| |
คำตอบที่ 1
เอามาให้ลอง อ่าน เผื่อเป็น ประโยชน์ครับ
1. ตัวถังรถ
1.1 ดูแนวรางน้ำขอบหลังคารถยนต์ ถ้าหากว่างอหรือคดแสดงว่าเคยคว่ำมาแล้วอาจเสียศูนย์ พยายามสำรวจให้ทั่วหลังคารถด้วยการมองทั้งทางด้านหน้ารถ-ท้ายรถ
1.2 ตรวจรอยสนิมกัดกินผุกร่อน บริเวณบังโคลนหน้า รอบดวงโคมไฟ ทั้งสองข้าง ต้องตรวจดูด้วยการเอามือลูบบังโคลนด้านใน ถ้าจะมีร่องรอยการซ่อมมา หรือ มีสนิม ใช้มือลูบก็จะพบ
1.3 ตรวจรอบโคมไฟท้ายทั้ง 2 ข้าง มีรอยสนิมมากน้อยเพียงใด ส่วนของไฟท้ายก็เป็นสนิมง่าย ต้องตรวจให้ละเอียดว่ามีรอยสนิมมากหรือน้อย
1.4 ตรวจรอยผุส่วนท้ายรถที่ขอบฝากระโปรง และที่ติดใกล้กับกันชน ต้องเปิดฝากระโปรงออกมาแล้วตรวจดูรอยสนิมให้ทั่วว่ามีหรือไม่ อาจจะเปิดส่วนท้ายด้วย พยายามตรวจให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้
1.5 ตรวจรอยผุส่วนหน้ารถที่ขอบฝากระโปรง และที่ติดใกล้กับกันชน ต้องเปิดฝากระโปรงออกมาแล้วตรวจดูรอยสนิมให้ทั่วว่ามีหรือไม่ อาจจะเปิดส่วนท้ายด้วย พยายามตรวจให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้
1.6 ตรวจรอยผุบริเวณประตูรถตอนขอบด้านล่าง และที่ตัวถังของพื้นล่างสุด บริเวณประตูก็จะเกิดสนิมได้ง่ายเช่นกัน ต้องตรวจดูที่ประตูทุกบาน หารอยผุว่ามีมากหรือน้อย
1.7 ต้องตรวจดูที่ประตูทุกบาน ฝากระโปรง หน้าหลัง การเปิด-ปิดในส่วนต่าง ๆ ของขอบประตูและกระโปรงหลังทำได้สะดวกหรือไม่
1.8 ตรวจดูใต้ท้องรถ อาจให้ยกรถขึ้นโดยใช้ขาตั้งแล้วท่านเข้าไปตรวจดูใต้ท้องรถ แต่อาจใช้วิธีเปิดพรมยางในรถทั้งหมด แล้วตรวจหาดูรอยผุหรือส่วนที่เสียหายต่าง ๆ
1.9 ตรวจดูระบบท่อไอเสีย ให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยแตกหรือสนิมกัดกร่อนจนเกือบจะผุพัง
1.10 ดูความสม่ำเสมอของขอบประตูด้านบน-ล่างว่ามีเอียงหรือบิดหรือต่ำๆสูงๆหรือไม่ทั้งสี่บานถ้าพบตรงจุดนี้ก็จะหยุดดูทันที
1.11 จะเปิดดูที่ห้องโดยสารผมจะเปิดพื้นให้ถึงพรมชั้นล่างสุดโดยเฉพาะตรงที่พักเท้าด้าหน้าทั้งสองข้าง(ข้างหลังไม่เน้นมาก)และจะดมดูจะต้องไม่มีกลิ่นอับของความชื้นเหมือนซักผ้าตากไว้ในร่มเพราถ้ามีเป็นไปได้ว่าระบบแอร์รั่ว-มีการผุของเหล็กที่ผนังกั้นห้องโดยสารกับห้องเครื่อง หยุดทันที
1.12 ตรวจ ดู ที่เหยียบคันเร่ง เบรกครับ พวงมาลัย ว่ามีรอยสึกแค่ใหน เพื่อใช้ในการต่อรอง
