การปรับจูนหม้อต้ม Nikki (Nissan) จากประสบการณ์จูนรถตัวเอง

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก รถเก่า
เสาร์ที่ , 19/11/2548
เวลา : 10:13
 IP:

202.29.54.118
อ่านแล้ว = 5719 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       การจูนหม้อต้ม Nikki ( Nissan) ของผม
สำหรับผู้ที่เคยปรับน็อตตัวใหญ่ตรงสะดือ(หมายเลข 4)
ขั้นตอนการปรับจูน
1. คลายน็อตหมายเลข 4 (ทวนเข็มนาฬิกา)ออกมายาวประมาณ 18-20 มิลลิเมตร
2. ปรับน็อต Power Valve หมายเลข 3 (หมุนตามเข็มนาฬิกา) ขันเข้าจนสุดแล้วคลายออก
2 ½ รอบ
3. ปรับน็อตเดินเบา หมายเลข 2 เพื่อให้เครื่องยนต์นิ่ง
4. ทดลองขับดูว่าเครื่องยนต์เป็นอย่างไร
4.1 ถ้าเครื่องยนต์เร่งอืดขึ้นช้า ให้ปรับ หมายเลข 3 ออก ไปอีก ¼ ถึง ½ รอบ (ทดลอง
น้อยๆก่อน)
4.2 ให้ดูว่าเข็มความร้อนขึ้นสูงหรือไม่ เกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของหน้าปัทม์หรือไม่(ต้องขับ
ในที่ๆ มีการจราจรติดขัดหรือขับได้ไม่เกินเกียร์ 3 )
4.2.1 ถ้าอยู่ระหว่าง 60 – 70 % (บางคันอาจจะร้อนมากกว่านี้) และความร้อนไม่ลงให้
ปรับน็อตหมายเลข 4 คลายออก(ทวนเข็มนาฬิกา) ครั้งละ ¼ รอบ แล้วไปทดลอง
ขับดูใหม่ ทำอยู่อย่างนี้จนกระทั่งความร้อนอยู่ในเกณฑ์ 50-55 % หรือใกล้เคียง
กับการใช้น้ำมัน การทดลองขับอาจจะใช้วิธีขับไปทำงานแล้วก็สังเกตความร้อนใน
ตอนเช้า และสังเกตความร้อนในตอนเย็น
สาเหตุที่เครื่องร้อนเกิดจาก แก๊สเข้ามิกเซอร์มากเกินไป
4.2.2 ให้สังเกตอัตราเร่งว่าอัตราเร่งลดลงไปมากหรือไม่
ถ้าอัตราเร่งใกล้เคียงน้ำมันก็ถือว่าเป็นปรกติแล้ว แต่ถ้าอัตราเร่งลดลงแสดงว่าปรับให้แก๊ส
จ่ายน้อยเกินไป ให้ค่อยๆ ปรับเข้าทีละนิดจนกว่าจะปรกติ
ในการปรับน็อตหมายเลข 4 นี้จะมีผลกระทบกับการเดินเบาเพราะฉะนั้นจะต้องปรับน็อตเดินเบา หมายเลข 2 ไปพร้อมกันเสมอ
การปรับจูนอาจจะใช้เวลาหลายวันนะครับขอให้ใจเย็นๆ ตัวผมเองใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์แล้วกว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเพราะได้รู้ว่าอาการที่เกิดจากหม้อต้มนั้นมีอะไรบ้าง(เกิดจริง)ซึ่งศึกษาจากตำราที่มีผู้หวังดีหลายท่านนำขึ้นให้ Down load ซึ่งมีประโยชน์มากทีเดียว ตอนนี้รถผมความร้อนน้อยลงเกือบจะเท่ากับใช้น้ำมันแล้วอัตราเร่งใกล้เคียงน้ำมัน ตอนก่อนเขียนการปรับจูนครั้งนี้ก็ขับรถมาทำงาน วิ่งด้วยความเร็ว 120 KM/Hr รถผม Nissan Sunny B11 เครื่อง 1300 CC. ความเร็วตอนใช้น้ำมัน ได้ 140-150 KM/Hr ตอนใช้แก็สก่อนที่หม้อต้มจะเสีย ความเร็ว 140 Km/Hr ผมใช้ Mixer 26 มิลจากร้านข้าง ร.พ. หัวเฉียว
พิมพ์จนเมื่อยแล้ว ถ้าทุกท่านที่นำเอาไปปรับจูนของตัวเองได้ผลเป็นอย่างไรช่วยโพสมาให้อ่านกันบ้างนะครับและขอให้มีความสุขกับการปรับจูนหม้อต้ม
หม้อต้มรุ่นนี้นะครับ (ขอยืมรูปคนอื่นอีกแล้วเพราะกล้องผมเพื่อนยืมไป)







