า เราต้องจูนอะไรก่อน อะไรหลัง
เมื่อก่อน ผมจูน power valve ก่อน แล้วมาปรับ sense แล้วปิด idle เพราะ แก๊สหนาตั้งแต่เปิด sense ถ้าเปิดน้อย มันจะไปบางตอนรอบเครื่องสูง ๆ
เมื่อเย็นนี้ลองใหม่อีกรอบ หลังจากวันก่อนมัน back fire ตอนความเร็ว 140 ยกคันเร่งแล้วเบรค ดับกลางอากาศเลยครับ ตอนผมจูนครั้งนั้น ผมไม่ได้ลองที่รอบเครื่องสูงมากนัก ไม่คิดว่าจะขับเร็ว แต่พอดีรีบ แล้วไม่ทันได้มองตัววัด O2 (ครั้งนี้ รถผมมีปัญหาเรื่องมอเตอร์รอบเดินเบาไม่ทำงานด้วย เลยไม่แน่ใจว่ามีผลด้วยหรือไม่)
พอมาวันนี้ ผมแก้ไขเรื่องมอเตอร์รอบเดินเบา ที่เอาเบนซินไปล้างมันจนเกือบเสีย ตอนเย็นเลยลองปรับแต่งแก๊สใหม่อีกรอบ ลองเปิด power valve ออกจนสุด แล้วปรับ sense เข้ามาก ๆ จนรอบเดินเบาวัด O2 ได้ต่ำมาก ๆ 0.06x V พอเริ่มเร่งเครื่อง ค่า O2 จะวัดได้มากขึ้น แต่ก็จะมีปัญหาที่รอบสูง ๆ เครื่องมันจะสะดุด (คาดว่าเพราะเปิด power valve มากเกินไป) ก็เลยลองปรับ power valve เข้าไปเรื่อย ๆ แล้วลองเร่งรอบดู มันก็ไปเหมือนตอนหัดจูนใหม่ ๆ คือ รอบเดินเบา หนาสุด ๆ เร่งรอบนิดนึง ก็หนาน้อยลง แต่ไม่บางมาก พยายามให้ตอนเร่งรอบสูง ๆ ให้วัดได้ประมาณ 0.8xx V ผมพยายามปรับหลาย ๆ แบบแล้ว ก็ยังไม่ได้แบบท่านอื่น ๆ สักที ตอนนี้ รอบเดินเบาวัด O2 ได้ 0.97 V พอเร่งรอบสูง ๆ (ลองถึง 4000 รอบต่อนาที ตอนจอดนิ่ง) วัดได้ 0.88 V
สรุป ผมพยายามปรับยังไง ก็ไม่สามารถทำให้หม้อต้มจ่ายแก๊สบางตอนรอบเดินเบา หนาขึ้นตอนเร่ง จนหมดปัญญาแล้ว
แต่ถ้าผมปรับประมาณนี้ มันจะได้ประมาณ 9 กม/ลิตร (ถ้าน้ำมัน 11 กม/ลิตร) ซึ่งผมก็ว่ามันก็ได้ประมาณ กมละบาทนิด ๆ พอรับได้ แต่ข้องใจที่ผมปรับแต่งแก๊ส แล้วไม่ได้แบบที่ท่านอื่น ๆ ปรับกัน
ข้อมูล lancer 4G92 1600 cc หม้อต้ม magic mixer 28 mm ตอนนี้ย้ายมาหลัง airflow เรียบร้อยแล้ว


 จาก noynoi
 เสาร์, 22/7/2549
 เวลา :
23:38
 IP:
61.47.107.254

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       คุณท๊อปครับ หม้อโทมัสฯ 140HP คือใช้กับเครื่องที่ไม่เกิน 140แรงม้า (HP) แต่ถ้าเครื่องที่เกิน 140HP ต้องใช้หม้อที่เป็นรุ่น Super ครับ ผมว่าเครื่อง 1500CC ใช้ 140Hp ก็เพียงพอครับ เพราะของผม 1600 ก็ใช้รุ่นนี้เช่นกัน ส่วนที่ว่าจะประหยัดหรือไม่ประหยัดขึ้นอยู่กับการจูนและพฤติกรรมการขับขี่ครับ แต่ถึงช่างจะจูนให้แย่ยังไงผมว่าถ้ารถสามารถใช้ได้เป็นปกติมันต้องประหยัดได้มากกว่าน้ำมันครึ่งหนึ่งแน่นอนครับพี่น้องกร๊าบบบบ