1.13 จะดูขอบกระจกหน้า(ดูจากข้างใน)อาจจะต้องถอดขอบออกถ้าเป็นกระจกจากโรงงานจะต้องไม่มีเศษซิลิโคนให้เห็นและขอบทุกด้านต้องแนบสนิท(ถ้าเป็นรถรุ่นใหม่ๆจะดูที่ยี่ห้อทุกบานต้องยี่ห้อเดียวกัน)ถ้ามีเศษซิลิโคนหรือกระจกแนบข้างแต่อีกข้างโด่งอันนี้ก็แสดงว่าเคยเปลี่ยนกระจกหน้ามา(ไม่ว่าด้วยเหตูใดก็ตาม)ผมก็จะหยุดเช่นกัน
1.14 ตรวจสอบ คอนโทรลว่า ยังอยู่ในสภาพดี ยึดอยูกับตัวรถแน่นหนา
1.15 ตรวจ สอบ ผนังทั้ง 4 ด้าน และเพดานใน ห้องโดยสาร ว่ายังติดแน่น ไม่ หลุด
1.16 นก็จะดูชุดโคมไฟหน้าว่าเรียบเสมอกับกับไฟเลี้ยวหรือเปล่ามีการปรับเอียงไว้หรือไม่ถ้าเอียงก็ปรับให้ตรงและเสมอเป็นปกติซะแล้วเดินไปด้านหน้าห่างจากรถประมาณ 10-15เมตรแล้วหันมาดูไฟหน้ารถ(ที่ผมเปิดทิ้งไว้ที่ไฟสูง)สังเกตุไฟทั้งสองข้างจะต้องมีความสูงที่ใกล้เคียงกันถ้าสูงข้างต่ำข้าง(อันนี้ก็เหมือนตอนกลางคืนที่บางครั้งเราขับสวนคันอื่นไฟข้างนึงสูงอีกข้างนึงต่ำ)แต่ผมได้ปรับโคมให้เสมอกันแล้วอันนี้ร้อยทั้งร้อยบอกได้เลยชนด้านหน้าหรือเฉียงๆข้างใดข้างหนึ่งมาหลีกให้ห่าง
1.17 ตจวจสอบ ดูขอบห้องเครื่องด้านหน้า-ซ้าย-ขวาต้องมีร่องรอยของจุดสป็อตของการอาร์คไฟฟ้าที่ใช้ในการประกอบ(เป็นหลุมที่มีระยะห่างเท่าๆกันถ้ามีการชนสีโป๊วจะอุดรอยพวกนี้เป็นเรียบหมด)
ภายใน
1.18 ตรวจสอบ ตรงพวงมาลัยว่าไม่มีการหลุดลอกหรือ มีรอยถลอกมาก (แสดงถึงการใช้งานมานาน )
1.19 ตรวจสอบแป้นคันเร่งเบรคหรือครัช ต้องไม่สึก หรือ มีรอยถลอกมาก (แสดงถึงการใช้งานมานาน )
1.20 ตรวจสอบความเรียบร้อบ ของคอรโทรล ร่องรอยต่างๆ
1.21 ตรวจสอบเพดานไม่ควรมีการ ย้วย ลงมา *ถ้ามีควรต่อรอง
1.22 ตรวจสอบตัวหนังสือบน ปุ่มต่างๆว่ามีการใช้งานมามากเพียงไร
1.23 ตรวจสอบว่าใช้ส่วนต่างๆในรถ สามารถใช้งานได้ตามปรกติ เพื่อใช้ในการต่อรอง
2. สี รถ
2.1 สภาพภายนอกก่อนโดยเคาะตัวถังรอบๆรถว่าเป็นเสียงของเหล็ก(เสียงแก๊งๆใสๆ)หรือว่าเป็นเสียงทึบๆ(ปุ๊คๆ)ของสีโป๊วถ้าเป็นจุดที่ไม่สำคัญและบริเวณไม่กว้างเช่นแก้ม ด้านข้าง ด้านท้ายหรือประตูก็ถือว่ายังยอมรับได้ แต่ถ้าเจอด้านข้างหรือด้านหน้าเป็นหรือด้านท้ายหรือหลังคาที่เป็นบริเวณกว้างผมก็จะไม่สนใจรถคันนั้นทันที