 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก รถเก่า
 เสาร์, 19/11/2548
 เวลา :
10:23
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       เพิ่มเติมอีกนิดครับ
การคลายน็อตหมายเลข 4 ให้วัดจากหัวน็อตไปถึงตัวหม้อต้มนะครับ โดยวัดเลยน็อตตัวใหญ่ที่ใช้ล็อกครับ


 จาก นัท305
 เสาร์, 19/11/2548
 เวลา :
11:04
 IP:
61.47.103.37

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       เยี่ยมครับ
ผมไม่ได้ใช้หม้อรุ่นนี้ แต่ก็มีคนถามมาบ่อย อธิบายไม่ถูกอ่ะ


 จาก รถเก่า
 เสาร์, 19/11/2548
 เวลา :
12:48
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       ก่อนที่ผมจะทำการจูนหม้อต้มลูกนี้ ผมได้ถอดชิ้นส่วนทุกชิ้นน็อตทุกตัวออกทั้งหมดและนำไปล้างน้ำทำความสะอาด แล้วทำให้แห้ง ประกอบเข้าดังเดิม แล้วจึงเริ่มจูนเป็นเวลาหลายสัปดาห์


 จาก lop
 อาทิตย์, 20/11/2548
 เวลา :
12:41
 IP:
203.170.242.2

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       หม้อต้มถอดยากไหมครับ ผมอยากลองถอดล้างเองบ้างแต่ยังลังเล


 จาก รถเก่า
 จันทร์, 21/11/2548
 เวลา :
07:12
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ถอดไม่ยากหรอกครับ 1.ถอดสายน้ำเข้าและออก 2.ถอดท่อแก๊สที่อยู่ด้านล่างหม้อต้ม 3. ถอดสายแก๊สจาก Power Valve 4. ถอดสายไฟออกจากติกแก๊สเดินเบา (ถ้ามี) และ 5.ถอดน๊อตยึดหม้อต้ม 2 ตัวซึ่งยึดอยู่กับตัวถังรถ ลองสังเกตุจากรูปดูก็แล้วกันนะครับ




 จาก สงสัยครับ
 จันทร์, 21/11/2548
 เวลา :
08:01
 IP:
58.136.152.190

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       คุณ "รถเก่า" ครับช่วยอธิบายคร่าวๆหน่อยซิครับว่าพวกหม้อต้มมือสองจากญี่ปุ่นตัวอย่างเช่นยี่ห้อ Nikki ทำไมโครงสร้างมันดูใหญ่บึกบึนกว่าไอ้พวกหม้อต้มรุ่นใหม่ๆจากของทางพวกอิตาลี่, ตรุกี หรืออินเดีย ซึ่งเท่าที่ผมสังเกตุดูรู้สึกว่ามันช่างบอบบางเหลือเกินเมื่อเอามาเปรียบเทียบกัน
ส่วนหลักการทำงานของโครงสร้างภายในมันแตกต่างกันมากไหมรวมทั้งความทนทานต่อการใช้งาน


