เราหลงทางกันหรือปล่าว...(กับความเป็นจริงที่เราหลงทางกันอยู่)

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก เด็กน้อย ตัวจริง
เสาร์ที่ , 12/11/2548
เวลา : 17:17
 IP:

210.246.70.64
อ่านแล้ว = 3194 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       คิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้คุยดี..หรือไม่ดี...เพราะกลัวเพื่อน ๆ พี่ ๆ ต่อว่าเอา(เป็นงัยเป็นกัน)เพื่อเตือนสติพื่ ๆ เพื่อน ๆ และ ความเป็นไทยแก่ตัว

มันเป็นความคิดเห็นของผมนะครับ ที่มีความเข้าใจในระบบต่อการใช้อุปกรณ์การติดตั้งแก๊สจากต่างประเทศ ที่มีขายอยู่ในบ้านเราในปัจจุบัน

ผมคิดว่าการติดตั้งระบบแก๊สให้กับรถยนต์ในบ้านเรานั้น เรามีเจตนาเพื่อหลีกหนีปัญหาในเรื่องของราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานอย่างไม่มีวันหยุด ซึ่งการคิดค้นอุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยในการที่จะทำให้มันใช้ได้ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันนั้นมันก็ดีอยู่หลอก แต่ราคาที่ใช้ในการติดตั้ง,คิดค้นหรือเพื่อทดลองนำมาใช้นั้นมีราคาค่อนค้างสูงมากซึ่งเป็นการเพื่มภาระในค่าใช้จ่ายและยังไม่มีความจำเป็นกับการใช้ในสภาวะที่รถติดแบบบ้านเรา และก็มีอัตราการเสื่ยงค่อนข้างสูงกับอุปกรณ์ที่สามารถที่จะชำรุดได้เมื่อเกิด BACK FIRE ต่อบุคคลที่ไม่มีความชำนาญในด้านของการติดตั้ง หรือการปรับจูนย์ แต่ถ้าจะมาบอกว่า"เพื่อพัฒนาวงการแก๊สนั้น" (ผมว่ามันไม่ใช่เลย) การนำอุปกรณ์ที่แปลก ๆมาใช้เพื่อปรับปรุงระบบของการจ่ายแก๊สนั้น "มันเป็นการสนองความต้องการของบุคคลเดบุคคลหนึ่งและเพื่อความสะใจที่อยากจะใช้แก๊สให้เกิดความแรงในทุกย่านของความเร็วของอีกหลายบุคคล" ไม่แตกต่างอะไรไปจากน้ำมันเท่านั้นเอง

ซึ่งการใช้แก๊สในต่างประเทศนั้น ซึ่งต้องทำความเข้าใจในประเทศที่เขาทำอุปกรณ์ออกมาขายในบ้านของเรานั้น เขาใช้แก๊สเพื่อช่วยลดมลพิษในอากาศ เนื่องจากแก๊สมีค่าความเป็นพิษในไอเสียต่ำ ซึ่งในต่างประเทศเข้มงวดในเรื่องของความเป็นพิษในไอเสียมาก และยังช่วยลดปริมาน ฝน กรดอีกด้วย ฉนั้นการผลิดอุปกรณ์เพื่อใช้ในบ้านเมืองของเขาก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้งานในบ้านของเราได้ทั้งหมดทุกชิ้น ยกตัวอย่างเช่น"ถังแก๊ส,และ หม้อต้มแก็ส" ในประเทศต่าง ๆ นั้นเราจะสังเกตุได้อย่างหนึ่งว่า อากาศหรืออุณหภมิของเขานั้นต่างจากเรามาก ซึ่งต้องทำความเข้าใจในหน้าหนาวสภาวะอากาศที่ถูกปรกคลุมไปด้วยหิมะนั้น หรือไม่ก็เป็นความเย็นในท้องทะเลทรายตอนกลางคืนซึ่งอุณหถูมิเปลื่ยนแปลงตลอดเวลา อุณหภูมิที่สามารถที่จะทำให้น้ำเป็นน้ำแข็งได้นั้น จะต้องต่ำกว่า 5 องศาแน่นอน และอุณหภูมิขนาดนี้ก็จะมีผลต่อแรงดันของแก๊สที่อยู่ในถังที่ไม่สามารถจะขยายตัวเพื่อสร้างแรงดันและนำมาใช้งานได้โดยทันที ดังนั้นการนำแก๊สจากถังมาใช้จะต้องใช้ประโยชน์จากแรงดันอันน้อยนิด เพื่อดันน้ำแก๊สออกมาจากถัง แต่เมื่อมาเจอกับอากาศที่เย็น แก๊สที่มีสภาวะเป็นน้ำเมื่ออุณหภูมิต่ำนั้นไม่สามารถที่จะดูดความร้อนแฝงจากสิ่งต่าง ๆเพื่อให้ตัวมันเดือดกลายเป็นไอได้ เขาจึงใช้ความร้อนจากน้ำที่ระบายออกมาจากเครื่องยนต์ต้มหรือแลกเปลี่ยนให้แก๊สเหลวสามารถที่จะดูดความร้อนเพื่อทำให้ตัวมันเดือดกลายเป็นไอ แล้วนำมาใช้กลับเครื่องยนต์ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนั้นเพราะไม่สามารถที่จะนำเอาไอเสียที่ปล่อยออกมาไปใช้ในการอุ่นแก๊สได้ (รถยนต์ในบ้านเขามีฮีตเตอร์กันทุกคันเพื่อให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว)

แต่มองย้อนกลับมาในบ้านของเรา การติดตั้งอุปกรณ์แก๊สและการนำเอาอุปกรณ์เหล่านั้นมาใช้นั้น ผมเชื่อได้เลยว่าไม่มีความคิดที่จะนำมาใช้เพื่อลดมลพิษที่มีอยู่ในอากาศกันหลอก แต่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันมากกว่า จึงเห็นว่าการลดมลพิษนั้นเป็นผลพลอยได้ที่ได้จากการใช้แก๊ส..ตามที่เป็นจริงอยู่

ก็อีกแหละ การยกนำเอาอุปกรณ์ในการใช้แก๊สมาใช้ทั้งหมดนั้นจึงเป็นผลทำให้เกิดความยุ่งยากและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น เพราะอุณหภูมิในบ้านเราถือได้ว่าเป็นเขตเมืองร้อนอุณหภูมิที่บอกว่าต่ำนั้นไม่ต่ำไปกว่า 20 องศาแน่นอนซึ่งอุณหภูมิขนาดนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแก๊สที่มีสภาวะหลองเหลวในถังให้เป็นก๊าซหรือแก๊สเมื่อออกมาสู่บรรยากาศภายนอกได้ในพริบตา และแรงดันที่อยู่ในถังก็สามารถที่จะดันแก๊สที่อยู่ในรูปของแก๊สออกมาได้อย่างรวดเร็ว(หมายถึงถังบ้านครับ) และเพียงพอกับความต้องการถ้าหากว่า นำเฉพาะแก๊สที่เปลี่ยนสภานะแล้วไปให้สำหรับ การใช้งานในรถยนต์

