| |
คำตอบที่ 3
กำลังรอคุณบอยมาตอบพอดี วันนั้น 9 ตคไปที่ศูนย์ตอน 10โมงก็ไม่เจอ เจอแต่ช่างละช่วยจูนให้ ช่างบอกว่า 10.2 km/l ยังถือว่ากิน อาจเนื่องจาก diafram ยังใหม่เลยไม่เข้าที่ ให้ขับสัก 2 week แล้วเข้าไปปรับอีกครั้ง เดี๋ยวผมจะลองปรับวาล์วตัวกลางอย่างที่คุณบอยว่าครับ ตอนนี้ mark ตำแหน่งวาล์วไว้หมดแล้วกันพลาด เผื่อปรับแล้วเพี้ยนจะได้ปรับคืนได้ จากที่ลองปรับเล่นดูผมว่ามันปรับง่ายกว่าที่คิด แค่บิดตัวปรับสปริงที่หม้อต้มอันเดียวเอง พอเข้าที่แล้วก็ไปเล่นที่ตัวปรับกลางท่อ
จากที่อ่านกระทู้มาเยอะ เห็นคนอื่นเขาบ่นกันว่าติดมาแล้วปรับยาก กินแก๊สเยอะ วิ่งไม่ออกตื้อๆ เลยต้องไปให้อู่จูนให้หลายๆหน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาใช้หม้อต้มคนละรุ่นกับผมหรือไงครับมันถึงฟังดูยากจัง ?
อีกเรื่องคือผมเข้าใจถูกไหมว่าพอปรับสปริงที่หม้อต้มจากตำแหน่ง 11 นาฬิกามาเป็น 9 นาฬิกาแล้วจะทำให้จ่ายแก๊สที่รอบเดินเบามากขึ้น ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้จ่ายแก๊สมากขึ้นในรอบปานกลางถึงรอบสูงด้วยเพราะสปริงกด diafram มันอ่อนลง อันนี้ผมเดาเอาเพราะรู้เลยว่าพอขับรถกลับปากช่องแล้วมันวิ่งกระฉูดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กดคันเร่งเนียนๆเหมือนเดิมนั่นแหละ ดังนั้นวิธีแก้ที่คุณบอยแนะนำข้างต้นคือพอแก๊สมามากที่รอบกลางถึงสูง เราถึงต้องหรี่น๊อตตามเข็มทีละ 1/8 รอบเพื่อคุมปริมาณแก๊สที่รอบสูงให้ลดลง ไม่ให้มามากเกินไปจะได้ไม่เปลือง ส่วนรอบเดินเบาวาล์วกลางท่อจะไม่มีผลอยู่แล้ว เพราะแก๊สมานิดเดียวผ่านวาล์วตัวนี้ได้สบายมาก ผมเข้าใจถูกไหมครับ?
ส่วนอีก 2 week ข้างหน้า พอ diafram มันอ่อนตัวลงแก๊สจะจ่ายได้ง่ายขึ้นกว่าตอนแรก ทำให้อัตราสิ้นเปลืองแก๊สมากกว่าเดิมแม้ว่าจะขับแบบเดิม วิธีแก้คือค่อยๆปรับสปริงหม้อต้มให้แข็งขึ้นทีละนิด จนรอบเดินเบาเครื่องเริ่มสั่นแล้วคลายออกนิดหนึ่ง ส่วนวาล์วกลางท่อไม่ต้องแตะ ถูกต้องไหมครับ ถ้าใช่จะได้ลองเลยครับ เพราะไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพบ่อยๆเลยต้องพยายามปรับเองให้ได้
|
|