 จาก รถเก่า
 จันทร์, 21/11/2548
 เวลา :
08:28
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       หลักการทำงานมันไม่แตกต่างกันมากนักหรอกครับ สาเหตุที่หม้อต้มเก่ามือสองจากญี่ปุนหรือเกาหลีมักมีขนาดใหญ่โตก็เพราะวัสดุในสมัยก่อนราคาค่อนข้างจะถูกและอลูมิเนี่ยมเป็นโลหะทีนำความร้อนได้ดีและระบายความร้อนได้ดีรองมาจากทองแดง แต่มีข้อเสียตรงที่อลูมิเนียมมีลักษณะเบาและอ่อนจึงนำโลหะอื่นมาผสมเพื่อให้เกิดความแข็งเพิ่มขึ้นเรามักจะเรียกกันว่าอลูมิเนียมอัลลอยด์ จึงต้องหล่อให้หนาเพื่อความแข็งแรงของหม้อต้มและไม่มีส่วนใดที่เป็นสนิมจึงมีอายุยืนกว่าหม้อต้มรุ่นใหม่ๆ ซึ่งผลิตมาจากวัสดุที่มีราคาถูกเช่นเหล็ก เมื่อใช้ไปนานๆก็จะเป็นสนิม ถ้าเป็นปลาสติกก็จะเกิดการเสื่อมสภาพแตก เปราะ ได้ง่าย สังเกตจากพวกปลาสติกที่ใช้อยู่ในบ้านก็ได้ว่า ปลาสติกส่วนที่ตากแดดตากฝนจะเปราะแตกง่าย
ส่วนการทำงานของหม้อต้มนั้นมีหลักการทำงานคร่าวๆดังนี้
1. ด้านหน้าที่เห็นมีน็อตที่สะดือหม้อต้มจะเป็นห้องปรับความดันห้องที่ 1 ถ้าต้องการให้ gas เข้ามาก ก็หมุนตามเข็มนาฬิกา ถ้าต้องการให้เข้าน้อย ให้หมุนทวนเข็มนาฬิกา
2. ภายในห้องปรับความดันห้องที่ 1 นี้ จะมีลิ้นเพื่อปิด gas เมื่อ gas เข้าไปในห้องที่ 1 จนได้ความดันที่ตั้งใว้ก็จะ
ปิด gas โดยอัตโนมัติ
3. ห้องปรับความดันห้องที่ 2 เป็นห้องที่ปล่อย gas ออกไปสู่ Mixer โดยห้องนี้จะมีความดันประมาณเท่ากับความดันในบรรยากาศ การที่ gas จะไหลไปสู่ Mixer ได้ก็จะต้องมีแรงดูดจากมิกเซอร์นั่นเอง เมื่อแก๊สถูกดูดออกไปสู่เครื่องยนต์ ก็จะทำให้ห้องปรับความดันในห้องที่ 2 ต่ำกว่าบรรยากาศ(อาจเป็นสุญญากาศเลยก็ได้)จึงไปดูดแก๊สจากห้องปรับความดันห้องที่ 1 มาแทนที่
4. เมื่อความดันในห้องที่ 1 ลดลงจากความดันที่ปรับเอาไว้ ลิ้นควบคุมในห้องที่ 1 ก็จะเปิดเพื่อให้ แก๊สจากท่อทองแดงใหลเข้าไปแทนที่อีกครั้ง เมื่อแก๊สเข้าไปจนได้ระดับความดันที่ตั้งไว้ลิ้นควบคุมก็จะปิดโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ไปเรี่อยๆจนกว่าเราจะดับเครื่อง






