| |
คำตอบที่ 15
รถของคุณ อากง รุ่นไหนครับ แจ้งข้อมูลด้วยสิครับ 555
เวลาคนอื่นมาอ่านเจอ ผมว่าจะได้เป็นข้อมูลให้กับคนอ่านหนะครับ
แต่เวลาผมลงไว้บ่อย ๆ ถ้าขาประจำอ่านเจอบ่อย ๆ ก็คงจะเบื่อ ว่าทำไม มันลงข้อมูลซ้ำ ๆ ซาก ๆ แบบนี้
แต่ผมเห็นว่า กระทู้มันตกไวมาก เกรงว่าคนใหม่ ๆ ที่เข้ามาหาข้อมูล จะได้ข้อมูลไม่ครบ ท่านที่อ่านแล้วเจอข้อความซ้ำ ๆ กับคำตอบของผม ก็คงต้องทำใจหน่อยนะครับ
ผมมีความคิดว่า อะไรที่เรารู้ และคิดว่าถูกต้อง คิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ผมอยากเล่าเป็นประสบการณ์ให้ท่านอื่น ๆ ที่ไม่เจอ ได้ทราบบ้าง
ต่อเรื่องข้อมูลของคุณอากง ใช้แก๊ส 7 แล้วน้ำมันได้เท่าไรครับ
แล้วถ้ามีโอกาส ลองย้ายให้ห่างลิ้นปีกผีเสื้อดูแบบท่านอื่น ๆ สิ ผมลองย้ายมาหลัง air flow ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวหรือเปล่า ผมว่ามันก็น่าจะดีขึ้นนะ แต่อยากทดลองย้ายไปย้ายมาหลายรอบ ตอนนี้ย้ายแล้วก็ไม่อยากย้ายกลับแล้วหละ ตอนย้ายกลับครั้งหลังนั่นไง ที่ผมเจอ back fire ที่ความเร็ว 140
แล้วของคุณอากง ทำไมไฟมันขึ้นหละครับ ให้ผมเดา ผมเดาว่า มันพบว่าส่วนผสมผิดพลาดแน่ๆ เลย
แบบนี้ น่าจะหาทางแก้ไขนะครับ ไม่ว่าทางใด ผมอยากให้แก้ไข ไม่อย่างนั้น ถ้ามีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อนมา แล้วมันโชว์ด้วยไฟเช่นกัน คุณจะไม่ทราบเลยว่า ไฟที่โชว์มันเป็นปัญหาเก่าเรื่อง O2 หรือว่าปัญหาใหม่ ๆ ผมเคยคุยกับช่างศูนย์ เค้าบอกมาว่า ไฟที่โชว์หนะ มันมาจาก sensor หลาย ๆ ตัว เช่น O2 (เกี่ยวกับส่วนผสม) , TPS เกี่ยวกับองศาในการเปิดลิ้นปีกผีเสื้อ แล้วก็มีวัดรอบด้วยมั๊ง เอาเป็นว่ามันเช็คหลาย ๆ อย่าง ปัญหาหลาย ๆ อย่างมันจะโชว์ด้วยไฟดวงเดียวกัน
ว่าแล้ว ขอเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เกี่ยวกับไฟ ไม่แน่ใจว่าคุณอากงเคยอ่านเจอหรือยัง
ครั้งแรกที่เจอ ประมาณว่า ไปเดินสายไฟห้องเครื่องที่เกี่ยวกับแก๊สใหม่หมด แล้วมีปลั๊กสายไฟอันนึงเกะกะการทำงาน ผมเลยถอดมันออก แล้วตอนเดินสายไฟเสร็จ ลืมใส่ปลั๊กอันนี้ ขับจากนครปฐมจะกลับมานนทบุรี ขับออกมาได้ไม่ถึงกิโล ไฟโชว์หลาเลย แต่รถใช้งานได้ปกตินะ ก็เลยจอดรถ มาหาสาเหตุ ทีแรกนึกว่า ปลั๊กพ่วงหัวฉีดของกล่องหลอกหลุดตามเคย ดันเข้าไปแล้วก็ไม่หาย จนมานึกได้ว่าเราถอดปลั๊กสายไฟไว้นี่หว่า ก็เลยเสียบกลับไป แค่นั้นแหละ ไฟหายไปเลย
