จาก ขอบอก
อังคารที่ , 22/11/2548
เวลา : 09:25
IP: 203.118.123.147
อ่านแล้ว = 701 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
นำมาให้อ่านกันเพื่อประโยชน์ ความรู้ในทางกฏหมาย โดยไม่ได้มีเจตนาให้ท่านเบี้ยวหนี้ แต่เพื่อให้ทันเกมส์กับพวกบริษัทหน้าเลือดทั้งหลาย ที่อาศัยช่องว่างทางกฏหมาย "ขูดรีดเอาเลือดจากปู" ผมคัดมาจากที่อยู่ตามข้างล่างหนี้ครับ พอดีอ่านเจอ
http://www.consumerthai.org/compliant_board1/view.php?id=1581
==================================================================
อยาก! ใช้บัตรเครดิต ศึกษา! คดีมโนสาเร่
ข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย สิ้น ไตรมาส 3 ปี 2546...คนไทยทำ บัตรเครดิตในระบบธนาคาร พาณิชย์ 3,993,342 บัตร... ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร 84,037.02 ล้านบาท
ในปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร มียอดคง ค้างสินเชื่อบัตรเครดิต 68,036.56 ล้าน บาท และมีแนวโน้มคงค้างหนี้บัตรเพิ่มขึ้น ... อย่างต่อเนื่อง
มูลค่าหนี้สินคงค้าง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้ใช้บัตร...ยังนิยม จ่ายเงินผ่าน บัตรเครดิต
ดูเหมือนว่าภาวะผ่อนจ่ายหนี้สินทีละน้อย ทยอยจ่ายหนี้สินขั้นต่ำได้ จะเป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้า บัตรใช้เงินผ่านบัตรเครดิตจนเกินตัวมากขึ้น
เงินเดือนขั้นต่ำ...ผู้ถือบัตรเครดิตตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยขีดเส้นไว้เดือนละ 15,000 บาท...ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาผู้มีรายได้น้อย มีหนี้สินจากบัตรเครดิตแต่ประการใด
บางค่าย บางสถาบันการเงิน...เปิดโอกาสให้บุคคลพิเศษ เงินเดือนขั้นต่ำ 1 หมื่น บาท มีสิทธิถือบัตรเครดิตแบบเงินสดพร้อมใช้
เงินสดพร้อมใช้ ก็คือ...การปล่อยเงินกู้ให้กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้หลักหมื่น เพียงแต่ตั้งชื่อโปรโมชั่น หรูหราฟู่ฟ่าให้สมกับสิทธิพิเศษของผู้ถือบัตรเท่านั้น
ใครอยากใช้เงินสดพร้อมใช้ผ่านบัตร ก็เพียงใช้บัตรกดเงินสดออกมา...ผ่อน ชำระหนี้สินเป็นรายงวด
แต่ใช้แล้ว โปรดอย่าลืมเด็ดขาด...สินเชื่อส่วนบุคคลก็มีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม คำนวณให้ดีๆ ดอกเบี้ยแห่งสิทธิพิเศษ ก็แพงเป็นพิเศษ ขูดเลือดขูดเนื้อ
ตรวจสอบกันให้ดีๆ เจ้าของบัตรเงินสดพร้อมใช้บางค่าย...คิดดอกเบี้ยเป็น รายวัน
ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ ปล่อยเงินกู้ ดูเหมือนจะเป็นเค้กก้อนโต ถึงขนาด...บริษัทชิน คอร์เปอร์ เรชั่น จำกัด (มหาชน) โดดมาร่วมแข่งขันในธุรกิจนี้ โดยมีข้อได้เปรียบจากฐานลูกค้าโทร ศัพท์มือถือจำนวนมาก
เหนือความเป็นผู้มีสิทธิพิเศษ...สถาบันการเงินเจ้าของบัตร ยังกลัวว่าผู้ถือ บัตรจะไม่ใช้เงิน ผลักดันโปรโมชั่นล่อตาล่อใจออกมาอีกหลายกระบวนทัพ
กู้เงินเท่านั้น...เท่านี้ จะได้ของแถม สินค้าคุณภาพดี...ไม่มีขายที่อื่น
ปัจจัยเหล่านี้ ยิ่งเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ถือบัตร ถือโอกาสใช้ของแถมเป็นข้ออ้าง อ้างกู้เงินบัตรมา ใช้ คิดแต่ว่า...ส่วนต่างดอกเบี้ยที่เสียให้สถาบันการเงินเจ้าของบัตร เป็นค่าสินค้าของแถม