 จาก รถเก่า
 จันทร์, 21/11/2548
 เวลา :
09:07
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       จากคำตอบที่ 5 ผมตอบยังไม่หมดครับ หลังจากที่เราถอดหม้อต้มออกมาแล้วก็เอามาวางบนโต๊ะ หลังจากนั้นก็เตรียมหาเครื่องมือที่จำเป็น เช่นไขควงแฉก ไขควงแบน และประแจเบอร์ต่างๆ
จากด้านหน้าหม้อต้มเราจะเห็นน็อต 10 ตัว จะใช้ประแจเบอร์ 8 ละมัง(ควรจะใช้แบบแหวนจะดีกว่า) ทำการถอดน็อตทั้งหมดออก โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา ส่วนน็อตตรงสะดือหม้อต้มไม่ต้องถอด เพราะถ้าถอดเดี๋ยวจะต้องจูนเหมือนผมอีกใช้เวลาเกือบเดือน ถอดน็อตออกหมดแล้วก็เปิดฝาออกได้เลยเราจะเห็นห้องปรับความดันห้องที่ 1 แต่จะมีผ้าหม้อต้มปิดอยู่ ให้เราค่อยๆ แกะเบาๆรอบๆผ้าหม้อต้ม(ดูรูปประกอบ) อย่าให้ผ้าหม้อต้มขาด ถ้าขาดอาจเสียเงินถึง 600 บาท จากนั้น(สังเกตจากรูป)ให้ทำการดันผ้าหม้อต้มไปข้างหน้า(ตามรูป)เพราะมันจะมีเหล็กสปริงไปเกี่ยวกับลิ้นควบคุมแรงดันในห้องปรับแรงดันห้องที่ 1 ลองดูยางที่ลิ้น(เป็นทองเหลืองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 มิล ) จะมียางลิ้นติดอยู่ดูสิว่ามันด้าน หรือรั่วหรือเปล่า ถ้ารั่วให้เปลี่ยนใหม่(ทดสอบโดยวิธีการกดแล้วเอาปาก ดูด หรือ เป่า) ผมเปลี่ยนโดยแกะของเก่าออกและใข้ไขควงเล็กๆค่อยๆขูดออกจนเลือแต่ทองเหลืองนำไปล้างให้สะอาดและหายางใหม่ที่หนาประมาณ 1 มิล มาตัดเป็นวงกลมให้พอดีร่องทองเหลือง เอากาวอีพอกซี(ชนิด 2 หลอดผสมกัน) ทาลงไปในร่องทองเหลืองแล้วนำยางที่ตัดเตรียมไว้มาติดทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็พร้อมที่จะประกอบได้(คุณสมบัติยางต้อง ทนกรด ทนด่าง และทนความร้อนนะครับ)
การล้างผ้าหม้อต้มไม้ควรเสี่ยงใช้น้ำมันทุกชนิด เพราะน้ำมันอาจกัดผ้าหม้อต้มเสียหายได้ ผมใช้ผงซักฟอกล้างครับ
ด้านหลังหม้อต้มจะมีน็อต ประมาณ 5 ตัวหรือ 6 ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถอดออกและเปิดฝาจะพบผ้าหม้อต้มแผ่นใหญ่และบาง(ระวังจะขาด) ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องปรับความดันห้องที่ 2 ถอดออกและนำไปล้างให้สะอาด และเราจะเห็นอีกส่วนหนึ่งคือผ้าหม้อต้มห้องสุญญากาศผืนเล็กบางๆมีสปริงดันอยู่ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยปล่อยแก๊สในห้องความดันห้องที่ 2 (ผมทดลองต่อเข้ากับสุญญากาศในท่อไอดี และที่ Mixer ทั้งสองที่แล้ว ปรากฏว่าเวลาเร่งเครื่องแล้วเครื่องดับเพราะแก๊สเข้ามากเกินไป จึงปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้ต่อกับอะไร) ให้ถอดน็อตประมาณ 6 ตัวและแกะออกมา จากนั้นก็ลองดูตรงส่วนอื่นๆที่สามารถถอดได้ ส่วนน็อตตรงกลางของหม้อต้ม(ดูด้านข้างหม้อต้ม) ห้องนั้นเป็นห้องสำหรับให้น้ำร้อนผ่าน ถ้ารั่วก็ถอดออก ถ้าไม่รั่วก็อย่าถอด จากนั้นนำไปล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง หรือใช้เครื่องเป่าลมช่วย แล้วจึงประกอบกับที่เดิม
ข้อควรจำ
ในการถอดชิ้นส่วนแต่ละชิ้นให้จำให้ได้ว่าชิ้นส่วนใดอยู่ตรงใหน ควรจดบันทึกลงกระดาษโดยวาดเป็นรูปร่างคร่าวๆ หรือวิธีที่ง่ายที่สุดเอากล้องดิจิตอลถ่ายเอาไว้ก่อนที่จะหยิบชิ้นส่วนออกจากตำแหน่ง และต้องจำให้ได้ว่าชิ้นส่วนนั้นหันไปทิศทางใด รวมถึงพวกปะเก็นต่างๆ ซึ่งมีทั้งอันเล็กและอันใหญ่
ผมหวังว่าคงจะเป็นประโยช์กับทุกคนนะครับ ที่ใช้หม้อต้มมือสอง