 จาก แงซาย:TAC 35
 จันทร์, 24/7/2549
 เวลา :
14:02
 IP:
61.90.144.82

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
      
คุณ Wuddy
เคยไปยุ่งกับตังปรับแรงดันห้องแรกหรือป่าวครับ
ผมไม่เคยวัด O2 แม้สักครั้งเดียว
ผมมี A/F DIY ของชานนท์อยู่ตัวเดียวในรถ
ค่าที่มันแสดงในโหมดนำ้มัน จะบางตอนเดินเบา(1ดวง ติดๆดับๆ) พอดีตอนเร่ง(4ดวง) และหนานิดหน่อยเวลาเหยียบหนักๆ(5ดวง)
พอมาเป็นแก็ส เดินเบาจะพอดี (4ดวง) เริ่มหนาเพิ่มมาดวงนึงตอนเริ่มเหยียบคันเร่ง(5ดวง) หนาเพิ่มอีก(6ดวง)ตอนเร่งสุด
ผมไม่พยายามดึงค่าให้เหมือนกับโหมดนำ้มัน เพราะคงเป็นไปได้ยาก ที่จะให้หม้อต้มทำงานได้แบบ ECU
แต่จะจูนแล้วลองวิ่งดู ถ้าวิ่งดี ไม่อืด ท๊อปสปีดใกล็เคียงนำ้มัน ผมก็เอาจุดนั้นเป็นจุดอ้างอิง
แล้วดูอัตราสิ้นเปลือง ถ้าเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20% เมื่อเปรียบเทียบกับนำ้มัน ผมก็เอาจุดนั้เเลย
แต่ถ้าเปลืองไป ก็ลดเพาว์เวอร์วาวลงหน่อย ผมวัดที่การใช้งานจริงครับ
ของผม B14 Auto หม้อต้มเมจิก มิกHana28มม กินแก็สในเมือง 7.5โล/ลิตร ครับ


 จาก wuddy
 จันทร์, 24/7/2549
 เวลา :
18:45
 IP:
203.170.231.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       สงสัย ผมปรับไม่เป็นแน่เลย ปรับยังไงก็ไม่ได้แบบที่ต้องการ
ผมใช้ดิจิตอลมิเตอร์ วัดเอา วัดเป็นแรงดันเลย
ส่วนตัววัดที่คุณใช้เป็น LED รู้สึกว่าจะวัดเป็นแบบ ล็อกกาลึทึม ต้องเข้าไปดูข้อมูล LM3915 อีกทีนึง
ตอนนี้ผมเลยว่าจะไม่ไปปรับแต่งมันละ ถึงประหยัดได้ไม่กี่สตางค์ต่อ กม. คงไม่คุ้มกัน ถ้าเกิด back fire อีก
ตอนนี้ รอบเดินเบาผมวัดได้ 0.97 V แต่ตอนขับมันจะไม่แน่นอน ส่วนมากจะอยู่ที่ 0.86-0.87 V มีบางจังหวะช่วงเร่งหรือเบรค ไม่แน่ใจ มันจะเหลือ 0.7 V นิดๆ ไว้จะลองวัดอัตราสิ้นเปลืองถังนี้ดู ถ้าได้เท่าเดิมคือ 9 กม./ลิตร ก็ว่าจะหยุดการปรับแต่งไว้เท่านี้ ใช้อย่างเดียวดีกว่า
การปรับ ผมว่า มันปรับยากมาก ตัวแปรตั้งสองตัว คือ power valve กับ sense ส่วน min ไม่ค่อยมีผลเท่าไร ตอนนี้ผมเปิดไว้เดียง 1/4 รอบมั๊ง ให้มันจ่ายช่วยเวลาเรายกคันเร่ง มันจะได้จ่ายแก๊สไปช่วยให้หนาเข้าไว้
ลืมตอบไป ผมไม่เคยไปยุ่งกับตัวปรับในหม้อต้มเลยครับ
ถามนิดนึง mix HANA ราคาเท่าไรครับ เห็นเค้าล่ำลือกันว่าดีนักดีหนา อยากลอง ถ้าไม่แพงมาก
ผมอยากได้ข้อมูลเรื่อง back fire จังเลย ว่ามันชอบเกิดในกรณีไหนบ้าง บางแค่ไหนถึง back อะไรประมาณนี้ ผมวัดแรงดันไง พอเห็นแรงดันมันเหลือ 0.06 V (มันบางแป็บเดียว) แล้วเสียว ไม่ค่อยกล้าเสี่ยง เลยเน้นหนาไว้ก่อน