ซึ่งตามความคิดของผม ผมว่าการนำน้ำแก๊สที่อยู่ในถังจ่ายออกไปที่หม้อต้มนั้นไม่มีความจำเป็น เพราะบ้านเราอากาศไม่หนาวจนหิมะตก และอุณหภูมิของน้ำที่นำไปใช้กับการต้มแก๊สนั้นสูงมากเกินไป จนทำให้แก๊สที่ถูกจ่ายให้กับเครื่องยนต์มีความร้อนสูงมาก มากจนไม่สามารถที่จะจับตัวปรับจูนตัวของวาล์วกลางสายได้ และมีผลทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสะสมจนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายดังที่ปรากฏอยู่เสมอ ๆ ผมว่าแค่เอาไอแก๊สหรือแก๊สที่เปลี่ยนสถานะแล้วออกมาจากถังและใช้แค่ความร้อนใต้ฝากระโปรงก็เพียงพอสำหรับการใช้ในบ้านเราแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนมาก ๆเลย

ผมจึงมีความคิดที่ว่า ถ้าเราเปลื่ยนชื่อ"หม้อต้มแก๊ส"มาเป็น"อุปกรณ์ควบคุมแรงดันหรือที่เรียกอีกอย่างนึงว่าเร็คกูเลเตอร์"จะดีกว่าไหม(หม้อต้มก็คืออุปกรณ์ลดแรงดันนั้นแหละ)ผมอยากที่จะเห็นประเทศไทยผลิตอุปกรณ์แก๊สที่ได้มาตราฐานและใช้สำหรับในประเทศไทยอย่างจริงจังเสียที การเอาน้ำร้อนจากเครื่องยนต์ไปทำให้แก๊สระเหยนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้วถ้าทุกคนคิดอย่างผม และการนำเข้าของอุปกรณ์ต่าง ๆจากต่างประเทศนั้นผมว่าเราต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อแลกกับอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับใช้ในบ้านของเรา และถ้าเราใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับอากาศในบ้านของเราผมว่า แค่ถังก๊าซที่ปรับปรุงให้จ่ายออกมาเป็นไอแก๊ส + วาล์วปรับแรงดันหรือเร็คกูเรเตอร์ที่ติดอยู่กับถัง + วาล์วจ่ายหรือวาล์วปรับอัตราส่วนผสมให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน + ท่อยางแรงดันต่ำหรือไม่ก็ท่อทองแดงเบอร์22ขึ้นไปที่ต่อรับแก๊สแรงดันต่ำที่ผ่านมาจากเร็คกูเรเตอร์แต่ต้องมีขนาดใหญ่ที่เพียงพอกับความต้องการแก๊สของเครื่องยนต + กฏหมายที่นำมาปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ ผมว่ามันก็น่าที่จะเพียงพอแล้วที่จะใช้งานได้แล้ว (แต่ต้องปลอดภัยนะ) ซึ่งถ้ามันสามารถที่จะนำมาทดแทนได้จริงผมว่าเราสามารถที่จะลดการนำเข้าอุปกรณ์เหล่านี้ลงได้ และราคาในการติดตั้งก็ไม่น่าจะเกินกว่า 7,000 บาทแน่นอน(ค่าถังที่ดัดแปลงแล้ว + อุปกรณ์) ซึ่งผมก็มีความคิดเช่นนี้ค้างคาใจอยู่ตลอดเวลาไม่สามารถที่จะหาทางออกให้กับตัวเองได้

เลิกเสียทีเถอะกับการคิดค้นอะไรแปลก ๆ กับความคิดที่จะใช้งานอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานในบ้านเราให้มีประสิทธิภาพ ที่เรากำลังหลงทางอยู่...ผมว่าหันมาพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมกับบ้านเราดีกว่า ผมว่าคงไม่เกินความสามารถของท่านผู้รู้ทั้งหลายที่พัฒนาให้ตรงจุดไปได้หลอก ฝากท่านอาจารย์ทั้งหลายด้วย ผมมีความคิดที่ไม่ค่อยปรกติเหมือใครแต่ถ้าเราทำได้เราจะเป็น"ไทยแก่ตัว"ไม่ตกเป็นทาษกับอุปกรณ์หลอกลวงทั้งหลายจากต่างประเทศ

ฝากท่าน ปรมาจารย์ , พี่ ๆ เพื่อน ๆ ให้ช่วยคิดและพิจารณาด้วยครับ ผมทำดีที่สุดแล้วเพื่อวงการและเพื่อประเทศที่ผมอาศัยอยู่ จะต่อว่าอย่างไร หรือเสนอความคิดเห็นอย่างไรเชิญได้เลยครับ ผมยินดีรับฝังทุกข้อครับและจะไม่โกรธใครด้วยครับ

จาก ผู้ที่ใช้นามแฝง "เด็กน้อย ตัวจริง"





 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก นัท305
 เสาร์, 12/11/2548
 เวลา :
17:41
 IP:
61.47.96.61

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       ขออนุญาติ edit และแก้ไขการสะกดเพื่อให้อ่านง่าย ๆ (ตามฟอร์ม) และอยากฟังความเห็นจากพี่ ๆ ครับ
---------------------------------------------------------------------------------------

คิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้คุยดีหรือไม่ดี... เพราะกลัวเพื่อน ๆ พี่ ๆ ต่อว่าเอา
(เป็นไงเป็นกัน) เพื่อเตือนสติพื่ ๆ เพื่อน ๆ และ ความเป็นไทยแก่ตัว

มันเป็นความคิดเห็นและมีความเข้าใจในระบบของผมนะครับ
ที่ต่อการใช้อุปกรณ์การติดตั้งแก๊สจากต่างประเทศที่มีขายอยู่ในบ้านเราในปัจจุบัน

ผมคิดว่าการติดตั้งระบบแก๊สให้กับรถยนต์ในบ้านเรานั้น
เรามีเจตนาเพื่อหลีกหนีปัญหาในเรื่องของราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานอย่างไม่มีวันหยุด
การคิดค้นอุปกรณ์ที่เข้ามาช่วยในการที่จะทำให้มันใช้ได้ไม่ต่างอะไรไปจากน้ำมันนั้นมันก็ดีอยู่หรอก
แต่ราคาที่ใช้ในการติดตั้ง คิดค้น หรือเพื่อทดลองนำมาใช้นั้นมีราคาค่อนข้างสูงมาก
ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระในค่าใช้จ่ายและยังไม่มีความจำเป็นกับการใช้ในสภาวะที่รถติดแบบบ้านเรา
นอกจากนั้น ยังมีอัตราความเสื่ยงค่อนข้างสูงกับอุปกรณ์ที่สามารถที่จะชำรุดได้เมื่อเกิด BACK FIRE
ต่อบุคคลที่ไม่มีความชำนาญในด้านของการติดตั้ง หรือการปรับจูน
ถ้าจะบอกว่า "เพื่อพัฒนาวงการแก๊สนั้น" (ผมว่ามันไม่ใช่เลย)
การนำอุปกรณ์ที่แปลก ๆ มาใช้ เพื่อปรับปรุงระบบของการจ่ายแก๊สนั้น
"มันเป็นการสนองความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
และเพื่อความสะใจที่อยากจะใช้แก๊สให้เกิดความแรงในทุกย่านของความเร็วของอีกหลายบุคคล"
ไม่ให้แตกต่างอะไรไปจากการใช้น้ำมันเท่านั้นเอง