แล้วอีกสองอาทิตย์ต่อมา (ผมกลับบ้านที่นครปฐม 2 อาทิตย์ต่อครั้ง) ครั้งนี้ไปปรับจูนหม้อต้มและ power valve ด้วย ตอนสตาร์ทเดินเบา ไว้นานมาก ไฟก็ไม่โชว์ แต่พอจะเดินทางกลับมานนทบุรี ออกจากบ้านได้ระยะทางไม่ถึงกิโล เอาอีกแล้วไฟโชว์ ก็จอดรถเปิดฝากระโปรง ดันปลั๊กพ่วงกล่องหลอก ก็ไม่หาย เอาหละหว่า ดับเครื่องสตาร์ทใหม่ ก็ไม่หาย ครั้งนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร จนปัญญา ก็ทนขับทั้งที่ไฟโชว์ บอกได้เลยว่าถ้าไฟโชว์ ผมจะขับรถด้วยความไม่สบายใจ ผมพยายามขับไม่เร็วมากนัก พอขับมาได้สักพัก ก็มีไอเดียว่า ลองสลับไปขับน้ำมันดูดีกว่า ขับด้วยน้ำมันไปไม่กี่กิโลเมตร ไฟเช็คเอ็นจิ้นดับครับ (ผมเลยเดาว่า กล่อง ECU มันเก็บค่าใหม่เข้าไป แบบว่า คงมีการปรับเปลี่ยนองศาในการจุดระเบิด อะไรประมาณนี้ ลืมบอกไปว่ารถผม ไม่สามารถตั้งไฟแก่อ่อนได้ เพราะว่าไม่ใช่จานจ่าย เป็นชุดคอยส์ไฟแรงสูงเลย มีสองตัว ตัวละสองสูบ ถ้าใครใช้ vios จะเห็น 4 ตัว ตัวละสูบเลย ตัวที่ว่าเป็นชุดสร้างไฟแรงสูงป้อนให้หัวเทียนในการจุดระเบิด) กลับมาต่อครับ พอไฟดับ ผมก็เลยสวิทซ์กลับมาเป็นแก๊สอีกครั้ง ประมาณว่าอยากลอง ขับมาจนถึงนนทบุรี ไฟก็ไม่โชว์อีกเลย
ก็เลยเล่าให้ฟัง ผมว่า คุณอากง น่าจะลองปรับให้ส่วนผสม มันไม่หนาไม่บางมาก ถ้ามีดิจิตอลมัลติมิเตอร์ลองวัดเทียบกับน้ำมันดูครับ ถึงไม่ได้ค่าเหมือนน้ำมันซะทีเดียว เอาให้มันไม่สูงไม่ต่ำมากก็ยังดีครับ ถ้ายังไม่ได้อีก น่าจะลองถอดขั้วลบแบต ทิ้งไว้สักครู่ ให้กล่องมันลบข้อมูลเดิมออก กลายเป็นค่า default ทีนี้ สิ่งที่น่าจะลอง ผมอยากให้ลอง 2 อย่าง คืออย่างแรก ลองขับด้วยน้ำมันในระยะทางสัก 5-10 กม. ให้กล่อง ECU มันปรับค่า และเก็บค่าในขณะใช้น้ำมันให้ถูกต้องเรียบร้อยเสียก่อน (ผมคิดว่า น่าจะใช้น้ำมัน 95 ในการปรับเก็บค่า เพราะมันใกล้เคียงกับ LPG ในเรื่องค่าออกเทน) หลังจากนั้น ลองมาใช้แก๊ส ถ้าไฟยังขึ้นอีก ทีนี้ลองถอดขั้วลบใหม่อีกรอบ แล้วสตาร์ทรถ แล้วใช้แก๊สวิ่ง ให้มันเก็บและปรับค่าตอนใช้แก๊ส แล้วลองดูว่า ไฟมันยังโชว์อีกไหม
555 แต่ถ้ายังโชว์อีก ผมก็อ่อนใจละ หมดมุข ก็คงต้องพึ่งการหลอกสัญญาณ O2 ให้กล่อง ECU อันนี้คงต้องพึ่งคุณนพ หรือไม่ก็มีน้องคนนึงลงวงจรไว้ที่ใช้ IC เบอร์ 555 ผมลองดูหลักการมันแล้ว คิดว่า น่าจะใช้ได้ ถ้าไม่ได้ อาจต้องปรับเปลี่ยนค่าอุปกรณ์เล็กน้อย ให้แรงดันมันสวิงคล้าย ๆ กับตอนใช้น้ำมัน (ถ้ากล่อง ECU มันไม่ฉลาดนัก)
ย้ำนะครับ ผมเห็นว่าเรื่องไฟเช็คเอ็นจิ้น น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ไม่รู้ว่าท่านอื่น ๆ คิดแบบเดียวกับผมหรือเปล่า ผมคนนึงหละ ทนขับทั้งที่ไฟโชว์ไม่ได้
จบดีกว่า พิมพ์ซะยาวเชียว คนอ่านเบื่อแย่
|
|