| |
คำตอบที่ 14
คุณ ON
ในตอนแรกผมก็คิดจะทำอย่างคุณคือใช้ระบบอัตโนมัติ
ในการสลับการใช้น้ำมันและแกส
แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดของระบบคาร์บูที่แตกต่างจากระบบหัวฉีด
กล่าวคือระบบหัวฉีดจะตัดน้ำมันได้หมดในทันทีสามารถกลับไปใช้แกสได้ทันที
ส่วนระบบคาร์บู นำมันอาจขึ้นไม่ทัน(เนื่องจากปั้ม ACระบบคาร์บูไม่สมบรูณ์)
ในกรณีที่ใช้แกสอยู่จะเปลี่ยนเป็นระบบน้ำมัน
หรือ น้ำมันยังคงค้างอยู่ในคาร์บูเมื่อเราเปลี่ยนระบบมาใช้แกส เหล่านี้คือปัญหา
วิธีแก้เราต้องทำระบบของเราให้สมบูรณ์ที่สุด คือ
1.ในระบบน้ำมันปั้ม AC ต้องสมบูรณ์กล่าวคือน้ำมันต้องไหลจากถังมาคาร์บูได้ดี
(ผมยอมเปลี่ยนคาร์บูไหม่ 1 ลูกเพื่อที่จะเอาคาร์บูอย่างที่มีกระจกมองระดับน้ำมันในคาร์บูได้)
2.ในระบบแกสก็สามารถใช้การได้ดี
3. ต้องเข้าใจว่าการเปลี่ยนระบบจากแกสมาน้ำมันสามารถเปลี่ยนได้ทันที(ข้อ1ต้องสมบูรณ์)
4.ต้องเข้าใจว่าการเปลี่ยนระบบจากน้ำมันมาแกสจะเปลี่ยนทันทีไม่ได้ต้องให้น้ำมันในคาร์บูหมด
เสียก่อนเพราะถ้านำมันไม่หมดคาร์บูน้ำมันกับแกสจะรวมกันเข้าไปในห้องเผาไหม้ทำให้เครื่องยนต์มีปัญหา เดินสะดุด ฯลฯ
5. วิธีแก้ปัญหาในข้อ 4 ก็คือต้องให้น้ำมันในคาร์บูหมดก่อนจึงเปลี่ยนเป็นระบบแกสได้ กล่าวคือเวลาที่คุณ
ใช้ระบบนำมันเมื่อต้องการเปลี่ยนมาใช้แกสคุณต้องโยกสวิทช์สวิทช์ให้อยู่ตำแหน่งตรงกลางในตำแหน่งนี้จะไม่มีการป้อนน้ำมันให้กับเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เครื่องยนต์ก็จะทำงานไปจนนำมันหมดคาร์บู
เครื่องยนต์ก็จะดับ หลังจากนั้นคุณก็โยกสวิทช์ไปยังตำแหน่งของแกสแล้วสตาร์ทเครื่องใช้งานในระบบ
แกสได้ตามปกติ ข้อนี้สำหรับคนใช้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนระบบจากน้ำมันไปแกส
6. ถ้าคุณเข้าระบบของมันแล้วคุณสามารถเปลี่ยนระบบในขณะรถวิ่งได้อย่างสบาย อย่างที่ผมทำทุกวันนี้
กล่าวคือ เมื่อคุณวิ่งอยู่ในระบบน้ำมันจะเปลี่ยนเป็นระบบแกส ควรอยู่ในรอบเครื่องยนต์ประมาณ 2000 รอบขึ้นไปคุณโยกสวิทช์ไปตำแหน่งตรงกลางแล้วสังเกตุว่าถ้ารอบเครื่องยนต์ตกหรือเครื่องยนต์เริ่มสะดุ
คุณต้องรีบโยกสวิทช์ไปตำแหน่งแกสทันที รถยนต์ของคุณก็จะสามารถวิ่งได้ในระบบแกสได้ต่อไปโดยที่เครื่องยนต์ไม่ดับ ทั้งนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนหลาย ๆ ครั้งแล้วจะมีความชำนาญไปเอง (ให้เลือกถนนที่มีรถว่าง ๆ นะครับ)
เฮ้อ ....อธิบายมาอย่างยาวไม่ทราบว่าจะเข้าใจหรือเปล่า ถ้าอย่างไรถามมาอีกได้ครับ
|
|