การใช้แก๊สในต่างประเทศนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า
ในประเทศที่เขาทำอุปกรณ์ออกมาขายในบ้านของเรานั้น
เขาใช้แก๊สเพื่อช่วยลดมลพิษในอากาศ เนื่องจากแก๊สมีค่าความเป็นพิษในไอเสียต่ำ
ซึ่งในต่างประเทศเข้มงวดในเรื่องของความเป็นพิษในไอเสียมาก และยังช่วยลดปริมานฝนกรดอีกด้วย
ฉะนั้น การผลิตอุปกรณ์เพื่อใช้ในบ้านเมืองของเขา จึงไม่สามารถที่จะนำมาใช้งานในบ้านของเราได้ทั้งหมดทุกชิ้น
ยกตัวอย่างเช่น "ถังแก๊สและหม้อต้มแก็ส"
ในประเทศต่าง ๆ นั้น เราจะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า อากาศหรืออุณหภมิของเขานั้นต่างจากเรามาก
ในฤดูหนาว สภาวะอากาศที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ หรือความเย็นในท้องทะเลทรายตอนกลางคืนซึ่งอุณหถูมิเปลื่ยนแปลงตลอดเวลา
อุณหภูมิที่สามารถที่จะทำให้น้ำเป็นน้ำแข็งได้นั้น จะต้องต่ำกว่า 5 องศาแน่นอน
และอุณหภูมิขนาดนี้ก็จะมีผลต่อแรงดันของแก๊สที่อยู่ในถัง ทำให้ไม่สามารถจะขยายตัวเพื่อสร้างแรงดันและนำมาใช้งานได้โดยทันที
การนำแก๊สจากถังมาใช้จึงต้องใช้ประโยชน์จากแรงดันอันน้อยนิด เพื่อดันน้ำแก๊สออกมาจากถัง
แต่เมื่อมาเจอกับอากาศที่เย็น แก๊สที่มีสภาวะเป็นน้ำเมื่ออุณหภูมิต่ำนั้น
ไม่สามารถที่จะดูดความร้อนแฝงจากสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ตัวมันเดือดกลายเป็นไอได้
เขาจึงใช้ความร้อนจากน้ำที่ระบายออกมาจากเครื่องยนต์ต้มหรือแลกเปลี่ยน
ให้แก๊สเหลวสามารถที่จะดูดความร้อนเพื่อทำให้ตัวมันเดือดกลายเป็นไอ แล้วนำมาใช้กับเครื่องยนต์
ซึ่งก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำอย่างนั้น เพราะไม่สามารถที่จะนำเอาไอเสียที่ปล่อยออกมาไปใช้ในการอุ่นแก๊สได้
(รถยนต์ในบ้านเขามีฮีตเตอร์กันทุกคันเพื่อให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว)

แต่มองย้อนกลับมาในบ้านของเรา
การติดตั้งอุปกรณ์แก๊สและการนำเอาอุปกรณ์เหล่านั้นมาใช้นั้น
ผมเชื่อได้เลยว่าไม่มีความคิดที่จะนำมาใช้เพื่อลดมลพิษที่มีอยู่ในอากาศกันหรอก
แต่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันมากกว่า
จึงเห็นว่าการลดมลพิษนั้นเป็นผลพลอยได้ที่ได้จากการใช้แก๊ส...ตามที่เป็นจริงอยู่

ก็อีกนั่นแหละ การยกนำเอาอุปกรณ์ในการใช้แก๊สมาใช้ทั้งหมดนั้น
จึงเป็นผลทำให้เกิดความยุ่งยากและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
เพราะอุณหภูมิในบ้านเราถือได้ว่าเป็นเขตเมืองร้อน อุณหภูมิที่บอกว่าต่ำนั้น ไม่ต่ำไปกว่า 20 องศาแน่นอน
อุณหภูมิขนาดนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแก๊สที่มีสภาวะของเหลวในถังให้เป็นก๊าซหรือแก๊สเมื่อออกมาสู่บรรยากาศภายนอกได้ในพริบตา
และแรงดันที่อยู่ในถังก็สามารถที่จะดันแก๊สที่อยู่ในรูปของแก๊สออกมาได้อย่างรวดเร็ว (หมายถึงถังบ้านครับ)
และเพียงพอกับความต้องการ ถ้าหากว่านำเฉพาะแก๊สที่เปลี่ยนสภานะแล้วไปให้สำหรับ การใช้งานในรถยนต์

ซึ่งตามความคิดของผม
ผมว่าการนำน้ำแก๊สที่อยู่ในถังจ่ายออกไปที่หม้อต้มนั้นไม่มีความจำเป็น
เพราะบ้านเราอากาศไม่หนาวจนหิมะตก และอุณหภูมิของน้ำที่นำไปใช้กับการต้มแก๊สนั้นสูงมากเกินไป
จนทำให้แก๊สที่ถูกจ่ายให้กับเครื่องยนต์มีความร้อนสูงมาก มากจนไม่สามารถที่จะจับตัวปรับจูนตัวของวาล์วกลางสายได้
และมีผลทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสะสมจนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายดังที่ปรากฏอยู่เสมอ ๆ
ผมว่าแค่เอาไอแก๊สหรือแก๊สที่เปลี่ยนสถานะแล้วออกมาจากถัง
และใช้แค่ความร้อนใต้ฝากระโปรงก็เพียงพอสำหรับการใช้ในบ้านเราแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนมาก ๆเลย

ผมจึงมีความคิดที่ว่า ถ้าเราเปลื่ยนชื่อ "หม้อต้มแก๊ส" มาเป็น "อุปกรณ์ควบคุมแรงดัน" หรือที่เรียกอีกอย่างนึงว่า "Regulator" จะดีกว่าไหม
(หม้อต้มก็คืออุปกรณ์ลดแรงดันนั่นแหละ)
ผมอยากที่จะเห็นประเทศไทยผลิตอุปกรณ์แก๊สที่ได้มาตรฐานและใช้สำหรับในประเทศไทยอย่างจริงจังเสียที
การเอาน้ำร้อนจากเครื่องยนต์ไปทำให้แก๊สระเหยนั้นไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้วถ้าทุกคนคิดอย่างผม
และการนำเข้าของอุปกรณ์ต่าง ๆ จากต่างประเทศนั้น
ผมว่าเราต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อแลกกับอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับใช้ในบ้านของเรา
และถ้าเราใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับอากาศในบ้านของเรา
ผมว่า แค่: ถังก๊าซที่ปรับปรุงให้จ่ายออกมาเป็นไอแก๊ส
+ วาล์วปรับแรงดันหรือเร็คกูเรเตอร์ที่ติดอยู่กับถัง
+ วาล์วจ่ายหรือวาล์วปรับอัตราส่วนผสมให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน
+ ท่อยางแรงดันต่ำหรือไม่ก็ท่อทองแดงเบอร์22ขึ้นไปที่ต่อรับแก๊สแรงดันต่ำที่ผ่านมาจาก Regulator
แต่ต้องมีขนาดใหญ่ที่เพียงพอกับความต้องการแก๊สของเครื่องยนต์
+ กฏหมายที่นำมาปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ

ผมว่ามันก็น่าที่จะเพียงพอแล้วที่จะใช้งานได้แล้ว (แต่ต้องปลอดภัยนะ)
ซึ่งถ้ามันสามารถที่จะนำมาทดแทนได้จริง ผมว่าเราสามารถที่จะลดการนำเข้าอุปกรณ์เหล่านี้ลงได้
และราคาในการติดตั้งก็ไม่น่าจะเกินกว่า 7,000 บาทแน่นอน (ค่าถังที่ดัดแปลงแล้ว + อุปกรณ์)
ซึ่งผมก็มีความคิดเช่นนี้ค้างคาใจอยู่ตลอดเวลาไม่สามารถที่จะหาทางออกให้กับตัวเองได้