และขอขอบคุณรูปที่ผมขอยืมมาใช้ครับ





 จาก รถเก่า
 จันทร์, 21/11/2548
 เวลา :
14:47
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ผมเองเจ้าของกระทู้ มาอัพ
อยากให้หลายๆท่านที่มีปัญหากับหม้อต้มมือสองจากญี่ปุ่น รื้อออกแล้วจำไม่ได้หรือจูนไม่ได้นำไปทดลองดูครับ โดยการใช้ดูเข็มความร้อน ร่วมกับการปรับแต่ง ซึ่งง่ายและประหยัด แต่ใช้เวลามากหน่อย
อันดับแรกในการปรับ
1. หมุน Power Valve เข้าจนสุด แล้วคลายออก 2 1/2 รอบ
2. ปรับสะดือโดยการขันเข้าหรือคลายออกแล้วแต่กรณีหนาไปหรือบางไป
3. ทดลองขับไปในที่มีรถติดขัดพอสมควรและดูเข็มความร้อนว่า เกิน 50-60%
หรือไม่ ถ้าเกินปรับใหม่ ถ้าไม่เกินสังเกตอัตราเร่งว่าเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ
น้ำมัน เท่านี้เองครับ


 จาก R21
 จันทร์, 21/11/2548
 เวลา :
23:16
 IP:
58.9.31.134

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       รบกวนถามคุณรถเก่า นิดนึงครับ
ของผมเคยใช้หม้อต้มรุ่นนี้อยู่ แต่เอาไปเปลี่ยนเป็นอีกรุ่นนึง (ยี่ห้อเดียวกันนี่แหล่ะครับ) แต่มันมีบางจุดที่ไม่เหมือนนิดหน่อย
จะถามว่า น๊อตตรงสะดือเนี่ย ไม่เคยเห็นช่างเค้าจูนเลย ไม่ว่าที่ไหน ๆ ผมก็เลยไม่แน่ใจว่า ถ้าไปปรับหมุนมันแล้ว จะมีผลอะไรตามมามั้ย (แบบว่าจะมีอะไรเจ๊งมั้ยน่ะ)
ตอนนี้หาประแจขนาดน๊อตที่ล็อคน๊อตที่สะดืออยุ่ (มันใหญ่จัง) เดี๋ยวหาได้แล้วจะลองปรับดูครับ
อ้อ ผมใช้ Renault R21 auto ครับ ตอนนี้กินแก๊สอยู่ประมาน 5-6 โล/ลิตร ผมว่ามันมากไปหน่อย แต่นอกเมืองหรือตจว.ก็อยู่ราว ๆ 8-9 นะครับ


