จาก Komsan
พฤหัสบดีที่ , 29/6/2549
เวลา : 10:55
IP: 125.24.5.67
อ่านแล้ว = 1045 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
กระทู้เดิม
http://www.gasthai.com/boardgas/Questionold.asp?ID=A7740
อาทิตย์ที่แล้ว รถผม toyota เครื่อง ee101 1300cc. หม้อต้ม autogas 120e mix 26 hana แท้ พร้อม duty solinoid และ FBM h3250 hana มีปัญหาเล็กน้อย คือ ช่วง idle AF meter แสดง ส่วนผสมหนาตลอด คือ ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ตาม duty cycle ของ h3250 แถมแก๊สถังนี้ รู้สึกว่าหมดเร็วจัง
ตอนแรก คิดว่า h3250 คงจะเจ๊ง ทำเอาใจคอไม่ดี แต่พอมาวิเคราะห์แล้ว ก้พบว่าตั้งแต่ติดตั้งแก๊สมา 4-5 เดือน ไม่ได้ไปดูที่ กรองอากาศเลย เลยถอดมาดู ฝุ่นเขรอะและเยอะมาก เลยเป่ากรอง แล้วใส่กลับ start รถ (ได้ผลเหมือนกับเพื่อนๆ ที่เคยตั้งกระทู้) เดินเบาสั่นเป็นเจ้าเข้า ต้องปรับ screw เดินเบาที่หม้อต้ม ตอนนี้ ok แล้ว
สรุปคือ
กรองอากาศตัน กินแก๊ส แต่สามารถดูผลจาก AF meter ได้
พอเป่ากรอง ต้องจูนใหม่ และมีแนวโน้ม ส่วนผสมจางลงกว่าเดิม (ไม่ปรับ power valve และการปรับจูน ไม่ได้ทำความสะอาดกรองอากาศก่อน)
การไปจูนแก๊สที่ร้านครั้งแรก ควรเปลี่ยนกรองและหัวเทียน เพื่อให้ initial state ของการใช้แก๊สเป็นระบบที่ค่อนข้าง clean (ผมคิดว่า ร้านติดตั้งแก๊สบางร้านไม่ได้ช่วยลูกค้าในเรื่อง การเป่ากรองและหัวเทียน นอกจาก แนะนำว่าเปลี่ยน แต่พอเจ้าของรถเปลี่ยนอุปกรณ์ครั้งแรก ก็มักจะมีปัญหา)
ดังนั้น AF meter ไม่ได้ใช้เฉพาะตอนจูนเครื่อง แต่ถ้าหมั่นสังเกตุ AF meter ยังช่วยในการ maintenance และ การประหยัดได้ครับ
เพิ่มเติมใหม่
ผมใช้กรองอากาศถูกๆ เป็นของปลอมโตโยต้า ตอนนี้ AF โชว์หนาขึ้นหลังจากเป่ากรองมา 1 เดือน เลยจูนใหม่ให้บางลง
ทำให้คิดได้ว่า ระบบ fumigation นี้ ปริมาณ (น้ำหนัก) ของ gas จะค่อนข้างคงที่ ปริมาณ (น้ำหนัก) ของอากาศ จะแปรผันตาม อายุการใช้งานของกรองอากาศ ระบบ fumigation จะไม่สามารถทำให้ อัตราส่วน น้ำหนักของ gas และ อากาศ คงที่ได้ แม้จะมีระบบ FBM ของ hana ช่วย ก็ต้องมีการปรับแต่ง จูนเครื่องบ่อย ถ้าต้องการระดับแรงดันจาก O2 sensor เท่าเดิม ซึ่งผมคิดว่า ไม่จำเป็น
ทำให้คิดถึง hana ว่า จะเลิกทำ FBM และได้ข่าวว่า hana มีระบบหัวฉีดขายแล้ว ก็ค่อนข้าง confirm ว่า ระบบ fumigation นี้ ดีจริงตรงที่ พอใช้งานได้ ประหยัด แต่เจ้าของรถและอู่ อาจจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดี เพราะเจ้าของรถต้องไปใช้บริการปรับจูนเกือบๆ 3-4 ครั้งต่อปี หรือถ้าหากปรับจูนเองได้ ก็จะดีมาก
ระบบหัวฉีดเลยมาแทนที่ การปรับจูนจากคอมพิวเตอร์ จากสัญญาณหัวฉีดน้ำมันแล้วส่งมาที่ ecu ของ gas คิดว่า จะดีที่สุด เพราะวิศวกรออกแบบของรถยี่ห้อต่างๆ คงจะเขียน software ช่วยชดเชยในเรื่องอัตราส่วน น้ำหนักของเชื้อเพลิง และ อากาศ เมื่อปริมาณ (น้ำหนัก) ของอากาศ มีการแปรผัน
ไม่รู้ว่า คิดมากไปหรือเปล่า
ผมยังไม่เคยใช้ Lambda control stepper motor เลยไม่ทราบว่า จะมีปัญหาแบบเดียวกับ FBM หรือไม่ ผู้ใช้ และ ผู้รู้ กรุณาช่วยวิสัจฉนาด้วยครับ
อนึ่ง ข้อเขียนนี้ไม่ได้บอกว่า FBM ระบบ fumigation ไม่ดีนะครับ เพียงแต่บอกว่า อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้งาน ย่อมมี่ limit ของตัวมันเอง อยู่ที่ว่า เราสามารถยอมรับได้ขนาดไหน
|