เลิกเสียทีเถอะกับการคิดค้นอะไรแปลก ๆ
กับความคิดที่จะใช้งานอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานในบ้านเราให้มีประสิทธิภาพ ที่เรากำลังหลงทางอยู่...
ผมว่าหันมาพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมกับบ้านเราดีกว่า
ผมว่าคงไม่เกินความสามารถของท่านผู้รู้ทั้งหลายที่พัฒนาให้ตรงจุดไปได้หรอก
ฝากท่านอาจารย์ทั้งหลายด้วย ผมมีความคิดที่ไม่ค่อยปกติเหมือใคร
แต่ถ้าเราทำได้เราจะเป็น"ไทยแก่ตัว"ไม่ตกเป็นทาสกับอุปกรณ์หลอกลวงทั้งหลายจากต่างประเทศ

ฝากท่านปรมาจารย์, พี่ ๆ เพื่อน ๆ ให้ช่วยคิดและพิจารณาด้วยครับ
ผมทำดีที่สุดแล้วเพื่อวงการและเพื่อประเทศที่ผมอาศัยอยู่
จะต่อว่าอย่างไร หรือเสนอความคิดเห็นอย่างไรเชิญได้เลยครับ ผมยินดีรับฝังทุกข้อครับและจะไม่โกรธใครด้วยครับ

จาก ผู้ที่ใช้นามแฝง"เด็กน้อย ตัวจริง"


 จาก สาวกแก๊ส
 เสาร์, 12/11/2548
 เวลา :
18:56
 IP:
203.156.113.212

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
      


 จาก เรื่องจริงไม่อิงนิยาย
 เสาร์, 12/11/2548
 เวลา :
19:00
 IP:
203.118.86.53

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       ถึงเมืองไทย เมืองร้อน
แต่การลดแรงดันเพื่อใช้แกสปริมาณที่รถเกินห้าร้อยซีซี หรือเกินสามสิบแรงม้า

จำเป็นต้องมีความร้อนมาช่วยในการลดแรงดันครับ

ไม่งั้น แข็งครับ










 จาก Q
 เสาร์, 12/11/2548
 เวลา :
20:41
 IP:
203.156.132.151

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       เห็นด้วยกับ คำตอบที่ 3 ครับ
เพราะเป็นการเปลี่ยนสถานะของแก็ส ผมจำไม่ได้ว่ามัน ใช้พลังงานความร้อนเท่าไร กี่ KJ/Kg.
แต่จำได้ว่า น้ำแก็ส 1 ลิตรกลายเป็นไอได้ อยู่ประมาณ 250-280 ลิตร ขึ้นอยู่กันอัตราส่วนของโปรเพนหรือบิวเทนมากกว่ากัน
แล้วอีกอย่างเวลาแก็สใกล้หมดจะมีทั้งน้ำแก็สและไอแก็สไหลไป Regulator จะควบคุมแรงดันยาก

ถ้าทำ Regulatorได้ต้องมีขนาดใหญ่มากเพื่อให้มีพื้นที่ผิวสผัสอากาศมากเพื่อเป็นการถ่ายเทพลังงาน
ต้องขอโทษด้วยนะครับที่มีความรู้สึกขัดแย้ง


 จาก ผู้ใหญ่-เคยมาก่อน
 เสาร์, 12/11/2548
 เวลา :
20:58
 IP:
221.128.98.220

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ก็มีให้เห็นอยู่บ้างแล้ว...
ใส่ท่อวาล์วจ่ายแก๊สผิดด้าน หงายท้องรับเอาแต่ไอแก๊สจากถัง ใช้ไปซักพักรถวิ่งอืด เปิดท้ายดูถังเย็นเจี๊ยบน้ำหยดนองเต็มพื้น


 จาก 123
 เสาร์, 12/11/2548
 เวลา :
22:40
 IP:
58.64.126.223

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       เห็นด้วยครับ แต่รัฐฯ ยังไม่ยอมสนับสนุนจริง


 จาก ป็อก e30
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
02:30
 IP:
61.90.14.97

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       ไม่ทราบเจ้าของกระทู้ติดแก๊สอยู่หรือเปล่า หรือใช้ตรรกะสรุปเอา

แต่ที่แน่ๆคือ ข้อมูลไม่เท่ากันครับ ระหว่างเจ้าของกระทู้กับนักเทคนิคในเว็บ
อยากให้เจ้าของกระทู้เปิดรับ "ข้อมูล" ที่ท่านๆในเว็บกำลังจะป้อนให้ครับ

ถ้าเจ้าของกระทู้ติดแก๊สอยู่
อยากให้ถอดหม้อต้มออกจากรถ แล้วเอาอุปกรณ์อื่นที่เห็นว่าเหมาะสมใส่เข้าไป
ถ้าได้ผลดีมากๆ แล้วไม่ต้องใช้หม้อต้ม ก็เอามาโพสต์บอกกันในเว็บ
จะช่วยประเทศชาติได้มาก (ถ้าไม่กลัวโดนคนอื่นหาว่าสนองความต้องการส่วนบุคคลและบ้าความเร็ว)

มีตรรกะบางอย่างน่าสนใจ
- อุณหภูมิในห้องเครื่องโดยเฉลี่ย สูงกว่าอุณหภูมิห้อง, อุณหภูมิห้องเครื่องของรถในยุโรป สูงกว่าอุณหภูมิห้องของไทย
-ทำไมถึงคิดว่าฝรั่งติดหม้อต้มเพราะหิมะตก
-ทำไมเวลาระบบท่อน้ำหม้อต้มเสีย ถึงมีน้ำแข็งจับ
-หลายคนเห็นความจำเป็นของหม้อต้มมาก จนก็อปปี้หม้อต้มฝรั่ง ผลิตใช้เองในประเทศ สร้างความเป็นไทแบบด่วนจี๋ไปก่อนหน้าแล้ว
-ในแก๊สระบบหัวฉีดที่ใช้ในต่างประเทศก็ไม่มีหม้อต้ม ทั้งๆที่หิมะก็ยังตกอยู่ มี Regulator ซึ่งก็คือตัวลดแรงดันเหมือนหม้อต้ม ช่างไทยก็เห็นกันเกร่อว่า "แก๊สหัวฉีดไม่ใช้หม้อต้ม"...จะไม่มีใครเอะใจอะไรบ้างเหรอ
-ช่างไทยที่ทำตัวแรมโบ้ เคยแม้กระทั่งเอาถังแก๊สบ้านมาติดท้ายรถ เอาสายแก๊สบ้านมาใช้ จนรถไฟท่วมไปหลาย เคยเอาลวดมาเปลี่ยนแทนฟิวส์เพราะประหยัดกว่า....
...ใน 60 ล้านคน จะไม่มีซักคนเลยหรือที่เคยลองถอดหม้อต้มออก
แล้วมันเวิร์ค
แล้วตะโกนดังๆว่า... "ทุกคนนนนน...ฝรั่งมันหลอกเรา หม้อต้มไม่ต้องใช้โว้ยยยยยย"

ด้วยฐานความรู้ของคนในเว็บ สิ่งที่เรามีคือ อุณหภูมิของห้องเครื่องในไทย ให้ความร้อนไม่เพียงพอต่อความต้องการในการเปลี่ยนสถานะของ LPG จากของเหลวเป็นแก๊ส ด้วยอัตราการไหลของ LPG ในระดับที่รถยนต์ต้องการ และหม้อน้ำก็เป็นแหล่งความร้อนเดียวที่ดูเข้าท่า เพราะเครื่องก็ต้องการระบายอยู่แล้ว เราจึงยังใช้หม้อต้มกันอยู่