 จาก รถเก่า
 อังคาร, 22/11/2548
 เวลา :
07:40
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       น็อตตรงนี้ปรกติจะถูกปรับมาจากโรงงานครับไม่ค่อยจะมีใครปรับกัน แต่สามารถปรับได้บ้างนิดหน่อย
หมุนเข้า(ตามเข็มนาฬิกา)แก๊สเข้ามากขึ้น เครื่องอาจจะร้อนขึ้น
คลายออก(ทวนเข็มนาฬิกา)แก๊สเข้าน้อยลง(ถ้าเข้าน้อยเกินไปรถอาจจะวิ่งไม่ออกและเครื่องร้อน)
เวลาปรับให้ปรับครั้งละ 1/4 รอบ ก่อนปรับทำเครื่องหมายไว้ก่อน(กันลืมที่เดิม)แล้วนำรถไปขับตามที่ได้กล่าวไว้แล้ว และสังเกตความร้อนว่าเป็นปรกติหรือไม่ ถ้าความร้อนขึ้นให้พิจารณาว่าหม้อต้มจ่ายแก๊ส มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ทำซ้ำสัก 2-3 ครั้ง จะได้ตำแหน่งที่ดีที่สุด และเราพอใจครับ


 จาก ตาลุงปริญ
 อังคาร, 22/11/2548
 เวลา :
09:49
 IP:
210.118.108.254

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       ลองทำดูแล้วนะครับ แต่ว่าไฟ engin ขึ้นเร็วกว่าเดิม ขอถามว่า ไฟ engin มีผลอะไรไหม


 จาก รถเก่า
 อังคาร, 22/11/2548
 เวลา :
14:11
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       รถผมมันเป็นรถ Low Tech ไม่มีตัวอะไรเช็คไม่มีไฟบอก อันนี้รถคุณ Hi Tec้้h กว่าผม ผมไม่รู้จะช่วยตอบได้ยังไงเพราะผมไม่รู้ว่าเซ็นต์เซอร์ตัวใหนบ้างเป็นตัวเช็ค ลองถามความคิดเห็นจากผู้ที่มีความรู้เรื่องนี้แบบจริงๆ ลึกๆ จะดีกว่านะครับ


 จาก รถเก่า
 พุธ, 23/11/2548
 เวลา :
10:16
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       รถเก่า วิ่งดีแล้วและประหยัด ไม่ร้อน แต่แอร์ไม่ค่อยเย็น


 จาก โอ
 พุธ, 23/11/2548
 เวลา :
12:35
 IP:
58.136.64.142

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       น็อตหมายเลข 1 คืออะไรครับ


 จาก รถเก่า
 ศุกร์, 25/11/2548
 เวลา :
12:00
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       เป็นตัวปรับผ้าหม้อต้มในห้องปรับแรงดันห้องที่ 2 ถ้าปรับตัวนี้แล้วจะมีผลไปถึงรอบเดินเบาด้วย ช่วยในการปรับอัตราในหารจ่ายแก๊สให้มากขึ้นหรือน้อยลงได้ โดยขันเข้า(ตามเข็ม)จะไปให้ไปกดสปริงผ้าหม้อต้มห้องปรับแรงดันห้องที่ 2 มากขึ้น ทำให้หม้อต้มสามารถจ่ายแก๊สได้มากขึ้นอีก(ไม่มาก) และทำให้รถสตาร์ทง่ายขึ้นด้วย


 จาก ปาดำ
 อาทิตย์, 27/11/2548
 เวลา :
21:39
 IP:
203.118.72.77

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       แจ๋วจังครับ แล้วการถ่ายทิ้งของขี้แก็สล่ะครับจะไม่แนะนำกันบ้างหรือครับ


 จาก ผ่านมา
 อังคาร, 29/11/2548
 เวลา :
15:31
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       ขึ้นไปใหม่


 จาก รถเก่า
 พฤหัสบดี, 1/12/2548
 เวลา :
15:01
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       up


