| |
คำตอบที่ 5
ข้อมูลระบบแก้สในรถยนต์จากคุณ Sor ครับ ลงเมื่อ 18 พ.ค. 48 ดูที่
http://www.weekendhobby.com/offroad/jeep/question.asp?rting=1&id=5551
อันนี้ผมจัดให้ครับ
จาก Sor
210.203.183.187
พุธที่ , 18/5/2548
เวลา : 21:08
อ่านแล้ว = 17062 ครั้ง
เก็บเข้ากระทู้ส่วนตัว
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
เห็นคำถามเกี่ยวกับระบบก๊าซว่ามีกี่ระบบ ผมก็ว่าดีเหมือนกันเลยรวบรวมจากที่เคยได้เห็นได้ทำมาลองเขียนให้อ่านกันดูครับ กะว่าให้เป็นพื้นฐานข้อมูลเพิ่มเติมเลยดีกว่าครับ
ก๊าซที่มีใช้กันอยู่ในโลกมีทั้งที่เป็น LPG (ก๊าซหุงต้ม) NGV (ก๊าซธรรมชาติ) ก๊าซ 2 ตัวนี้จะต่างกันที่ LPG เป็นของเหลวแรงดันในถังเก็บจะอยู่ราวๆ 7 8 bar ส่วน NGV เป็นก๊าซอัดไอแรงดันที่ถูกเก็บในถังจะสูงราวๆ 200 220 bar แต่เนื่องจากสถานะก๊าซที่ต่างกัน ระบบที่ใช้กับ LPG จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของก๊าซให้กลายเป็นไอก่อน ดังนั้นระบบจำเป็นที่จะใช้หม้อต้มมาทำการเปลี่ยนสถานะก๊าซ ส่วนระบบที่เป็น NGV บางคนอาจสงสัยว่าทำไมยังต้องมีหม้อต้มอยู่ทั้งๆที่ตัวมันเองก็เป็นไออยู่แล้ว ถ้ามองตามหลักมันก็ใช่ แต่เนื่องจากการลดแรงดันจาก 200 bar ลงมาเหลือ 2 3 bar ก๊าซจะต้องถูกดันออกผ่านรูขนาดเล็กมากๆ จึงทำให้รูที่ว่านี้มีความเย็นจัดและจับตัวเป็นน้ำแข็ง(เหมือนเราพ่นสีสเปรย์กระป๋องถ้าพ่นแช่ไว้นานๆกระป๋องจะเย็น) ระบบจึงยังต้องการน้ำไปเลี้ยงเพื่อป้องกันการแข็งตัวภายในของ Regulator อยู่ตลอด แต่ถ้าใช้กับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่มากๆมีความต้องการก๊าซสูงๆระบบก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำหล่อเลี้ยงอีกต่อไป
ทีนี้ถ้ามาว่ากันถึงระบบจ่ายก๊าซ โดยทั่วๆในโลกมีการใช้ระบบก๊าซมานานมากแล้ว และมีวิวัฒนาการไปหลายรุ่นมากผมจะกล่าวถึงระบบโดยรวมที่มีใช้ก่อนครับ มีดังนี้
1. Fix Mixture (ระบบแบบคาร์บูเรเตอร์)
2. Mixture Lamda Control (ระบบคาร์บูเรเตอร์แบบมีสัญญาณ Oxigen Sensor )
3. Fumigation (ระบบคาร์บูเรเตอร์ควบคุมร่วมกับ ECU และ Stepling Motor )
4. Multi point port (ระบบจ่ายก๊าซแบบแยก Port )
5. Sequential Injection (ระบบก๊าซแบบหัวฉีดแยกการทำงานอิสระ แปรผันตามค่าการฉีดเชื้อเพลิง)
6. Sequential Liquid Injection (ระบบก๊าซหัวฉีด แบบฉีดเชื้อเพลิง(LPG)ในสถานะของเหลว แปรผันตามค่าการฉีดเชื้อเพลิงหลัก)
หลังจากนี้มาดูการทำงานของแต่ละระบบกันดีกว่าครับ ว่ามันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เผื่อเป็นทางเลือกว่าเหมาะสมหรือไม่กับการใช้งานของรถที่เราใช้อยู่
แจ้งเพื่อเก็บขึ้นกระทู้พิเศษ คลิ๊กที่นี่
คำตอบแบ่งหน้าละ 30 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1 2
คำตอบที่ 1