เราต้องการไอเดียใหม่ๆครับ และเปิดรับเสมอ นั่นคือสิ่งที่เราพูดกันทุกวันในเว็บนี้ (แม้จะแอบน้อยใจนิดๆที่โดนหาว่าไร้สติ และกลายเป็นพวกบ้าความเร็ว กระทืบคันเร่งหัวเราะแบบผู้ร้ายหนังไทย)

ไม่แน่เราอาจจะได้หม้อต้มหรือ Regulator ที่มี Heat Sink ใหญ่ๆ(อ๊ะต้องเรียกว่า Heat Source สินะ)
หรืออาจจะมีคนเอาหม้อต้มไปแปะกับตัวเครื่องยนต์ไปเลย?
ซึ่งเป็นความคิดใหม่ๆ ที่ช่วยชาติได้

แต่ก็มีอีกหลายๆตรรกะที่ผมไม่เข้าใจ และไม่สามารถอธิบายได้ เช่น

-การคิดค้นของของในเว็บ กลายเป็นเรื่องวิตถาร สมควรหยุด ในขณะที่อีกด้านกลับบอกให้อย่าทำตามๆกันกับที่ฝรั่งทำ

เชื่อหรือไม่ครับ ว่าสิ่งที่เราคิดๆกันในบอร์ดนี้ หลายอย่าง.. จะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง

ด้วยตรรกะข้างต้น ผมเชื่อว่าถ้าย้อนกลับ 30 ปี และคนในบอร์ดนี้ พยายามสร้าง พวงมาลัย Power, เบาะปรับไฟฟ้า, เบรค ABS หรือ ระบบคอมพิวเตอร์ ECU จะต้องโดนตักเตือนว่า "เลิกเสียทีเถอะกับการคิดค้นอะไรแปลก ๆ"

-คนปรับปรุงระบบแก๊ส ไม่ใช่คนที่เป็นพวกตีนผี กระเหี้ยนความเร็ว แต่เรารู้ว่าระบบที่ใช้อยู่มันไม่ดีที่สุด เหมือนเอากรรไกรตัดกระดาษไปตัดเหล็ก เรารู้มันมีจุดที่ดีกว่า และอยากไปให้ถึงจุดนั้น เพราะความไม่เหมาะสมคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของวิศวกร มันคือความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
รู้ทั้งรู้ว่ามีแก๊สถูกปล่อยทิ้งเปล่าๆที่ท่อไอเสีย หรือแก๊สไม่พอจนเครื่องไม่ได้ทำงานอย่างที่มันควรจะเป็น แล้วยังนิ่งดูดายมันขัดสามัญสำนึกของคน เราไม่ได้ต้องการความเร็วเพียงเดียวครับ... "ประสิทธิภาพ" ต่างหากคือสิ่งที่เรามองหา

หลายคนในเว็บนี้มีระบบที่พอใจแล้ว อย่างคุณแอ้ม คุณบอย หรือดาราท่านอื่นๆในเว็บนี้ คือเรียกว่าประหยัดกว่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เจริญขึ้น (ข้าวแกง 15 บาทก็จ่ายได้แล้ว จะมีร้าน 14 บาทก็โอเค แต่เฉยๆ ไม่ได้ Want มาก) แต่ก็ยังพัฒนาต่อไป เพราะความท้าทาย เพราะความต้องการพัฒนาความรู้ สัญชาติญาณเดียวกับที่คุณสังเกตเห็นว่า "หม้อต้มน่าจะไม่ต้องใช้ ดังนั้นการมีอยู่ของมันจึงไม่เหมาะสม"
ต่างกันตรงที่พวกเราคิดแล้วทดลอง แล้วแชร์ความรู้
อย่าคิดแล้วสรุปเลย ... วิทยาศาสตร์ มัธยมบอกไว้

ปล. แอบชื่นชมความกล้าคิดของคนรุ่นใหม่เสมอ


 จาก ภาสกร
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
07:43
 IP:
203.151.140.114

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       กับเครื่องยนต์เล็กๆอย่างมอเตอร์ไซค์ แนวความคิดแบบไม่ใช้หม้อต้มก็เคยแวบเข้ามาเหมือนกันครับ อาจต่อท่อเข้าไปวนๆในน้ำมันเครื่องก็น่าจะพอ


ผมทำเซรามิคอยู่ แก็สที่ใช้มากกว่ารถยนต์มากไม่ต้องมีหม้อต้ม แต่หัวพ่นแก็สมีไฟอยู่ตลอดครับ เลยไม่เป็นน้ำแข็ง ถ้าทำให้หัวพ่นร้อนได้ ก็น่าจะทำได้นะครับ


 จาก Mc
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
08:16
 IP:
203.151.140.114

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       แสดงว่า จขกท ไม่เคยเจอการบานท่อแล้วรั่ว จึงไม่รู้ว่าต้องให้ความร้อนกะแก๊ส
ต้องถาม พี่ อ.แอ้ม ครับ เจอวิด'วะเครื่องกล บานท่อให้ยังจำได้มั้ย


 จาก LLL
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
08:35
 IP:
221.128.89.194

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       หลงทางมานาน....
แต่ตอนนี้เริ่มเมายา....


 จาก ทิม
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
09:33
 IP:
61.91.96.48

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
      
ทุกคนมีสิทธิ์ิที่จะคิด แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คิดๆถูก...
ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ทำถูก...

คนคิดก็คิดไป คนทำก็ทำไป
แต่ผมอยากจะติงไว้อย่างว่า ในการประดิษฐ์อะไรสักอย่างเขาต้องมีความคิดตั้งต้นมาก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร

จุดคงจะอยู่ที่ "เพื่ออะไร" นี่เองที่เจ้าของกระทู้ อยากจะให้เราคิดถึงมัน
แต่คำว่าเพื่ออะไรของเจ้าของกระทู้ จะเป็นเรื่อง "ซ้ายจัด" คือ สะอาด ประหยัด อะไรทำนองใน

อย่างไรก็ตามเราไม่อาจจะไปบอกได้ว่า ใครก็ตามที่กำลังทดลองหรือทำอะไร เขาทำผิดหรือหลงทางครับ
เพราะเรื่องแบบมันเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ คนหนึ่งจะเอาอย่าง อีกคนจะเอาอีกอย่าง งั้นต้องต่างคนต่างเดิน รักกันเหมือนเดิม แต่เวลากินแยกกันกิน ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ

ในเรื่องมลพิษและความแรง ส่วนตัวผมเชื่อว่า ถ้าเราพัฒนาให้ระบบเผาไหม้สมบูรณ์
มลพิษก็จะต่ำสุด และได้กำลังสูงสุด การที่บางท่านจะพัฒนาระบบที่ให้ความแรงทุกรอบความเร็ว
ผมก็เชื่อว่าหมายความว่าให้มันเผาไหม้ได้ดีที่สุดทุกรอบความเร็วเช่นกัน

โลกของเราจำเป็นต้องเป็นอย่างนี้ ถ้ามีใครมาให้เรากลับเข้าป่า 100 คนคงจะมีสักครึ่งคน
ไม่ใช่ว่าอยู่อย่างซ้ายจัดไม่ดี แต่ทำอย่างไรได้เราเดินมาไกลจนจะถึงตอนจบ(ที่กำลังทัน)แล้วครับ เราต้องเดินต่อ(พระเอกอาจตาย)


 จาก วิทยา
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
09:59
 IP:
202.44.210.36

