จาก คนปากช่อง
อังคารที่ , 22/11/2548
เวลา : 11:39
IP: 203.172.75.32
อ่านแล้ว = 566 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ชอบ civic 06 ครับ ถ้าซื้อมาคงต้องเอามาติด lpg แน่นอน แต่ตอนนี้ขอรอให้มีผู้กล้าคนอื่นเอามาติดไปก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง เท่าที่ดูตรงกรองอากาศเห็นตัวที่คิดว่าเป็น air flow อยู่ ถ้าติด fixmixer เข้าไปแล้ว back fire นี่เดี้ยงแหงๆ ยังกลัวตรงนี้อยู่ ไอ้ครั้นจะติดหัวฉีดราคาก็สูงไป เลยรอดูไปก่อน อ้อ นี่ผลการลองขับของผมครับ
ได้ไปลอง civic ใหม่มาครับเมื่อเสาร์ที่ผ่านมาที่โคราช ตั้งใจไปลองโดยเฉพาะเลย เลยอยากมาเล่าให้ฟังอีกความเห็นหนึ่ง แต่บอกไว้ก่อนว่าเป็นความเห็นที่เข้าข้าง honda ครับ
อย่างแรก ห้องโดยสารที่ใหญ่ดี เลื่อนเบาะคนขับไปข้างหลังสุด ที่เบาะหลังยังมีที่วางขาเหลือเฟือ อันนี้ทำให้ขนาดห้องโดยสารไล่เลี่ยกับพวก camry และ accord แต่ทว่าคุณจ่ายแค่ 8 แสนกว่าๆเท่านั้น ไม่ใช่ล้านกว่าๆเหมือนอย่างรุ่นใหญ่ อ่านจากพันธ์ทิพย์นี่แหละว่าตัวถังของ civic สั้นกว่า camry แค่ 2 ซมเท่านั้น ถ้าผิดพลาดก็ขออภัย แต่ถ้าจริงล่ะก็ผมว่ามันคุ้มสุดๆ camry ตัวปัจจุบันผมว่ามันท้ายสูงไปขับแล้วดูแก่แบบป๋าๆยังไงก็ไม่รู้
ตำแหน่งของเกียร์กับเบรคมือก็ ok ไม่มีปัญหา ใช้งานคล่อง ที่จริงเบรคมือตำแหน่งนี้ผมว่าใช้คล่องมือดีด้วยซ้ำ คุณต้องไปลองดึงเองถึงจะเข้าใจ ส่วนที่บางท่านบอกว่าตำแหน่งเกียร์ไกลมือนั้น ผมกลับรู้สึกว่าตำแหน่งเกียร์ไม่มีปัญหา ผมเข้าได้ทุกเกียร์โดยไม่ต้องเอื้อมมือ คงอยู่ที่การปรับเบาะของแต่ละคนด้วย ที่แน่ๆคือผมไม่ใช้เกียร์ p ดังนั้นต่อให้มันอยู่ไกลมือคงไม่ห่วง เพราะจอดปกติก็แค่ดึงเบรคมืออย่างเดียวก็อยู่แล้ว อีกอย่างขับเกียร์ auto ปกติก็เข้า d แล้วก็ลากยาวเลย ถ้ารถติดมากๆถึงจะเข้า N ดังนั้นเกียร์อื่นๆไม่ห่วงเท่าไหร่ครับ
กระจกมองข้างเป็นอีกเรื่องที่หลายๆคนไม่ชอบ แต่สำหรับผมเฉยๆครับ ถ้ามันทำให้ผมมองรถข้างหลังชัดก็ใช้ได้แล้ว ที่จริงชอบไฟเลี้ยวที่อยู่ตรงกระจกข้าง เหมือนเจ้า super blackbird ของผมเลย แต่ไฟเลี้ยวด้านหลังผมว่าขนาดเล็กไฟหน่อยกลัวรถหลังจะมองไม่ถนัด ไฟเบรคกับไฟท้ายน่าจะให้เป็น led เสีย แต่ไม่เป็นไรกว่าผมจะซื้อมันคง minor change เป็น led แล้วล่ะ
เก๊ะเก็บของด้านหน้าฝั่งคนนั่งเล็กไปครับ อย่างน้อยก็เล็กกว่า tota ผมล่ะ น่าผิดหวังเพราะ console หน้าออกใหญ่โตแต่ทำเก๊ะเล็กนิดเดียว แต่ที่เก็บของกระจุกกระจิกเยอะทั้งคันครับ