2.2 จะมาดูเรื่องสีรถว่ามีสภาพเรียบร้อยแค่ไหน ชนิดของสีที่ใช้ที่ใช้ต่างกันหรือไม่(สีธรรมดา-ลูไซด์-สีเกร็ด)มีตรงไหนที่พื้นสีเข้ม-ซีดแตกต่างกันโดยจะเน้นไปที่สีของฝากระโปรงเทียบกับแก้มทั้งสองข้างถ้าสีไม่เหมือนกันแสดงว่ามีการทำสีมา(อาจจะจากการชนหรือไม่ก็ได้)จากนั้นจะนำทั้งหมดไปเทียบกับหลังคาและฝาท้ายแต่จะเน้นที่หลังคาเพราะ ถ้าหลังคาถูกทำสีที่เกิดจากการชนคือการชนที่รุนแรงมากหรือคว่ำมาไม่น่าคบแน่ๆอันนี้จะดูที่ขอบยางของกระจกหน้าและกระจกหลังถ้าทำสีมาสีจะแตกตรงมุมขอบให้เห็น ยิ่งถ้าเจอประเภทสาดสีมาทั้งคันผมจะไม่สนใจรถคันนั้นเลย
3. ระบบไฟ
3.1 ตรวจ ดู ปุ่มอปกรณ์ต่างๆว่ามี การใช้งานแค่ใหน มีการลบเลือน เยอะใหม เพื่อใต่อรอง
3.2 ทดสอบ ลอง เปิด ไฟหน้า ต่ำ และ สูง พร้อม เปิด แอร์ เพื่อทดสอบ ระบบจายพลังงาน
3.3 ตรวจสอบไฟหน้า สูง ต่ำ ,ไฟท้าย ,ไฟเบรก ,ไฟขอทาง ,ไฟเลี้ยว ,ไฟที่หน้าปัด ว่าทำงานได้ปรกติ
3.4 ตรวจสอบกระจกไฟฟ้า ว่าสามารถ ขึ้นลงได้ โดยไม่ติดขัดทั้ง 4 บาน ว่าทำงานได้ปรกติ
3.5 สัญญานเตือนต่างๆต้องติดครบแล้วก็สตาร์ทเครื่องดูสัญญานเตือนทุกตัวต้องทำงานตามปกติถ้าไม่ก็ดูอีกทีว่ารับได้หรือเปล่า(เช่นรูปแบตเตอรี่อาจเป็นไปได้ถ้ารถจอดนานจนแบตหมดก็จะเก็บความสงสัยไว้ก่อน)จากนั้นก็จะเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีในรถทั้งหมดตัวไหนทำงานไม่ทำงานก็จำไว้และจะค้างไฟหน้าไว้ที่ไฟสูงเปิดแอร์แรงสุด
4. ช่วงล่าง
4.1 ตรวจ สอบไต้ท้องรถ เริ่มตรวจตั้งแต่ห้องเกียร์ ช๊อคอัพ แหนบ พวงมาลัย เฟืองท้าย และช่วงล่างในส่วนอื่น ๆ ถ้ามีสิ่งใดที่สังเกตผิดจากธรรมดา เช่น มีน้ำมันไหลออกมาจากบางแห่งมีส่วนหัก บิด งอ แหนบซ้อนกันไม่เป็นระเบียบ ลองตรวจดูว่าการใช้งานเป็นเช่นไร (อาจนำไปที่ร้านที่มีที่ยกรถให้ช่างตรวจ)
4.2 เพลากลาง ท่านต้องลองเอามือจับเพลากลางและลองหมุนขยับกลับไปกลับมาว่ามีระยะหมุนฟรีมากเพียงใด ถ้ามีระยะฟรีมากนั่นแสดงว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนหลวม หรือหมดอายุการใช้งาน
4.3 ตรวจดูยางทั้ง 5 เส้น ซึ่งหมายถึงยางอะไหล่ด้วยว่ามีการใช้งานมากน้อยเพียงใด ดอกยางสึกมากหรือน้อย จะต้องซื้อใหม่หรือไม่
4.4 ตรวจระบบเบรก ด้วยการลองเหยียบเบรกหรือย้ำเบรกดูถ้าเหยียบเบรกจมมิดหายไปแสดงว่าเบรกไม่อยู่ หรือต้องย้ำเบรกหลายครั้งจึงจะเบรกอยู่ในส่วนนี้ต้องทดลองขับดู