แต่มีสิ่งที่แถมให้มากกว่าคือ...ได้กู้เงินเต็มอัตราที่ผู้ถือบัตรพึงจะกู้ได้
ผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว เมื่อมีช่องทางเพิ่มหนี้สิน ก็ยิ่งสร้างภาระมากขึ้น สถาบันการเงินยิ่งลด คุณสมบัติให้ผู้กู้มีโอกาสกู้เงินมากขึ้น ก็เหมือนเพิ่มโอกาสให้คนไทยเป็นหนี้เป็นสิน...มากขึ้น
หลวมตัวกู้เงินไปแล้ว ก็ต้องทำใจ ช่วงเวลาต่อจากนี้ จะเป็นกระบวนการปฏิบัติอีกแบบ ผู้ถือบัตร จะไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ทรงสิทธิพิเศษอีกต่อไป
ผู้ถือบัตรผู้ทรงเอกสิทธิ์ จะกลาย...เป็นลูกหนี้...มีหน้าที่ชำระหนี้ตามระยะเวลา ที่เจ้าหนี้กำหนด
ชำระตรงเวลา...แน่นอนว่าไม่มีเจ้าหนี้รายไหนมีปัญหา แต่ถ้าลูกหนี้ชำระหนี้ช้า ตามประสบ การณ์ที่บรรดาลูกหนี้ประสบพบเจอ...มักเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์ ...โทรศัพท์ไปที่บ้าน ที่ทำ งานหรือโทรศัพท์ตามทวงถึงเบอร์มือถือ
เดือนนี้...งวดนี้ คุณ....ชำระค่างวด...แล้วหรือยัง?
ถ้ายัง ช่วยชำระด้วย...ภายในวันนั้น วันนี้นะ...ถ้าช้ากว่านี้จะโดนปรับ
ลูกหนี้หมุนเงินเดือนที่มีอยู่น้อยนิดไม่ทัน ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินก็ยังโทรศัพท์ตามทวงแบบถึงลูกถึง คนให้อับอาย...ทวงถามบ่อยครั้งเข้า ก็ขู่...ยึดทรัพย์
พอไม่มีปัญญาชำระหนี้ ก็ยิ่งเครียด...ไม่รู้จะหาหนทางปลดหนี้ด้วยวิธีไหน... ลูกหนี้บางรายทนไม่ไหว หาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย ก็เคยมีข่าว
ใครที่อยู่ในฐานะลูกหนี้...หากเจอไม้เด็ดไม้เดิมของเจ้าหนี้อย่างนี้ อย่าตกใจ อย่าตีตัวไปก่อนไข้ ทำใจดีสู้เสือเอาไว้ก่อน
ข้อมูลจากหนังสือ...ทางรอดจากภัยพิบัตรเครดิต โดย ราชันย์ วิเศษโกสิน ฉบับเข้า ข้างลูกหนี้ มีข้อแนะนำ...น่าสนใจ
สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ...เตรียมใจ หนี้สินที่เกิดขึ้น เราเป็นผู้ก่อขึ้นแต่ผู้เดียว...ถูกต้อง แล้วที่ต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ความจริงก็คือความจริง
เมื่อเลี่ยงความจริงไปไม่ได้ ก็ให้ตัดใจ...ตรงเข้าไปชนกับปัญหา โทรศัพท์ติดต่อไปยังฝ่ายกฎ หมายเจ้าหนี้ แจ้งชื่อพร้อมรายละเอียดแห่งความเป็นลูกหนี้ พูดให้ฝ่ายเจ้าหนี้เข้าใจ...ที่โทร.มา เพื่อจะบอกว่าเชิญฟ้องลูกหนี้คนนี้ได้เลย
หากฝ่ายเจ้าหนี้สงสัย ก็ให้บอกว่า ปรึกษาทนายความแล้ว คดีมโนสาเร่แบบนี้ไม่ หนักหนาอะไร ไหนๆฝ่ายเจ้าหนี้ก็อยากฟ้องศาลอยู่แล้ว...ลูกหนี้ก็อยากพึ่งศาล เหมือนกัน
คดีมโนสาเร่ คือตัวแปรสำคัญ...วงเงินที่ลูกหนี้เป็นหนี้บัตรแต่ละใบ ส่วนใหญ่อยู่ไม่เกินบัตรละ 30,000 บาท เข้าข่ายคดีมโนสาเร่ ครอบคลุมข้อพิพาทมูลหนี้ไม่เกิน 40,000 บาท
ถึงลูกหนี้จะมีหนี้สินจากบัตรหลายใบ แต่ก็มีหนี้...หลายเจ้าหนี้ เจ้าหนี้แต่ละรายจะไม่ฟ้องรวม กัน เพราะเป็นความผิดต่างบัตร ถือว่าต่างกรรม ต่างวาระ
ลูกหนี้รายไหน...สิทธิพิเศษมากหน่อย บัตรใบเดียวแต่มีหนี้สินเกินกว่านี้ เมื่อเกิด ข้อพิพาท ยังถือว่าเป็นคดีที่ไม่มีข้อยุ่งยาก...เป็นความแพ่งสามัญธรรมดา เจรจา ตกลงยอมความกันได้
โดยทั่วไปฝ่ายเจ้าหนี้ จะไม่ฟ้องร้องทันที เมื่อลูกหนี้ผิดสัญญาขั้นสุดท้าย...