พวงมาลัยขนาดเล็ก ทรงกึ่งๆสี่เหลี่ยมจับถนัดเหมาะมือ และไม่บังหน้าปัทม์ครับ ที่ชอบก็ตรงที่ปรับได้ 4 ทิศ คือขึ้น ลง เข้า ออก ทำให้ผมปรับให้พอดีกับความต้องการได้ง่าย ไม่ต้องปรับเบาะเพียงอย่างเดียว
อ้อ เจ้าเกียร์ auto 5 จังวะเนี่ยมันเป็น over drive 0.721 ที่เกียร์ 4 กับ 0.525 ที่เกียร์ 5 ซึ่งจะเห็นว่าใน 4 เกียร์แรกเนี่ยอัตราทดพอๆกับอัตราทดของเกียร์ auto 4 จังหวะแบบเดิม ที่เกียร์ auto ตัวใหม่มีเพิ่มขึ้นมาคือเกียร์ 5 ที่อัตราทดต่ำถึง 0.525 ซึ่งจะดีสำหรับเดินทางไกลช่วยประหยัดน้ำมัน อัตราทดเฟืองท้ายของ civic ใหม่อยู่ที่ 4.438 อ้อผมไม่ได้เปรียบเทียบอัตราทดเฟืองท้ายเทียบกับรุ่นอื่นนะครับเพราะผมไม่มี spec อัตราทดเฟืองท้ายของ toyota ผม ผมเดาว่าน่าจะพอๆกัน ผมมองไม่เห็นปุ่ม OD ที่คันเกียร์ และไม่ได้ถามเซลล์เลยไม่รู้ว่ามันมีหรือเปล่า ผมเดาว่าอัตราสิ้นเปลือง 15 กม/ล สำหรับ 1.8 auto สำหรับการเดินทางไกลนั่งคนเดียวที่ความเร็ว 110-120 น่าจะทำได้ไม่ยากนัก
เครื่อง 1.8 ตัวใหม่กำลังดี 140 hp ที่ 6300 รอบ อันนี้รอบสูงไปนิด ผมไม่ชอบลากรอบ ขับส่วนใหญ่ 4 พันรอบยังไม่ค่อยจะถึงเลย กับแรงบิดที่ 174 nm-m ที่ 4300 รอบ อันนี้ค่อยยังชั่วหน่อย แรงบิดอยู่ที่รอบไม่สูงนัก ทำให้ขับง่ายไม่ต้องลากรอบและน่าจะทำให้กินน้ำมันน้อยลง ส่วนใหญ่ผมมักแช่อยู่ที่ 3 พันรอบ กำลังเครื่อง 140 hp นี้เกือบๆเท่ากับตัว 2000 ccที่ 155 hp แล้ว แต่เครื่อง 1.8 ประหยัดน้ำมันกว่าแน่ น้ำหนักรถ 1240 กก คาดว่าคงเบากว่าพวก camry กับ accord อยู่หน่อยหนึ่งมั้ง
batt ลูกเล็กตามสไตล์รถใหม่จากโรงงาน ที่ดูแล้วขัดใจคือ honda ใส่สาย ground มาให้นิดเดียวเอง พอซื้อมาแล้วต้องจัดการติด ground wire เพิ่มอย่างแน่นอน ห้องเครื่องแน่นเลยไม่แน่ใจว่าถ้าเปลี่ยน batt เป็นลูกที่ใหญ่กว่าเดิมนิดหนึ่งจะทำได้ไหม ฝากคนอื่นไปดูด้วยก็แล้วกัน
ห้องเครื่องแน่นครับ ทำให้การซ่อมบำรุงยากกว่าไอ้ tota ตัวเก่าของผม เพราะ honda เล่นเอากระจกหน้าล้ำเข้ามากินที่ห้องเครื่องไปมาก ถ้าคิดจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองเหมือนเดิมคงไม่ง่าย แถมเอาเจ้า catalytic converter มาวางไว้หน้าเครื่องอีก ถ้าเกิดชนตรงขึ้นมานี่ cat ไปอัดเครื่องแหงๆ cat น่ะพังแน่ ตัวเครื่องคงต้องลุ้นว่าชนหนักหรือเปล่า ผมเดาว่าการเอา cat ไว้ห้องเครื่องทำให้พื้นห้องโดยสารด้านหลังเรียบ ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นจุดดี ใครรู้บ้างว่าหน้าลาดๆแบบนี้ค่า CD ของ civic ตัวนี้ได้ซักเท่าไร ผมอยากรู้ครับ