4.5 ตรวจดูลูก ยางกันฝุ่นต่างๆ ว่า มีการฉีกขาดหรือไม่
4.6 ตรวจดูเข็มไมล์ว่ารถใช้งานมามากน้อยเพียงใด ตรวจดูการสึกหรอของยางเบรกและคลัตซ์เปรียบเทียบกับตัวเลข ซึ่งอาจถูกแก้ไขจำนวนกิโลเมตรที่วิ่งก็ได้
4.7 ตรวจพวงมาลัย ด้วยการหมุนกลับไปกลับมา เพื่อที่จะดูช่วงฟรี ของพวงมาลัยว่ามีมากน้อยเพียงใด ถ้ามีช่วงฟรีมากอาจจะเกิดจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบบังคับเลี้ยวหลวม ก็ต้องเสียเงินเพิ่มมากขึ้นในการซ่อม
4.8 มุดดูพวกลูกยางกันฝุ่น-กันโคลง-ยางหุ้มเร็คพวงมาลัยว่ามีจุดไหนชำรุดเสียหายหรือจาระบีรั่วหมดบ้าง(พอรับได้ก็เก็บข้อมูลไว้)
4.9 ทุกอย่างเช็คการยุบตัวของโช้คต้องไม่แข็งหรือนิ่มเกินไปและต้องไม่มีเสียงกระทบกันของเหล็ก(เก็บข้อมูลไว้)
5. เครื่องยนต์
ห้องเครื่องในส่วนนี้ค่อนข้างเน้นมากถ้าเจอตรงไหนจะหยุดทันทีอันแรกก็เปิดฝาหม้อน้ำทิ้งไว้(บางรุ่นไม่มีก็เปิดที่พักน้ำแทน) เปิด ไฟหน้า สูง แล้วสตาร์ทเครื่อง พร้อม เปิด แอร์ แรงสุด
5.1 ในส่วนนี้ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดตามจุดต่าง ๆ ฝาครอบลิ้นด้านบน, ปะเก็บฝาสูบ,อ่างน้ำมันเครื่อง,เพลาข้อเหวี่ยงหน้าเครื่อง,ก๊อกถ่ายน้ำมันเครื่องซึ่งอยู่ในอ่างและตามท่อต่าง ๆ หม้อกรองน้ำมันเครื่องและอื่น ๆ อีก การเช็ดก็เพื่อจะตรวจดูรอยรั่วของส่วนประกอบด้านบนว่ามีน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันหล่อลื่นไหลซึมออกมาหรือไม่ แล้ว ทำการ สตาร์ทเครื่อง ไว้ซักพักพัก แล้วดับ เครื่อง เพื่อครวจสอบ การใหลซึมของน้ำมัน ควรตรวจให้ละเอียดอย่างช้า ๆ ถ้ามีควรตรวจดูว่าเป็นส่วนไหนของเครื่องยนต์เป็นส่วนสำคัญหรือไม่ และรั่วมาจากสาเหตุใด เพราะแตกร้าว หรือประกันไม่ดีเพื่อจะได้คิดราคาค่าซ่อมได้ถูกต้อง
5.2 ก็เริ่มฟังเสียงและใช้มือกับที่ตัวเครื่องดูการสั่นเสทือนที่จะบอกถึงความเรียบของเคื่องยนต์ในรอบเดินเบาต้องไม่มีการกระตุก การสั่นต้องต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ(ไม่ใช่สั่นบ้างหยุดบ้าง)
5.3 ฟังเสียงสายพาน-ลูกรอก-พัดลมต้องไม่ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวเกินพอดี
5.4 ตรวจสอบ การสตาร์ท ว่าติดยากหรือไม่