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       แก๊สระเหยจากของเหลวเป็นไอ มันดึงความร้อนรอบๆที่จุดเปลี่ยน รถใช้เชื้อเพลิงมาก ถ้าไม่มีน้ำร้อนผ่านที่จุดเปลี่ยนสถานะ เย็นจนเป็นน้ำแข็งครับ
บางครั้งสังเกตุตอนเติมแก๊ส ช่วงดึงหัวจ่ายออก ไอแก๊สรั่ว ท่อยังเย็นจนมีน้ำแข็งเกาะครับ


 จาก HSYGRP
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
10:07
 IP:
202.139.223.18

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       น้ำในระบบระบายความร้อน เป็นอุนหภูมิที่คงที่ เพราะ รถมีระบบควบคุมความร้อนหม้อน้ำ ดังนั้น หม้อต้มใช้น้ำร้อน จึงไม่แปลก แต่ที่จะแปลก คือการต่อน้ำร้อน ต้องระวังว่า ก่อน หรือหลังวาวน้ำ ถ้ารถคุณมีระบบ air all seasons ก็ต่อจากระบบแอรืได้เลย สตาทร์ด้วย แก๊ส ได้เลย เพราะน้ำร้อนมาทันทีทันใด แต่รถบางคัน ต่อ น้ำร้อนหลังวาวน้ำ เพราะมันง่ายที่จะต่อสามทางก่อนเข้าหม้อน้ำ แล้วเจ้าของรถ ก็ชอบมาบ่นว่า สตาทด้วยแก๊ส เช้าๆ ไม่ได้ มันจะได้ได้ไงหล่ะ แก๊ซ วิ่งแป๊ปเดียว ก็เป็นน้ำแข็งที่หม้อต้มแล้ว จุดนี้ คือสิ่งที่ต้องแก้ไข ครับ อู่ทั้งหลาย


 จาก ZG garage
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
16:02
 IP:
61.91.84.154

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       รูปภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดได้พันคำ

รูปนี้นำมาจาก อู่แดงเซอร์วิสครับ ดูรูปและรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://www.dangservice.com/lpg.htm








 จาก ระวังโดน...
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
17:25
 IP:
61.47.108.13

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       ถ้าเป็น ZG garage ตัวจริงละก็ ขอให้ท่านที่คิดจะไปติดตั้งที่นั่นคิดให้ดีๆละกัน เพราะแสดงท่าที "หมกเม็ด" ต้มคนดู
รูปที่เห็นเป็นวิธีที่หลายอู่ใช้ทดสอบเครื่องยนต์ตอนติดตั้งแก๊ส หลังจากติดเครื่องได้ เครื่องยนต์ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเดินเบากินแก๊สไม่มากก็ไม่มีปัญหาเรื่องถังเย็นจัด แต่ไปวิ่งบนท้องถนนด้วยความเร็วสูงกินแก๊สมากรับรองไม่รอด


 จาก เด็กน้อย ตัวจริง
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
18:24
 IP:
202.57.175.123

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       ไม่ขอตอบใครและไม่ตำหนิใคร เป็นกระทู้ที่แสดงความคิดเห็นของผมครับไม่ได้ด่าใคร...

กรุณาอ่านจากต้นฉบับแล้วคิดตามให้ดี ๆ ครับว่าผมมีเจตนาอะไร...

ขอบคุณทุกท่านที่ตอบครับ.....


 จาก ZG garage ตัวจริง
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
18:47
 IP:
61.91.84.154

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       คต17 รับรองว่าZG garage ตัวจริงโพสครับ แต่อู่ที่ทำคืออู่แดงเซอร์วิส และผมเชื่อว่าที่อู่แดงทำอย่างนี้ไม่ใช่เพื่อต้มใครแต่คุณแดงมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นที่ดีเช่นกัน ลองดูที่ลิ้งค์ของคุณแดงดูครับ ส่วนที่เราโพสเพราะผมเห็นด้วยในแง่มุมที่ว่าเมืองไทยเป็นเมืองร้อนเราน่าจะมีการออกแบบ หม้อต้มให้เหมาะสมกับเมืองไทย เช่น(คิดเล่นๆนะครับ) เอามาช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศ(heat exchanger) หรือ อื่นๆ


 จาก บอย
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
22:01
 IP:
202.57.139.125

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       ถ้าเจ้าของกระทุ้คิดว่า อัตราการกินแกสที่รถในไทยใช้กัน ไม่ต้องการน้ำมาวน ไม่ให้แข็ง

คุณลองถอดสายน้ำที่หม้อออก ต่อวน ตัวหม้อไม่ให้มีน้ำวน แล้วใช้รถสิครับ

หม้อต้มเป็นน้ำแข็งไหม เย็นไหม


 จาก Mc
 อาทิตย์, 13/11/2548
 เวลา :
22:25
 IP:
203.151.140.111

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       ต้องลองครับ สิบปากว่าไม่เท่ามือคลำ
สิบมือคลำไม่เท่าหนึ่งมือขยำ
Heat Transfer ครับ หากอัตราการไหลของแก๊สสูงกว่าเดินเบา ความร้อนจากสิ่งแวดล้อมไม่เพียงพอแน่ ไม่เพียงพอคือลองมาแล้วครับ


 จาก TAU
 จันทร์, 14/11/2548
 เวลา :
00:41
 IP:
203.113.76.73

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       ขอตอบครับ ( แบบราการทศกัณฑ์คุณปัญญา )
คืออย่างนี้ครับ ในการทำงานของเครื่องยนต์ส่วนที่สำคัญที่สุดคืออากาศและเชื้อเพลิง ส่วนผสมต้องมีความถูกต้องแน่นอน ส่วนผสมบางไปก็ไม่ดีเครื่องไม่มีแรงเกิดความร้อนสูงมีแก๊สพิษมีผลเสียต่อเครื่องยนและสภาพแวดล้อม ถ้าส่วนผสมหนาไปก็ไม่ดีเผาไหม้ไม่หมดเกิดแก๊สพิษควันดำสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก แน้นเป็นหน้าที่ของผู้จูนเครื่องที่จะจูนให้ได้จุดที่เหมาะสมที่สุดเผาไหม้สมบูรณ์ประหยัดเชื้อเพลิง จุดเดียวเท่านั้นคือประมาณ 14 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก แต่การควบคุมเชื้อเพลิงไม่ได้ควบคุมน้ำหนัก แต่ใช้ควบคุมปริมาตรแทน จุดนี้เองเป็นคำตอบที่ว่าทำไมต้องใช้หม้อต้ม แก๊สที่อุณหภูมิต่างกันจะมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน สมุติได้ดังนีเช่นที่อุณหภูมิ 28 องศา น้ำแก๊ส 1 ลิตร เปลี่ยนเป็นแก๊สได้ 250 ลิตร แต่ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 40 องศา นำแก๊ส 1 ลิตร เปลี่ยนเป็นแก๊สได้ 350 ลิตร ฉนั้นถ้าจูนเครื่องที่ 40 องศา แล้วไปใช้งานที่ 28 องศา จะเป็นส่วนผสมหนาทันทีเพราะปริมาณแก๊สที่ผ่ามิ๊กเซอร์เท่าเดิม หรือถ้านำไปใช้ที่อุณหภูมสูงกว่าก็จะกลายเป็นส่วนผสมบาง ฉนั้นการใช้หม้อต้มก็เพื่อจะให้อุณหภูมแก๊สเท่ากับอุณหภูมิน้ำของหม้อน้ำซึ่งผู้ผลิตรถได้ออกแบบระบบควบคุมอุณหภูมิน้ำให้คงที่อยู่แล้ว (รถใครความร้อนวูบวาบต้องรีซ่อมนะครับ หรือใดรถอดวาล์วน้ำออกให้หามาใส่กลับให้ถูกต้องเพราะนั่นคือตัวควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ มิฉนั้นส่วนผสมเชื้อเพลิงเราก็จะไม่ดงที่ไปด้วย) เหตุผลข้อที่ 2 ที่ต้องใช้หม้อต้มเพราะถ้าไม่ต้ม หม้อต้มและน้ำแก๊สที่อยู่ในหม้อต้มจะเย็นจัดจนเป็นน้ำแข็งภานในไม่เกิน 10 นาที แก๊สจะหยุดระเหยเครื่องยนต์อ่อนแรงและดับในที่สุด หรือหากมีส่วนที่พยายามจะระเหยออกไปได้บ้างก็มีความหนาแน่นเกือบเป็นน้ำทำให้ส่วนผสมหนาแบบประมาณ 5 ต่อ 1 ซึ่งเป็นจุดที่แก๊สไม่ลุกไฟ หากปล่อยสภาพเป็นแก๊สออกจาถังแบบคำตอบที่ 16 ถ้าแร่งเครื่องยนต์ ไม่เกิน 5 นาทีถังเป็นน้ำแข็ง