ระบบ drive by wire นี่ก็เป็นของเล่นใหม่ที่อยากลอง เท่าที่ลองกดคันเร่งดูก็ความรู้สึกเหมือนเดิม คันเร่งเบาไม่หนักเท้า การตอบสนองต่อการกดคันเร่งเร็วดีครับ ถือว่าเป็นของเล่นใหม่ที่ยังไม่เห็นในค่ายอื่น ตัวนี้ก็น่ากลัวเหมือนกันว่าใช้ไปนาน 7-8 ปีจะซ่อมแพงไหม
แอร์ auto ปรับที่ 25 องศาหนาวไป ผมเลยต้องปรับมาที่ 26 องศาก็ค่อยยังช่วยหน่อย ที่กลัวก็คือเวลาใช้งานไปนานๆสัก 7-8 ปีแล้วถ้าไอ้ระบบ auto นี่มันพังจะซ่อมแพงหรือเปล่าก็ไม่รู้
ความรู้สึกจากการขับขี่ระยะทางประมาณ 15 กมที่โคราช ทางสั้นไปนิดคงไม่เห็นอะไรมาก เพราะรถติดด้วย ช่วงแรกขับฝ่ารถติดในเมืองไปเรื่อยๆ ขับง่ายเพราะความรู้สึกในการกะระยะคล้าย corolla ที่ผมใช้อยู่ ทำให้ปรับตัวได้เร็ว กระดืบๆไปเรื่อย มีช่วงโล่งๆยาวๆก็รีบกดคันเร่งให้พุ่งทันที เครื่องก็พุ่งทันใจกว่า 1.6 ของผม พอพันช่วงรถติดคราวนี้ออกนอกเมืองแล้ว ก็ถึงเวลากดเสียที ลองกดไปไม่ถึงครึ่ง เกียร์ kick down ทันที รอบไต่ขึ้นไป 4 พักว่าเสียงเครื่องกระหึ่มขึ้นมาในห้องโดยสารทันที ความเร็วไล่ขึ้นไปจนถึง 145 ชักเร็วแล้วผมเลยยกคันเร่งนิดหนึ่งให้มันเปลี่ยนเกียร์ ปรากฎว่าพอเกียร์เป็นเกียร์ 5 รอบเครื่องอยู่ที่ 3 พันกับความเร็ว 140 ซึ่งผมถือว่ารอบต่ำ แสดงว่าแรงบิดดี ประกอปกับอัตราทดเกียร์ 0.525 ทำให้ผมเดาว่ารถคันนี้ประหนัดน้ำมันแน่ถ่าเดินทงไกล tota 1.6 auto ผมรอบ 3 พันวิ่งที่ 130 กม/ชม เท่านั้น
ระบบเบรค ในการทดลองขับที่ 140 นอกเมืองไล่แซงคันอื่นที่ขับช้าชิดขวา มีการแตะเบรคบ้างเป็นบางครั้ง เบรค honda คันนี้ต้องบอกว่าจับเร็วกว่า corollaของผม และมันจึ๊กเลย คือเหยียบปุ๊ปหยุดปั๊ป ใขณะที่ corolla hitorque ผมมันจะไม่หยุดปั๊ปขนาดนี้ เบรคครั้งแรกเล่นเท่าเซลล์หัวทิ่มเลย แต่พอรู้แล้วว่าเบรคจับเร็วก็อย่ากดเบรคลึกก็ใช้ได้แล้ว สรุปแล้วเรื่องเบรคหายห่วงครับ หยุดสนิทแน่ แถมเป็นดิสค์ 4 ล้อด้วย ไม่ได้ลอง abs ครับ ถ้าใครได้ลอง airbag ช่วยมาบอกด้วยว่าระเบิดแล้วเป็นไงบ้าง งวดที่แล้วที่โดน airbag ระเบิดใส่นี่บอกได้คำเดียวครับว่าจุกหายใจไม่ออกอยู่พักใหญ่ๆ