 จาก khomgrid
 จันทร์, 24/7/2549
 เวลา :
21:51
 IP:
124.121.17.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       ผมใช้ magic เหมือนกัน เป็น fix mixer 28 mm ไม่มี a/f meter จูนแบบคุณอีคาร์เมืองปทุมแล้วได้ผลดี ลองดูนะครับ เผื่อใช้ได้
1. ปิดไอเดิล ให้หมดก่อน
2. ค่อยๆ หรี่เซ้นลงมา จนเครื่องมีอาการสั่น จนแทบจะดับ
3. คลายไอเดิลออกมา ให้รอบเครื่องนิ่ง และ คลายอีก จนเครื่องเริ่มสั่น แล้วหมุนกลับ เข้าหาจุดที่นิ่งที่สุด
4. หาคนใกล้ๆ มาเป็นลูกมือ ให้เหยียบรอบเครื่องค้างไว้ที่ 3000 รอบ แล้วแช่เท้าไว้ ณ ตำแหน่งนั้น
5. หมุนพาวเวอร์วาล์วเข้า จนรอบตก แล้วเริ่มคลายออก ให้รอบสูงขึ้นเรื่อยๆครับ
6. เมื่อถึงจุดที่รอบสูงจนเข็นไม่ขึ้นแล้ว ให้หมุนกลับมาจนถึงจุดที่รอบเริ่มลดลงนะครับ
7. เอาไปลอง หุหุ


 จาก wuddy
 จันทร์, 24/7/2549
 เวลา :
23:17
 IP:
203.170.228.172

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       ขอบคุณครับ คุณ khomgrid
ผมก็เคยอ่านหลายๆ วิธี ผมมีปัญหาคือ ถ้าหรี่ sense จนเครื่องเริ่มสั่น แล้วไปปรับ min ให้รอบเดินเบาได้ เท่าที่ผมเจอมา มันจะมีปัญหาส่วนผสมจะบางมาก ช่วงที่รอบเครื่องประมาณ 1000 กว่ารอบ หรือเกือบสองพันรอบ หรือไม่ก็จะไปบางเอาตอนเรายกคันเร่ง แบบเร็ว ๆ ผมก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ว่ามันต้องบางยังไง บางแบบไหน ถึงจะเกิด back fire แต่ที่เจอมา ผมว่ามันก็น่ากลัวเอาการ และก็คิดว่า คงไม่อยากพิสูจน์ด้วยตัวเองอีก ว่าทำอย่างไร ถึงจะเจอ back fire อีก
แต่ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนที่ออกมาจากอู่ใหม่ ๆ ค่า O2 ที่ผมวัดได้ขณะขับใช้งานก็อยู่ที่ 0.064 V มั๊ง ถ้ารอบเดินเบาก็หนาพอ ๆ กับผม แต่ตอนนั้นไม่ยักเจอ back fire ตอนนั้น ถ้าผมวัดอัตราสิ้นเปลืองไม่ผิด ก็ได้ประมาณ 9 กม/ลิตร +- นิดหน่อย
ตอนนี้ปรับหนามาก ๆ ก็ยังได้ประมาณ 9 กม/ลิตร เช่นกัน ผมเลยเดาเอาว่า หนาบาง มีผลต่อการกินแก๊สไม่มากนัก ตอนนี้เลยตัดสินใจเอาว่า ขอเลือกหนาไว้ก่อนดีกว่า
แต่คนที่ไม่เจอ back fire ผมถือว่าโชคดีมากเลยนะ ตอนผมเจอ back fire ลูกเล็ก ๆ 3 ลูกติด ๆ ตอนนั้นปรับไม่ค่อยเป็น แถมไม่ได้วัดแรงดัน O2 อีกตะหาก ขับมาจากนครปฐม มาถึงนนทบุรี ดันมา back fire ตอนเริ่มจะมืด ตอนที่ขับช้า ๆ แบบรถติด
ส่วนล่าสุด ก็อย่างที่เขียนไปในหลาย ๆ กระทู้ ว่าโดนตอนความเร็วสูง ตอนเกือบหกโมงเย็น (ตอนนี้เป็นช่วงที่รถผมมีปัญหารอบเดินเบา ผลจากการที่ผมไปย้ายมิกซ์และก็ล้างลิ้นปีกผีเสื้อด้วยเบนซิน ผมเลย งง กับสาเหตุรอบเดินเบา จึงได้ตัดสินใจย้าย mix กลับมายังตำแหน่งเดิม อาจเพราะเอายางในจักรยาน รัดไม่แน่นก็เป็นได้ หรือไม่ก็ ปรับส่วนผสมไม่ดีตอนย้ายกลับมา ผมปรับแล้วทดลองที่รอบเครื่อง 3000 รอบ/นาที ถ้าวิ่งก็จะได้ความเร็ว 120 กม/ชม. แต่ตอนที่เจอ back fire เป็นความเร็ว 140 กม/ชม ซึ่งรอบเครื่องสูงกว่า)