 จาก BoonB11
 ศุกร์, 2/12/2548
 เวลา :
13:58
 IP:
61.91.168.218

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       ไม่ทราบว่าท่อเดินเบากับท่อสุญญากาศ
ของหม้อต้มเดินไปที่ไหนครับ


 จาก chat
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
09:12
 IP:
203.188.18.192

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       แจ่มครับ เดี๋ยวจะลอทำดู ของผมหม้อต้ม Nikki ปรับยากน่าดู
สงสัยอีกนิดครับตัวโซลินอยด์เดินเบาต่อไฟเข้าตลอดหรือป่าวครับ


 จาก รถเก่า
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
09:15
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       ต่อเข้าตลอด ถ้าไม่ต่อเครื่องจะดับ และไม่สามารถปรับรอบเดินเบาได้


 จาก รถเก่า
 เสาร์, 3/12/2548
 เวลา :
12:42
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       สวัสดีครับ คุณ BoonB11 ท่อเดินเบานั้นปรกติจะต่ออยู่กับท่อเมนจ่ายแก๊สตรงเพาเวอร์ วาล์ว แต่ถ้าตรง Power Valve ตรงที่ปรับแก๊สไม่มีที่ต่อ ก็มีอีกวิธีคือเจาะที่ Mixer รูประมาณ 3-5 มิล แล้วหาท่อเหล็กหรือท่อทองแดงมาต่อใกล้ๆท่อแก๊สหลักและตัดให้เหลือพอสายยางท่อแก๊สสวมแล้วไม่หลุด(ของผมใช้เสาอากาศวิทยุแบบยือหดได้ ที่มันหักแล้วมาใช้) หรืออีกวิธีคือเสียสตางค์ซื้อใหม่มาเลย โดยถอดตัวเดิมออกที่เคยใช้อยู่ แล้วเอาตัวใหม่ใส่ ซึ่งตัวนี้จะมีท่อขนาดเล็กประมาณท่อเดินเบาติดอยู่กับหม้อต้ม ของผมตอนซื้อ(ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรเลยร้านเขาให้มาด้วยเห็นว่ามันเท่ากับของเก่าที่ติดอยู่ที่หม้อต้ม)อุปกรณ์แก๊สทั้งหมดร้านจัดมาให้เรียนร้อย
ส่วนท่อสุญญากาศ ปล่อยไว้เฉยๆ เพราะผมพยายามต่อทั้งที่ Mixer และที่ท่อไอดีแล้วไม่สำเร็จ คือมีปัญหาเครื่องวิ่งๆไปอยู่กลางถนน(เร็วเหมือนกัน)เครื่องดับเฉยเลยบางที่ดับแล้วยังติด บางทีดับแล้วไม่ติด บังเอิญไม่มีรถตามหลัง อันตรายครับไม่ต้องต่อ ทุกวันนี้ผมก็ไม่ต่อ(กลัวถูกชน)อ่ะครับ หาท่อยางมาสวมให้ปลายมันห้อยลงก็พอกันฝุ่นไปในตัว


 จาก เปี๊ยก(SWEETICE)
 จันทร์, 5/12/2548
 เวลา :
10:02
 IP:
203.113.36.8

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       ท่อสูญญากาศ อาจจะ label ผิด
น่าจะเป็นรู air bleed ของวงจรเดินเบา
ลองอุดดู ถ้าเดินเบาสั่น ก็น่าจะเป็น air bleed orifice

ผมมีโอกาสผิดสูงนะครับ เพราะการออกแบบท่อทางเดินแกสมี
configuration ได้หลากหลายรูปแบบ ดูผ่านๆตาคร่าวๆ เดาผิดได้ง่าย

ไม่เหมือนคนที่รื้อมากับมือ


 จาก BoonB11
 อังคาร, 6/12/2548
 เวลา :
11:34
 IP:
61.91.168.157

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       ขอบคุณครับ คุณรถเก่า ที่ไขปัญหา


คำถามนี้มีทั้งหมด 35 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)