lpg ย่อมาจากคำว่าอะไร

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก ฉัตร
เสาร์ที่ , 3/12/2548
เวลา : 12:23
 IP:

58.10.250.83
อ่านแล้ว = 931 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       lpg ย่อมาจากอะไร ใครรู้บ้าง


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่หรอก
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
13:01
 IP:
221.128.103.190

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       เอาไปดูให้ครบกระบวนเลยนะครับ
"http://www.doeb.go.th/knowledge/data/lpg_1/lpg_1.htm"


 จาก คิม
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
14:32
 IP:
61.91.179.248

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       Lao Pon Greek
ลาว ปน กรีก


ล้อเล่น ฮิฮิ


 จาก WebMaster GasThai.Com
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
14:40
 IP:
202.29.54.186

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       http://www.gasthai.com/article/viewdata.asp?ID=22



 จาก อินเดียดำ
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
14:51
 IP:
61.91.228.184

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       http://www.pttplc.com/th/document/lpg/lpg_20040819_files/frame.htm
• ชื่อทางราชการ : “ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว” • ชื่อภาษาอังกฤษ : LIQUIDFIELD PETROLEUM GAS หรือ LPG
• ชื่อทั่วไปที่ผู้บริโภค : แก๊ส หรือ ก๊าซหุงต้ม
• ส่วนประกอบหลักๆของก๊าซหุงต้ม : - โปรเพน ( PROPANE ) : C3H8 - บิวเทน ( BUTANE ) : C4H10
• ก๊าซหุงต้มใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือน ยานพาหนะ และในอุตสาหกรรม


 จาก .
 อาทิตย์, 4/12/2548
 เวลา :
07:13
 IP:
203.118.84.78

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       LPG ย่อมาจาก Low pay gas ครับ ฮิอิ


 จาก chat
 อาทิตย์, 4/12/2548
 เวลา :
09:32
 IP:
203.188.18.192

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       Low Pressure Gas


 จาก ยอดชาย
 อาทิตย์, 4/12/2548
 เวลา :
10:52
 IP:
61.19.47.117

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       liquid petroleum gas ของแท้


 จาก เต้
 จันทร์, 5/12/2548
 เวลา :
00:42
 IP:
58.136.225.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(Liquid Petroleum Gas)

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หมายถึง ก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว
แหล่งที่มาของก๊าซปิโตรเลียมเหลวมี 2 แหล่ง ได้แก่

1. ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งจะได้ก๊าซโปรเปนและบิวเทนประมาณ 1-2% แต่ก่อนที่จะนำ น้ำมันดิบเข้ากลั่น ต้องแยกน้ำและเกลือแร่ที่ปนอยู่ออกเสียก่อน หลักจากนั้นนำน้ำมันดิบมาให้ความร้อนจนมีอุณหภูมิประมาณ 340-400 OC จากนั้นจะถูกส่งเข้าสู่หอกลั่น ซึ่งภายในประกอบด้วยถาด (tray) เป็นชั้น ๆ หลายสิบชั้น ไอร้อนที่ลอยขึ้นไป เมื่อเย็นตัวลงจะกลั่นตัวเป็น ของเหลวบนถาดตามชั้นต่าง ๆ และจะอยู่ชั้นใดขึ้นอยู่กับช่วงจุดเดือนต่ำจะลอยขึ้นสู่เบื้องบนของหอกลั่นคือไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซ (LPG รวมอยู่ในส่วนนี้ด้วย) ส่วนไฮโดรคาร์บอนที่มีจุดเดือนปานกลางและสูงก็จะแยกตัวออกมาทางตอนกลางและตอนล่างของหอกลั่น ซึ่งได้แก่แนพทา (naphtha) น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ตามลำดับ

ไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซที่ออกจากด้านบนของหอกลั่นรวมเรียกว่า “ก๊าซปิโตรเลียม” ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอน 1 อะตอม ถึง 4 อะตอมและมีก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไนโตรเจน (N2) ไฮโดรเจน (H2) และอื่น ๆ ปนอยู่ จำเป็นต้องกำจัดหรือแยกออกโดยนำก๊าซปิโตรเลียมผ่านเข้าหน่วยแยกก๊าซแอลพีจี (gas recovery unit) เพื่อแยกเอาโปรเปนและบิวแทน (หรือแอลพีจี) ออกมา จากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งเข้าหน่วยฟอก ซึ่งใช้โซดาไฟ (caustic soda) เพื่อแยกเอากรด (acid gas) เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออก หลังจากนั้นแอลพีจีจะถูกส่งไปเก็บในถังเก็บและมีสภาพเป็นของเหลวภายใต้ความดัน

2. ได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะมีก๊าซโปรเปนและบิวเทนในก๊าซธรรมชาติประมาณ 6-10% ก๊าซธรรมชาติ ที่นำขึ้นมาจะส่งเข้าสู่โรงแยกก๊าซ (gas separation plant) เพื่อทำการแยกเอาสารไฮโดรคาร์บอนที่มีอยู่ในก๊าซธรรมชาติ ออกเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ คือ มีเทน (methane) อีเทน (ethane) โปรเปน (propane) บิวเทน (butane) แอลพีจี (liquefied petroleum gas) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline , NGL)

กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และน้ำที่เจือปน อยู่ในก๊าซธรรมชาติออกก่อน โดยกระบวนการ Benfield ซึ่งใช้โปตัสเซียมคาร์บอเนต (K2CO3) เป็นตัวจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกระบวนการดูดซับ (absorption process) โดยใช้สารจำพวก molecular sieve ซึ่งมีลักษณะเป็นรูพรุน ทำหน้าที่ดูดซับน้ำ ก๊าซธรรมชาติที่แห้งจากหน่วยนี้จะผ่านเข้าไปใน turbo-expander เพื่อลดอุณหภูมิจาก 250OK เป็น 170OK และลดความดันลงจาก 43 บาร์ เป็น 16 บาร์ก่อนแล้วจึงเข้าสู่หอแยกมีเทน (de-methanizer) มีเทนจะถูกกลั่นแยกออกไป และส่วนที่เหลือคือส่วนผสมของ ก๊าซไฮโดรคาร์บอนที่มีคาร์บอนตั้งแต่ 2 อะตอมขึ้นไป (ethane plus stream) ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวและจะออกทางส่วนล่างของหอ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวหอดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่หอแยกอีเทน (de-ethanizer) และหอแยกโปรเปน (de-propanizer) เพื่อแยกอีเทนและโปรเปนออกตามลำดับต่อไป ในหอแยกโปรเปนนี้ โปรเปนจะถูกแยกออกทางด้านบนของหอ ส่วนแอพีจี ซึ่งเป็นส่วนผสมของโปรเปนและบิวเทนจะถูกแยกออกมาจากส่วนกลางของหอ และส่วนผลิตภัณฑ์ที่ออกจากหอทางด้านล่างคือ ก๊าซโซลีนธรรมชาติ (natural gasoline)


คำถามนี้มีทั้งหมด 8 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)