จะรอเวลา...ถามว่าเวลาที่เจ้าหนี้รอจะนานแค่ไหน คำตอบคือ...ไม่เกิน 2 ปี
เหตุผล...ในช่วงเวลา 2 ปี หากเจ้าหนี้ทวงถามต่อเนื่องและบีบลูกหนี้ให้เข้าทางได้แล้ว...ลูกหนี้ จะยอมจ่ายหนี้
ในช่วงเวลา 2 ปี...ดอกเบี้ยค่าปรับชำระหนี้ล่าช้าจะวิ่งต่อไป ทบต้นไปเรื่อยๆ...เจ้าหนี้ยืดเวลา ทวงหนี้ได้ถึงสองปี ถ้าถึงเวลานั้น ลูกหนี้ยอมรับยอดหนี้ ...เจ้าหนี้ถือว่าคุ้ม
เหตุผลสุดท้าย...เจ้าหนี้ไม่ได้ฟ้อง ก็ไม่ต้องเสียค่าเงินวางศาล ไม่ต้องเสียค่าทนายความ
สรุปได้ว่า...การฟ้องศาลเป็นหนทางสุดท้ายของเจ้าหนี้ที่จะกระทำต่อลูกหนี้
ลูกหนี้หลายรายอาจสงสัยทำไม...ระยะเวลาจำกัดอยู่แค่ 2 ปี มากกว่านี้ไม่ได้หรือ?
ราชันย์ บอกว่า ถ้าไม่มีเงื่อนเวลาผูกมัด เจ้าหนี้จะยิ่งเป็นฝ่ายได้เปรียบ ดอกเบี้ยปรับล่าช้า ยิ่ง พอกพูน...กฎหมายเลยมีเงื่อนไข ให้เจ้าหนี้เจ้าของบัตรต้องฟ้องลูกหนี้ภายใน 2 ปี...นับแต่ไม่ได้ มีการชำระหนี้
เงื่อนกฎหมายเป็นเช่นนี้ ลูกหนี้ต้องทบทวนให้ดีๆ ไม่ได้ชำระหนี้มานานกว่า 2 ปี หรือ 730 วันหรือเปล่า...ถ้านานกว่า ก็ต้องเก็บหลักฐานเอาไว้ เพื่อนำไปแถลง ต่อศาลเป็นข้อพิจารณาว่า...คดีขาดอายุความฟ้อง
กรณีหาหลักฐานไม่เจอ...แต่จำได้แม่นยำ ไม่ได้ชำระหนี้เกิน 2 ปีแน่ๆ ก็เตรียมตัวไปให้ปากคำต่อ หน้าศาลก็ได้ เพราะฝ่ายทนายเจ้าหนี้ต้องเตรียมเอกสารการชำระหนี้ และการขาดชำระหนี้ไป ด้วย ลูกหนี้ก็ค้านในประเด็นอายุความได้
ลูกหนี้ขี้ตื่นอาจตื่นเต้นเมื่อต้องเป็นคดีความ มีหนี้เต็มตัวอยู่แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างทนาย... หนังสือเข้าข้างลูกหนี้... ของราชันย์แนะว่า...ไม่ต้องกลัว
ฝ่ายเจ้าหนี้มีทนายเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีลูกหนี้ ในคดีแบบนี้ ไม่ต้องจ้างทนาย...ที่ไม่ต้องจ้าง ก็เพราะว่าชื่อคดีระบุอยู่แล้วเป็นคดีมโนสาเร่...คดีที่ไม่มีข้อพิพาทยุ่งยาก ซับซ้อน ใช้สามัญ สำนึกไกล่เกลี่ยได้
เรื่องยึดทรัพย์ยังไกล...ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมอีกหลายขั้นตอน
ข้อแนะนำเหล่านี้ ขอออกตัว ไม่ได้สอนให้ลูกหนี้เบี้ยวหนี้ เพียงแนะนำลูกหนี้ ไม่ให้ สติแตกไปกับกระบวนการทวงหนี้บัตรเครดิต เท่านั้น.
|