 จาก อากง
 จันทร์, 24/7/2549
 เวลา :
23:55
 IP:
203.113.32.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ผมปรับเหมือนพี่วู้ดดี้ (ใน #7)เลย

จากจุดนี้ ถ้าเปิด idle ไว้เท่าเดิม แล้วลด sen ลงหน่อย ค่ามันจะแกว่งเป็นช่วงกว้างขึ้นครับ
แต่ผมพบว่า จูนแบบค่าไม่แกว่ง ไฟ check engine ติดน้อยกว่า (ที่บอกว่าติดน้อยกว่า เพราะมันไม่ได้ติดตลอดเวลา) และขับดีกว่า
ตอนนี้ผมเลยเอาไว้อย่างงี้ก่อน กลัว back เหมือนกัน

อัตราสิ้นเปลืองรู้สึกจะหนักไปหน่อย ตั้ง 7 กม./ลิตร (แต่ยังไม่นิ่งครับ เพิ่งถังแรกๆ)


 จาก อากง
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
00:03
 IP:
203.113.32.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       ของผมหม้อไบแก๊ส มิก 28 ที่รับโอนมาจากคุณเก่งอีกที ครอบหน้าลิ้นครับ


 จาก wuddy
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
12:43
 IP:
203.170.231.232

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       รถของคุณ อากง รุ่นไหนครับ แจ้งข้อมูลด้วยสิครับ 555
เวลาคนอื่นมาอ่านเจอ ผมว่าจะได้เป็นข้อมูลให้กับคนอ่านหนะครับ
แต่เวลาผมลงไว้บ่อย ๆ ถ้าขาประจำอ่านเจอบ่อย ๆ ก็คงจะเบื่อ ว่าทำไม มันลงข้อมูลซ้ำ ๆ ซาก ๆ แบบนี้
แต่ผมเห็นว่า กระทู้มันตกไวมาก เกรงว่าคนใหม่ ๆ ที่เข้ามาหาข้อมูล จะได้ข้อมูลไม่ครบ ท่านที่อ่านแล้วเจอข้อความซ้ำ ๆ กับคำตอบของผม ก็คงต้องทำใจหน่อยนะครับ
ผมมีความคิดว่า อะไรที่เรารู้ และคิดว่าถูกต้อง คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ผมอยากเล่าเป็นประสบการณ์ให้ท่านอื่น ๆ ที่ไม่เจอ ได้ทราบบ้าง
ต่อเรื่องข้อมูลของคุณอากง ใช้แก๊ส 7 แล้วน้ำมันได้เท่าไรครับ
แล้วถ้ามีโอกาส ลองย้ายให้ห่างลิ้นปีกผีเสื้อดูแบบท่านอื่น ๆ สิ ผมลองย้ายมาหลัง air flow ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวหรือเปล่า ผมว่ามันก็น่าจะดีขึ้นนะ แต่อยากทดลองย้ายไปย้ายมาหลายรอบ ตอนนี้ย้ายแล้วก็ไม่อยากย้ายกลับแล้วหละ ตอนย้ายกลับครั้งหลังนั่นไง ที่ผมเจอ back fire ที่ความเร็ว 140
แล้วของคุณอากง ทำไมไฟมันขึ้นหละครับ ให้ผมเดา ผมเดาว่า มันพบว่าส่วนผสมผิดพลาดแน่ๆ เลย
แบบนี้ น่าจะหาทางแก้ไขนะครับ ไม่ว่าทางใด ผมอยากให้แก้ไข ไม่อย่างนั้น ถ้ามีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อนมา แล้วมันโชว์ด้วยไฟเช่นกัน คุณจะไม่ทราบเลยว่า ไฟที่โชว์มันเป็นปัญหาเก่าเรื่อง O2 หรือว่าปัญหาใหม่ ๆ ผมเคยคุยกับช่างศูนย์ เค้าบอกมาว่า ไฟที่โชว์หนะ มันมาจาก sensor หลาย ๆ ตัว เช่น O2 (เกี่ยวกับส่วนผสม) , TPS เกี่ยวกับองศาในการเปิดลิ้นปีกผีเสื้อ แล้วก็มีวัดรอบด้วยมั๊ง เอาเป็นว่ามันเช็คหลาย ๆ อย่าง ปัญหาหลาย ๆ อย่างมันจะโชว์ด้วยไฟดวงเดียวกัน
ว่าแล้ว ขอเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เกี่ยวกับไฟ ไม่แน่ใจว่าคุณอากงเคยอ่านเจอหรือยัง