สรุปดีกว่านะว่า วันใดขาดหม้อแล้วเธอจะรู้สึก เพราะว่า

1) หม้อต้มทำหน้าที่ควบคุมแรงดันแก๊สให้คงที่อยู่ที่ค่าหนึ่งที่เหมาะสมกับมิ๊กเซอร์
2) หม้อต้มทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิและความหนาแน่นของแก๊สให้คงที่ใว้ที่ค่าหนึ่งเมื่อถูกตวงไปด้วยปริมาตรจะได้ปริมาณแก๊สหรือน้ำหนักแก๊สเท่าเดิมทุกครั้ง
3) ป้องกันน้ำแข็งเกาะ

สิ่งที่ควรเอาใจใส่ดูแลควบคู่กับหม้อต้ม

1) วาล์วควบคุมอุณหภูมิน้ำ
2) ท่อน้ำเข้าหม้อต้มต้องโตเพียงพอที่จะทำให้อุณหภูมิหม้อต้มเท่ากับอุณหภูมิน้ำอยู่เสมอ
3) อุปกรณ์อื่น ๆที่มีผลต่ออุณหภูมิน้ำ เช่น พัดลม สายพาน หม้อน้ำ น้ำยาหม้อน้ำ


 จาก ใช้สมองแทนมือ
 จันทร์, 14/11/2548
 เวลา :
07:39
 IP:
221.128.98.62

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       สำหรับคำตอบที่ 21
ต้องลอง...ถ้าคิดไม่เป็น และดื้อรั้นไม่เคยเชื่ออะไรทั้งนั้น
คนที่มีเหตุมีผล และมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องลอง
คิดเองได้...ง่ายจัง
ถ้าทุกอย่างต้องลอง เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ 20-30 ปีก็แทบไม่รู้อะไร


 จาก ต้น
 จันทร์, 14/11/2548
 เวลา :
09:41
 IP:
167.247.219.10

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       ยกมา


"ก็อีกนั่นแหละ การยกนำเอาอุปกรณ์ในการใช้แก๊สมาใช้ทั้งหมดนั้น
จึงเป็นผลทำให้เกิดความยุ่งยากและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
เพราะอุณหภูมิในบ้านเราถือได้ว่าเป็นเขตเมืองร้อน อุณหภูมิที่บอกว่าต่ำนั้น ไม่ต่ำไปกว่า 20 องศาแน่นอน
อุณหภูมิขนาดนี้สามารถที่จะเปลี่ยนแก๊สที่มีสภาวะของเหลวในถังให้เป็นก๊าซหรือแก๊สเมื่อออกมาสู่บรรยากาศภายนอกได้ในพริบตา
และแรงดันที่อยู่ในถังก็สามารถที่จะดันแก๊สที่อยู่ในรูปของแก๊สออกมาได้อย่างรวดเร็ว (หมายถึงถังบ้านครับ)
และเพียงพอกับความต้องการ ถ้าหากว่านำเฉพาะแก๊สที่เปลี่ยนสภานะแล้วไปให้สำหรับ การใช้งานในรถยนต์

ซึ่งตามความคิดของผม
ผมว่าการนำน้ำแก๊สที่อยู่ในถังจ่ายออกไปที่หม้อต้มนั้นไม่มีความจำเป็น
เพราะบ้านเราอากาศไม่หนาวจนหิมะตก และอุณหภูมิของน้ำที่นำไปใช้กับการต้มแก๊สนั้นสูงมากเกินไป
จนทำให้แก๊สที่ถูกจ่ายให้กับเครื่องยนต์มีความร้อนสูงมาก มากจนไม่สามารถที่จะจับตัวปรับจูนตัวของวาล์วกลางสายได้
และมีผลทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสะสมจนชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายดังที่ปรากฏอยู่เสมอ ๆ
ผมว่าแค่เอาไอแก๊สหรือแก๊สที่เปลี่ยนสถานะแล้วออกมาจากถัง
และใช้แค่ความร้อนใต้ฝากระโปรงก็เพียงพอสำหรับการใช้ในบ้านเราแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้น้ำที่ร้อนมาก ๆเลย

"
วาล์วปรับแรงดันหรือเร็คกูเรเตอร์ที่ติดอยู่กับถัง
+ วาล์วจ่ายหรือวาล์วปรับอัตราส่วนผสมให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน
+ ท่อยางแรงดันต่ำหรือไม่ก็ท่อทองแดงเบอร์22ขึ้นไปที่ต่อรับแก๊สแรงดันต่ำที่ผ่านมาจาก Regulator
แต่ต้องมีขนาดใหญ่ที่เพียงพอกับความต้องการแก๊สของเครื่องยนต์
+ กฏหมายที่นำมาปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานจริง ๆ

"
ผมตี เจตนาคุณว่า ไม่จำเป็นต้องมีระบบ ระบายความร้อนเพิ่มเติม คุณถึงกับจะเอา ตัวปรับ แรงดันไปติดไว้ข้างหลังกับถังแกส
"

ถ้าทำได้ผมก็ติด ว่าดีครับ เราจะได้ ลดความยุ่งยากในการติดตั้งลง

แต่ว่า การที่จะทำให้คนอื่นเชื่อได้ เพราะ มาบอกว่าผมคิดว่า นะไม่พอครับ

มันต้องมาการ ตั้งสมมุติฐาน การทดลอง การสรุปผล มีรายงานค่าผิดพลาด
ต่างด้วย แล้วมีหลักฐานข้อมูลมายืนยัน การทดลอง

แค่มาบอกว่า ผมคิว่า อุณภูมิของอากาศเมืองไทย น่าจะเพียงพอในการลดแรงดัน
ของแกสในทุก รอบความเร็ว แค่นั้นไม่พอครับ

ข้อเสนอ คุณลองรถคุณก็ได้ครับ แค่ถอด สายน้ำร้อนออกจากหม้อต้มทดลองเลยครับ สรุปผล แล้วมารายงาน

รอฟังผลครับ


 จาก เด็กน้อย ตัวจริง
 จันทร์, 14/11/2548
 เวลา :
15:20
 IP:
125.24.0.213

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       ผมเชื่อได้ว่าหลายท่านหรือไม่ก็ทุกท่านที่เข้ามา ณ.ที่แห่งนี้มีความรอบรู้ทั้งนั้นและก็มีจิตรวิณญานที่จะคิดปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นตลอดเวลา และก็มีวิณญานของความเป็นช่างอยู่ทุกคน