ช่วงล่าง ผมขับขึ้นสะพานที่ความเร็ว 120-130 ก็รู้สึกว่ายังไม่มีปัญหาอะไร ควบคุมรถได้สะบาย ขับแซงเปลี่ยนเลนได้ดังใจ รถไม่โยน จริงแล้วผมว่าความรู้สึกเดียวกับ corolla ของผมด้วยซ้ำ เวลาขับบนถนนคอนกรีตผ่านร่องถนนก็เก็บเสียงได้ดี เวลาลงสะพานชนิดที่ตัวลอยวูบ แต่ล้อยังอยู่กับพื้น รถก็นิ่งไม่ส่ายไปมา
ที่ปัดน้ำฝนทรงประหลาด และทิศทางการปัดที่ไม่เหมือนเดิม แต่ปัดได้พื้นที่มากกว่าเดิม ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นแต่ว่าผมยังไม่เคยเห็นที่ปัดแบบนี้ขายตามร้านอะหลั่ยข้างนอก แต่คงไม่ต้องเปลี่ยนมันในช่วง 1 ปีแรกหรอก แต่ถ้าเปลี่ยนขึ้นมา ราคาเท่าไหร่ก็ไม่รู้
ผมชอบเรือนไมล์แบบใหม่สวยดีโดยเฉพาะตอนมันเรืองแสงสีฟ้านี่แหละโดนใจสุดๆ น่าเสียดายที่รุ่น 1.8 รอง top เป็นไมล์ธรรมดาไม่เรืองแสง ตัววัดความเร็วแบบตัวเลขมีขนาดใหญ่ อ่านง่าย ทำให้ละสายตาจากถนนน้อยลง ก็ดีครับ แต่บางทีเลขวิ่งไปวิ่งมาแล้วผมนิสัยเสียจะคอยมองว่าความเร็วเท่าไรกันแน่ ทำให้อาจต้องละสายตาจากถนนนานขึ้นเพื่อดูว่ามันเท่าไหร่กันแน่ ในที่เป็นแบบเข็มมองแว็บเดียวก็รู้แล้วว่าความเร็วเท่าไร อย่างน้อยมันก็บรรลุวัตถุปนะสงค์ที่เขาออกแบบมาให้ก้มลงนิดเดียวก็อ่านข้อมูลได้ทันที
กระจกหน้าลาดสะใจดี ดูแล้วเป็นทรงสปอร์ท มองไม่เห็นกระโปรงหน้าทำให้กะระยะยากนิดหนึ่งเพราะยังไม่ชิน กระจกมองข้างเห็นข้างหลังชัดดี
เบาหลังกว้างขวางเหลือเฟือครับ ที่รองหัวก็พอดี ที่วางขาเหลือเฟือ มีเข็มขัดนิรภัยสำหรับคนนั่งกลางด้วย ดีครับ
ก้านวัดน้ำมันเครื่องพลาสติดอันนี้ยังไม่ชินแฮะ ใช้แต่แบบเหล็กมาตลอด
ชอบ disc brake 4 ล้อซึ่งเบรคจับเร็ว รู้สึกว่าเบรคอยู่ดีกว่าไอ้ tota ของผม
กระโปรงหลังผมว่าใหญ่เหลือเฟือใส่ของได้สบาย ใส่ถัง lpg 55 ลิตรแล้วยังมีที่ใสของอีกเยอะ ที่ผมไม่ชอบกับ honda ทุกรุ่นเลยก็คือยางอะหลั่ยจะเป็นล้อเหล็กไม่ใช่ล้อแม็ก ในขณะที่ tota เป็นแม็ก กรุผ้าเก็บเสียงได้เรียบร้อยดี
ตัว 1.8 top ให้แม็กขอบ 16 นิ้วซึ่งก็ดีอยู่หรอก ยกเว้นเวลาเปลี่ยนยางทีมันแพงกว่าพวกขอบ 15 น่ะ ผมอยากได้ที่ค่าบำรุงรักษาต่ำ อ้อ ยางที่ให้หน้ากว้างตั้ง 205/55 ผมว่าเกาะถนนดีแน่ๆ ของเก่าผม 185/65 ก็เกาะดีอยู่แล้ว ถ้าจะประหยัดน้ำมันขึ้นตอนเปลี่ยนยางชุดที่สองก็คงลดเบอร์ยางลงเป็น 185/65 นี่แหละ