ครั้งแรกที่เจอ ประมาณว่า ไปเดินสายไฟห้องเครื่องที่เกี่ยวกับแก๊สใหม่หมด แล้วมีปลั๊กสายไฟอันนึงเกะกะการทำงาน ผมเลยถอดมันออก แล้วตอนเดินสายไฟเสร็จ ลืมใส่ปลั๊กอันนี้ ขับจากนครปฐมจะกลับมานนทบุรี ขับออกมาได้ไม่ถึงกิโล ไฟโชว์หลาเลย แต่รถใช้งานได้ปกตินะ ก็เลยจอดรถ มาหาสาเหตุ ทีแรกนึกว่า ปลั๊กพ่วงหัวฉีดของกล่องหลอกหลุดตามเคย ดันเข้าไปแล้วก็ไม่หาย จนมานึกได้ว่าเราถอดปลั๊กสายไฟไว้นี่หว่า ก็เลยเสียบกลับไป แค่นั้นแหละ ไฟหายไปเลย
แล้วอีกสองอาทิตย์ต่อมา (ผมกลับบ้านที่นครปฐม 2 อาทิตย์ต่อครั้ง) ครั้งนี้ไปปรับจูนหม้อต้มและ power valve ด้วย ตอนสตาร์ทเดินเบา ไว้นานมาก ไฟก็ไม่โชว์ แต่พอจะเดินทางกลับมานนทบุรี ออกจากบ้านได้ระยะทางไม่ถึงกิโล เอาอีกแล้วไฟโชว์ ก็จอดรถเปิดฝากระโปรง ดันปลั๊กพ่วงกล่องหลอก ก็ไม่หาย เอาหละหว่า ดับเครื่องสตาร์ทใหม่ ก็ไม่หาย ครั้งนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร จนปัญญา ก็ทนขับทั้งที่ไฟโชว์ บอกได้เลยว่าถ้าไฟโชว์ ผมจะขับรถด้วยความไม่สบายใจ ผมพยายามขับไม่เร็วมากนัก พอขับมาได้สักพัก ก็มีไอเดียว่า ลองสลับไปขับน้ำมันดูดีกว่า ขับด้วยน้ำมันไปไม่กี่กิโลเมตร ไฟเช็คเอ็นจิ้นดับครับ (ผมเลยเดาว่า กล่อง ECU มันเก็บค่าใหม่เข้าไป แบบว่า คงมีการปรับเปลี่ยนองศาในการจุดระเบิด อะไรประมาณนี้ ลืมบอกไปว่ารถผม ไม่สามารถตั้งไฟแก่อ่อนได้ เพราะว่าไม่ใช่จานจ่าย เป็นชุดคอยส์ไฟแรงสูงเลย มีสองตัว ตัวละสองสูบ ถ้าใครใช้ vios จะเห็น 4 ตัว ตัวละสูบเลย ตัวที่ว่าเป็นชุดสร้างไฟแรงสูงป้อนให้หัวเทียนในการจุดระเบิด) กลับมาต่อครับ พอไฟดับ ผมก็เลยสวิทซ์กลับมาเป็นแก๊สอีกครั้ง ประมาณว่าอยากลอง ขับมาจนถึงนนทบุรี ไฟก็ไม่โชว์อีกเลย
ก็เลยเล่าให้ฟัง ผมว่า คุณอากง น่าจะลองปรับให้ส่วนผสม มันไม่หนาไม่บางมาก ถ้ามีดิจิตอลมัลติมิเตอร์ลองวัดเทียบกับน้ำมันดูครับ ถึงไม่ได้ค่าเหมือนน้ำมันซะทีเดียว เอาให้มันไม่สูงไม่ต่ำมากก็ยังดีครับ ถ้ายังไม่ได้อีก น่าจะลองถอดขั้วลบแบต ทิ้งไว้สักครู่ ให้กล่องมันลบข้อมูลเดิมออก กลายเป็นค่า default ทีนี้ สิ่งที่น่าจะลอง ผมอยากให้ลอง 2 อย่าง คืออย่างแรก ลองขับด้วยน้ำมันในระยะทางสัก 5-10 กม. ให้กล่อง ECU มันปรับค่า และเก็บค่าในขณะใช้น้ำมันให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน (ผมคิดว่า น่าจะใช้น้ำมัน 95 ในการปรับเก็บค่า เพราะมันใกล้เคียงกับ LPG ในเรื่องค่าออกเทน) หลังจากนั้น ลองมาใช้แก๊ส ถ้าไฟยังขึ้นอีก ทีนี้ลองถอดขั้วลบใหม่อีกรอบ แล้วสตาร์ทรถ แล้วใช้แก๊สวิ่ง ให้มันเก็บและปรับค่าตอนใช้แก๊ส แล้วลองดูว่า ไฟมันยังโชว์อีกไหม
555 แต่ถ้ายังโชว์อีก ผมก็อ่อนใจละ หมดมุข ก็คงต้องพึ่งการหลอกสัญญาณ O2 ให้กล่อง ECU อันนี้คงต้องพึ่งคุณนพ หรือไม่ก็มีน้องคนนึงลงวงจรไว้ที่ใช้ IC เบอร์ 555 ผมลองดูหลักการมันแล้ว คิดว่า น่าจะใช้ได้ ถ้าไม่ได้ อาจต้องปรับเปลี่ยนค่าอุปกรณ์เล็กน้อย ให้แรงดันมันสวิงคล้าย ๆ กับตอนใช้น้ำมัน (ถ้ากล่อง ECU มันไม่ฉลาดนัก)
ย้ำนะครับ ผมเห็นว่าเรื่องไฟเช็คเอ็นจิ้น น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ไม่รู้ว่าท่านอื่น ๆ คิดแบบเดียวกับผมหรือเปล่า ผมคนนึงหละ ทนขับทั้งที่ไฟโชว์ไม่ได้
จบดีกว่า พิมพ์ซะยาวเชียว คนอ่านเบื่อแย่