1. ระบบ Fix mixture ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่าระบบมีการจ่ายก๊าซแบบคงตัว ก๊าซจะถูกแปรสภาพเป็นไอในหม้อต้มแล้วจ่ายมายังปากท่อร่วมไอดี ทีนี้เครื่องยนต์มันต้องการเชื้อเพลิงที่ไม่คงที่ตลอดทุกรอบความเร็วดังนั้นจึงต้องทำการลดมวลของอากาศลงโดยการใช้แหวนลดอากาศ จึงสามารถทำการปรับจูนส่วนผสมได้ง่ายขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าในรถที่ช่างติดตั้งไม่เคยทำมาก่อนจะมีการจูนเครื่องกันบ่อยมากเนื่องจากยังไม่มีสูตรสำเร็จออกมา ระบบแบบนี้จะเหมาะสมที่สุดกับเครื่องที่เป็นระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคาร์บูเรเตอร์ แต่ก็ยังคงลดมวลอากาศอยู่ดี
2. ระบบ Mixer Lamda Control ระบบนี้ถุกพัฒนามาจากระบบ Fix เพื่อนำมาใช้งานกับรถยนต์ที่มีระบบ Oxigen Sensor ให้แปรผันค่าการจ่ายตามความต้องการเครื่องยนต์ โดยอิงค่าจากสัญญาณ Lamda จะถูกแบ่งการทำงานออกเป็น 3 Step คือ น้อย กลาง มาก ถ้าสัญญาณแจ้งส่วนผสมหนาระบบจะลดค่าจ่ายก๊าซลง ถ้าสัญญาณแจ้งส่วนผสมบางระบบจะจ่ายก๊าซมากขึ้น ถ้าช่วงเดินเบาต้องทำการปรับจูนให้ค่าสัญญาณ มีการแกว่งตัวอยู่ในช่วงที่ใกล้เคียงน้ำมันที่สุดระบบจึงสมบูรณ์ ที่จริงระบบ ที่ 1 และ 2 มันก็เป็นระบบแบบเดียวกันยังต้องลดมวลอากาศแต่ระบบจะแจ้ง Output ของเครื่องว่าต้องการเชื้อเพิงมาก น้อย ขนาดไหน
3. ระบบ Fumigation จะว่าไประบบแบบนี้จะเป็นระบบ Mixer ที่สมบูรณ์ที่สุดก็ว่าได้ ระบบจะทำงานร่วมกับ ECU โดยรับสัญญาณจากเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็น Lamda , TPS(สัญญาณตำแหน่งลิ้นเร่ง) , RPM แม่นกระทั้งสัญญาณการฉีด(ส่วนใหญ่ไม่นำมาใช้แต่จะหลอกระบบหัวฉีดด้วย Emulator ) แล้วนำสัญญาณที่ได้มาประมวลผลเพื่อทำการบังคับ Stepling Motor เพื่อทำการจ่ายก๊าซตามสัญญาณที่ประมวลได้ ระดับการจ่ายก๊าซจะมีอยู่ประมาณ 150 200 Step ในบางรุ่นอาจสูงถึง 300 Step ดังนั้นกาสรลดมวลอากาศก็แทบจะไม่จำเป็น แต่ในเครื่องยนต์บางรุ่นอาจต้องลดมวลอากาศอยู่แต่น้อยกว่า 2 ระบบแรก
4. ระบบ Multi Point Port เป็นระบบที่พัฒนามาจาก Fumigation การทำงานเหมือนกันทุกอย่างแต่จะมีการแยก Port ออกมาตามสูบที่จะใช้แยกจากกันอิสระ
5. ระบบ Sequential Injection เป็นระบบที่มีใช้ล่าสุดในบ้านเรา ระบบทำงานร่วมกับ ECU มีการประเมินค่าจากสัญญาณการฉีดเชื้อเพลิงเป็นหลัก ในระบบบางยี่ห้ออาจต้องการที่จะประเมิณผลให้มากขึ้นก็จะมีการจับสัญญาณ Lamda และ RPM เพื่อการประเมินผลช่วยด้วย เมื่อระบบประมวลผลการจ่ายเชื้อเพลิงได้สัญญาณการฉีดเชื้อเพลิงที่ประมวลผลได้ใหม่จะถูกส่งให้หัวฉีดก๊าซ การประมวลค่าการฉีดจะมีสัญญาณดิบจาก ECU ของน้ำมันเป็นตัวหลัก การเพิ่มหรือลดช่วงเวลาการฉีด จะถูก Oxigen Sensor ประมวลผล บางเพิ่ม หนาก็ลด ระบบแทบจะ Copy การทำงานของ ECU น้ำมันมาทั้งหมดและนำมาแต่งค่าให้เหมาะสมกับก๊าซที่ใช้ แต่ล่ะยี่ห้อจะแตกต่างกัน
6. ระบบ Sequential Liquid Injection ทำงานแบบเดียวกับระบบ Sequential แต่ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้หม้อต้ม จะฉีดก๊าซเข้าไปในสภาพของเหลวแล้วขยายตัวภายในท่อร่วมไอดีเอง ข้อมูลที่มีตอนนี้น้อยมาก อุปกรณ์ก็เพิ่งเริ่มใช้ในอิตาลี คาดว่าถูกพัฒนาให้สามารถใช้ก๊าซ LPG ในเครื่องยนต์แบบ GDI ในอนาคต หรือ เครื่องยนต์ที่มี Turbo โดยไม่ต้องมีชุดอุปกรณ์เสริม ผู้ผลิตรายแรกคือ BRC
จาก Sor 210.203.183.187 พุธ, 18/5/2548 เวลา : 21:11
|
|