สรุปตัวนี้สำหรับผมคือตรงความต้องการครับ คือขนาดใหญ่เกือบเท่า camry มีความเป็นสปอร์ทพอประมาณ(ในความรู้สึกของผมอย่างน้อยก็มากกว่า ALTIS ) เครื่องยนตร์กำลังเหลือเฟือเกินกว่าที่ผมต้องการ ประหยัดน้ำมันเวลาเดินทางไกล ช่วงล่างไม่ยวบยาบเหมือน altis เบรคดี เครื่องเสียง alpine เล่น mp3 ได้ ลำโพงใช้ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งด้วยหูของผมคงใช้วิทยุติดรถก็พอแล้ว แต่คงไม่ซื้อlotแรกที่อาจมีปัญหาในการประกอปอยู่บ้าง กับอาจมีปัญหาอื่นที่ซ่อนอยู่จนมีลูกค้าไปขับดูสักพักถึงจะเจอ ปกติผมเป็นสาวก tota ครับ แต่ civic ตัวนี้โดนใจมากกว่า altis ดังนั้นขอย้ายค่ายชั่วคราว ถ้าจะซื้อจริงๆคงซักครึ่งหลังของปีหน้ารอให้คนหายเห่อ และแก้ปัญหาทุกอย่างให้จบ และมีของแถมดีๆหน่อย ถ้ายังไม่แถมก็รอไป ธค 2006 ก็ยังไหว เจ้า tota ผมก็ยังใช้ดีอยู่ไม่มีความเป็นเป็นต้องรีบเปลี่ยนถ้าไม่มีเงื่อนไขดีๆ ที่จริงจะรอด้วยว่า civic รุ่นนี้ติด lpg แล้วมีปัญหาหรือเปล่า เพราะตัวปัจจุบันของผมก็ใช้ lpg แล้ววิ่งดีกว่าน้ำมัน แถมค่า lpg ก็ตก กมละ 0.85 บาทเท่านั้น ต่อให้ civic 06 ประหยัดยังไงก็วิ่งเบนซิน 91 ด้วยราคา 0.85 บาทที่ความเร็ว 120 ไม่ได้หรอก
ขากลับผ่านบริเวณโชว์ Mazda 3 ที่ราคา 8 แสนกว่าๆเหมือนกันได้แค่เครื่อง 1.6 กับห้องโดยสารที่รู้สึกว่าเล็กกว่าหน่อย เลยไม่ชอบคือมันแรงน้อยกว่านิด อีกอย่างผมชอบรถตลาดคือมันหาอะหลั่ยง่าย ช่างมีความชำนาญเยอะ อะหลั่ยเซียงกงเพียบ อันนี้แล้วแต่ว่าแต่ละคนชอบอะไรครับ ช่วงล่างของ mz3 แม้ว่าจะดีกว่าแต่ด้วยลักษณะการขับของผมแค่ 120 ทำให้ช่วงล่างเจ้า civic ใหม่หรือไอ้ tota เก่าๆของผมก็เหลือเฟืออยู่แล้ว เรื่องขับ 140 หรือ 160 แม้จะทำได้แต่ไม่นิยมครับ แต่ถ้าเป็น super blackbird ล่ะก็อย่างต่ำต้องมี 160 ครับ 200 นี่ขนมกดแค่เกียร์ 3 แก่ก็มาเต็มๆแล้ว
ที่โคราชที่ผมไปลอง civic มานี่ส่วนใหญ่จองตัว top 1.8 9.3แสนกันทั้งนั้น คนมีตังเยอะ ผมยังว่าจะเอาแค่รอง top 8.35 แสนก็พอ
focus ยังไม่ได้ลอง ถ้าผ่านศูนย์จะไปลองดูแต่คงไม่ซื้อ เพราะ concept ผมคือเอารถตลาด ซ่อมง่าย อะหลั่ยหาง่าย ไม่จุกจิกครับ เพื่อนใช้ฟอร์ดเทียร่าไดชาร์ทพังโดนค่าไดซะอ้วก แถมต้องรอของอีก ไอ้ tota ผมไดลูกละพันบาทมีกองเป็นเข่ง civic ใหม่พอถึงปลายปีหน้าอะหลั่ยเซียงกงคงเข้ามารอเรียบร้อยแล้ว
ของแบบนี้ชอบไม่เหมือนกันครับ เงินของคุณ ควรเลือกเองว่าชอบรถคันไหน
นี่honda ปากช่องเพิ่งโทรมาตามให้ไปลองขับอีก ผมว่าจะไปลองขับอีกรอบคราวนี้ขับได้ยาวล่ะเพราะที่ปากช่องคนน้อยมาก แล้วจะเทียบกับ altis 1.8 ดู แต่ว่ายังไงคนเลือก civic ครับมันสดกว่า
|