5.5 ทดสอบการเร่งเครื่องโดย เหยียบคันเร่ง แล้ว ดูที่เข็มไมล์ ว่าการขึ้นของรอบนั้น ปรกติหรือไม่ หรือ ช้า
5.6 ดู เสียงวาล์วไม่ควรดัง
5.7 ตรวจระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ อย่างเช่น หม้อน้ำ ตรวจดูรอยรั่วต่าง ๆ ข้อต่อที่มีปลอกเหล็กรัดดูว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่ จุดที่ต้องตรวจดูก็คือ หม้อน้ำหรือรังผึ้ง,ท่อยางต่อเข้าเครื่องยนต์เพื่อถ่ายเทน้ำ,ท่อยางด้านล่างที่ต่อเข้าตัวปั๊ม มีพัดลมหมุนได้ด้วยสายพานจะต้องมีความตึงพอดี ไม่อย่างนั้นแล้วจะระบายความร้อนได้ไม่ดี
5.8 ถ้าผ่านก็กลับมาที่รถดึงสายคันเร่งๆเครื่องดูว่าเร่งดีหรือไม่ต้องไม่มีสดุดหรือสำรักน้ำมันและเสียงแขกของวาล์ว(แก๊กๆ)ต้องไม่ดังจนน่าเกลียด
5.9 ตอนนี้เครื่องร้อนแล้วก็จะมาดูน้ำหม้อน้ำหรือหม้อพัก(ที่เปิดฝาทิ้งไว้แต่ทีแรก)การไหลวนต้องไม่มีฟองอากาศ(ยิ่งเร่งเครื่องฟองยิ่งใหญ่ขึ้น)ถ้ามีแสดงว่าเครื่องเคยโอเวอร์ฮีตมาจนฝาสูบโก่งไม่ควรคบ
5.10 ก้มดูด้านล่างว่ามีน้ำแอร์หยดอย่างสม่ำเสมอดี(ถ้าไม่มีหยดเลยก็ไม่เอา)และต้องไม่มีอย่างอื่นหยดนอกจากน้ำแอร์
5.11 ก็ไปปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปิดไว้แล้วดับเครื่องที่สำคัญคือระหว่างที่เช็คอยู่ถ้าคนขายไปดับเครื่องผมก็จะไม่ดูต่อเช่นกัน (แสดงว่าต้องการปกปิดบางอย่าง)
5.12 แล้วก็มาดูรอยรั่วของน้ำตามท่อน้ำหรือน้ำมันในระบบว่ามีใหม่ๆออกมาตรงไหนบ้าง(อันนี้พอรับได้บ้างแต่เก็บข้อมูลไว้)ดูตามจุดประกบต่างๆเช่นฝาครอบวาล์ว-เครื่อง-หัวเกียร์ว่ามีร่องรอยของสารซีลป้องกันรั่วหรืไม่(สีส้มหรือสีขาว)ถ้ามีก็แสดงว่าจุดนั้นๆมีการถอดซ่อมมาแล้ว(เก็บเป็นข้อมูลไว้)
5.13 จากนั้นก็ปิดฝาหม้อน้ำหรือหม้อพักเช็คระดับของเหลวทุกอย่าง
6. ทดลองวิ่ง
6.1 ตรวจสอบ ว่า เมื่อปล่อยพวงมาลัยแล้วรถวิ่งได้ตรงแต่ใหน
6.2 ระบบกันสะเทือนใช้ได้ดีหรือไม่ การทำงานอยู่ในสภาพใดเมื่อตกหลุมหรือเลี้ยวมีอาการผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีการสะเทือนมากแสดงว่าช็อคอัพหรือแหนบไม่ดี
6.3 ลองเบรกห้ามล้อดูว่าใช้งานได้ดีหรือไม่ ระยะทำการเบรกกับการเหยียบเบรกมีความสัมพันธ์กันมากน้อยเพียงใด ถ้าเหยียบเบรกจมหายต้องย้ำหลาย ๆ ครั้งแสดงว่าเบรกมีปัญหาต้องตรวจเช็คเบรก