 จาก CoCoa
 อังคาร, 25/7/2549
 เวลา :
14:52
 IP:
203.150.206.170

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       เชียร์ Tomasetto ครับ ติดตั้งเปรียบเทียบมาแล้วกับ Renault21 เครื่อง 2000 CC 145 แรงม้า เกียร์ออโต้เดิมๆ
ตอนแรกรู้จักแต่ Magic เลยอยากใช้ พอรู้ว่าเป็นหม้อินเดียใจเริ่มแก่วง ติดตั้งเสร็จออกตัวจะดับ เลี้ยวจะดับ จูนตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ไม่จบ ไม่เวิ้ก
สุดท้ายด้วยสามัญสำนึกที่ดีของอู่ติดตั้ง(ขุมทองออโต้แก้ส ร่มเกล้า ลาดกระบัง)เลยให้เปลี่ยนหม้อต้มมาเป็น Tomasetto โดยที่ไม่อยากให้รถวิ่งไม่ได้ออกจากอู่ไป ติดตั้งหม้อใหม่ 9โมงเช้า 10.30 วิ่งกลับระยองใช้งานได้ดี
และเพิ่งมารู้ทีหลังอีกว่าถ้าไดอะแฟรมหม้อต้มเมจิกถ้าขาดน้ำเข้าเครื่อง Tomasetto ห้องน้ำกับแก้สแยกกันด้วยโครงสร้างมิเนียมของหม้อ เกือบไปแล้วมั้ยเนี่ย


คำถามนี้มีทั้งหมด 16 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)