6.4 ระบบส่งกำลังยังให้แรงดีหรือขัดข้องประการใด เมื่อขณะเร่งให้สังเกตว่าเครื่องยนต์ส่งกำลังมีความแรงขนาดไหน ทันอกทันใจหรือไม่การเข้าเกียร์ยากหรือเปล่า
6.5 พวงมาลัยหนักเบาแค่ไหน สาเหตุอาจจะมาจากยางแบน แต่ถ้ายางไม่แบนก็อาจจะมาจากการเสียหายของชิ้นส่วนภายใน อันนี้ต้องตรวจเช็คให้ละเอียด
6.6 จากนั้นก็ทดลองขับ(ถ้าไม่ให้ลองขับก็หยุดเช่นกัน)ดูความสม่ำเสมอของอัตราเร่งต้องไม่กระตุก
6.7 รอบเครื่องกับความเร็วต้องสัมพันธ์กันไม่ใช่รอบสูงแล้วแต่รถไม่วิ่งก็ใช้ไม่ได้
6.8 พยามหาถนนที่โล่งอัดและลากเกียร์ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ที่ดีที่สุดคือต้องไม่มีการสดุดของเครื่องเลยและการสับเปลี่ยนเกียร์(ธรรมดา)จะต้องลื่นเข้าง่ายไม่มีเสียงโครกครากให้ได้ยินอันหมายถึงความเสื่อมสภาพของครัทช์หรือครัทช์ที่เคยไหม้มาก่อน
6.9 จากนั้นก็รักษาความเร็วไว้ที่100-120แล้วเบรคแรงๆที่ดีต้องไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด-อาการปัด-พวงมาลัยสั่น-รถสั่นทั้งคันต้องไม่มีให้เห็นถ้าเล็กน้อยก็ไม่เป็นไรพอรับได้(เก็บข้อมูลไว้) ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็จะเบรคจนรถหยุดเลยเครื่องต้องไม่ดับด้วย
6.10 ด้วยจากนั้นผมก็จะเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันหาที่โล่งหมุนพวงมาลัยซ้าย-ขวาสุด(ทีละด้าน)แล้วเร่งเครื่องออกตัวแรงๆต้องไม่มีเสียงก๊อกๆแก๊กๆของเพลาหรือลูกหมาก(ถ้ามีก็เก็บข้อมูลไว้)
6.11 ตลอกเวลาที่ลองขับที่หน้าปัดต้องไม่มีสัญญานอะไรกระพริบขึ้นมาและเกร์ความร้อนต้องนิ่งประมาณกลางๆ(หรือที่ใดที่หนึ่ง)โดยไม่เลื่อนขึ้นลงจึงจะถือว่าเยี่ยม
6.12 เมื่อออกจากปั๊มมาก็จะมองหาหมู่บ้านจัดสรรเจอปุ๊บก็เลี้ยวเข้าไปเลยหาช่องที่มีเนินปูนต์กันรถวิ่งเร็วหรือแมงกะไซค์แล้วจะอัดประมาณ60ลุยทดสอบช่วงล่างซัก2-3จุดเพื่อทดสอบช่วงล่างจะต้องไม่มีเสียงดังของเหล็กกระทบกันให้ได้ยินแต่ถ้าเป็นเสียงทึบๆของโช้คหรือสปริงก็ปกติ
6.13 จากนั้นก็เอารถไปคืนแล้วลงจากรถมาดูสภาพของยางว่าจะยังสามารถใช้งานต่อไปได้มากน้อยเพียงใด(เพื่อเป็นข้อมูล)ถ้ายางมีกลิ่นเหม็นไหม้หนือสึกแบบดำอย่างเห็นได้ชัดและกดดูที่ดอกแข็งๆ(ทั้งที่ยังร้อนอยู่)แสดงว่าหมดสภาพเพราะถึงแม้จะไปเซาะร่องยางมาการวิ่งดังกล่าวจะแสดงผลทันที
|
|