มันคงไม่ยากหลอกที่จะคิดทำอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ให้เหมาะสมกับบ้านเรา แต่ผมคนเดียวไม่สามารถที่จะคิดประดิษฐ์มันออกมาได้ เพราะประสพการณ์ในเรื่องของแก๊สมีอยู่น้อยครับ


ขออธิบาย(เหมือนเอามะพร้าวมาขายสวน)ถังแก๊สในบ้านของเราและทื่อื่น ๆเวลาจ่ายแก๊สออกมาจะจ่ายออกมาในรูปของ ของเหลวครับ จึงไม่สามารถที่จะถอดท่อน้ำที่เข้าไปยังหม้อต้มได้ครับมันจะเย็นอย่างที่คุณว่า แต่ผมบอกว่าไม่ได้เอาน้ำแก๊สออกมาแต่ให้ดัดแปลงถังให้เหมือนกับถังบ้าน คือเอาแต่ไอแก๊สออกมาเท่านั้นโดยการผ่านวาล์วเร๊คกูเรเตอร์ก่อนเพื่อลดแรงดันลงมาระดับหนึ่งก่อนจากนั้นเอาเข้าเร็คกูเลเตอร์หรืออุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ก่อนที่จะจ่ายให้เครื่องยนต์อีกทีหนึ่งเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดน้ำแข็งครับ ไม่ได้เอาน้ำแก๊สออกมาโดยตรงเลยครับ ถ้าอย่างนั้นแข็งแน่ผมไม่เถียงครับ เพราะพื้นที่ ที่แก๊สใช้ในการดูดความร้อนแฝงมีน้อยมันจึงดึงความชื้นจากอากาศรอบนอกเข้ามาเพื่อเปลื่ยนสถานะจึงเป็นน้ำแข็ง แต่รถของผมไม่สามารถที่จะทดลองได้เพราะยังไม่ได้ติดตั้งแก๊สครับ

การตั้งกระทู้ประเภทนี้เป็นการเสี่ยงที่จะถูกด่าและต่อว่ามากที่สุด แต่ผมแค่แนะนำแนวคิดที่ติดค้างอยู่ในใจของผมมาตลอดที่ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้เพราะผมไม่ได้ทำการทดสอบหรือทดลองแต่อาศัยการสังเกตูจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่นเวลาที่เราไปซื้อก๋วยเตี๋ยว,เวลาที่เราไปซื้อไก่ทอดตามตลาดนัดที่เขาต่อไปใช้กับเตาหลาย ๆ เตา,เวลาที่เขาใช้แก๊สกับเตาฝู่เวลาพัดผักบุ้งไฝแดงไม่เห็นว่าจะมีน้ำแข็งเกาะที่ถังเลยทั้งที่แก๊สที่เขาใช้นั้นมากกว่าที่เราใช้ในรถยนต์ซะอีก

แต่ผมว่าหลาย ๆ ท่านคงมีประสพการณ์มาแล้วบ้างไม่มากก็น้อย
แต่สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ
ถ้าเราเปลี่ยนความคิดที่จะใช้แก๊สเพื่อจะได้ประหยัดเงิน
มาเป็นใช้แก๊สเพื่อลดมลพิษจะดีกว่าไหมเพื่อจะได้ไม่ต้องมาทุกร้อนเรื่องของรถไม่แรงหรือประสิทธิภาพลดลง มันจะสบายใจกว่านะ

แต่ถ้าเราคิดประดิษฐ์อุปกรณ์มาใช้เองผมว่ามันน่าภูมิใจอยู่นะ ถึงมันจะมีความด้อยประสิทธิภาพก็ตาม

จึงได้เสนอแนวความคิดที่จะทำอุปกรณ์ขึ้นมาใช้เองครับ

ขอบคุณที่ให้ชี้แจงครับ


 จาก เด็กน้อย ตัวจริง
 จันทร์, 14/11/2548
 เวลา :
15:21
 IP:
125.24.6.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       ผมเชื่อได้ว่าหลายท่านหรือไม่ก็ทุกท่านที่เข้ามา ณ.ที่แห่งนี้มีความรอบรู้ทั้งนั้นและก็มีจิตรวิณญานที่จะคิดปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นตลอดเวลา และก็มีวิณญานของความเป็นช่างอยู่ทุกคน

มันคงไม่ยากหลอกที่จะคิดทำอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ให้เหมาะสมกับบ้านเรา แต่ผมคนเดียวไม่สามารถที่จะคิดประดิษฐ์มันออกมาได้ เพราะประสพการณ์ในเรื่องของแก๊สมีอยู่น้อยครับ


ขออธิบาย(เหมือนเอามะพร้าวมาขายสวน)ถังแก๊สในบ้านของเราและทื่อื่น ๆเวลาจ่ายแก๊สออกมาจะจ่ายออกมาในรูปของ ของเหลวครับ จึงไม่สามารถที่จะถอดท่อน้ำที่เข้าไปยังหม้อต้มได้ครับมันจะเย็นอย่างที่คุณว่า แต่ผมบอกว่าไม่ได้เอาน้ำแก๊สออกมาแต่ให้ดัดแปลงถังให้เหมือนกับถังบ้าน คือเอาแต่ไอแก๊สออกมาเท่านั้นโดยการผ่านวาล์วเร๊คกูเรเตอร์ก่อนเพื่อลดแรงดันลงมาระดับหนึ่งก่อนจากนั้นเอาเข้าเร็คกูเลเตอร์หรืออุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ก่อนที่จะจ่ายให้เครื่องยนต์อีกทีหนึ่งเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดน้ำแข็งครับ ไม่ได้เอาน้ำแก๊สออกมาโดยตรงเลยครับ ถ้าอย่างนั้นแข็งแน่ผมไม่เถียงครับ เพราะพื้นที่ ที่แก๊สใช้ในการดูดความร้อนแฝงมีน้อยมันจึงดึงความชื้นจากอากาศรอบนอกเข้ามาเพื่อเปลื่ยนสถานะจึงเป็นน้ำแข็ง แต่รถของผมไม่สามารถที่จะทดลองได้เพราะยังไม่ได้ติดตั้งแก๊สครับ

การตั้งกระทู้ประเภทนี้เป็นการเสี่ยงที่จะถูกด่าและต่อว่ามากที่สุด แต่ผมแค่แนะนำแนวคิดที่ติดค้างอยู่ในใจของผมมาตลอดที่ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้เพราะผมไม่ได้ทำการทดสอบหรือทดลองแต่อาศัยการสังเกตูจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่นเวลาที่เราไปซื้อก๋วยเตี๋ยว,เวลาที่เราไปซื้อไก่ทอดตามตลาดนัดที่เขาต่อไปใช้กับเตาหลาย ๆ เตา,เวลาที่เขาใช้แก๊สกับเตาฝู่เวลาพัดผักบุ้งไฝแดงไม่เห็นว่าจะมีน้ำแข็งเกาะที่ถังเลยทั้งที่แก๊สที่เขาใช้นั้นมากกว่าที่เราใช้ในรถยนต์ซะอีก

แต่ผมว่าหลาย ๆ ท่านคงมีประสพการณ์มาแล้วบ้างไม่มากก็น้อย
แต่สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ
ถ้าเราเปลี่ยนความคิดที่จะใช้แก๊สเพื่อจะได้ประหยัดเงิน
มาเป็นใช้แก๊สเพื่อลดมลพิษจะดีกว่าไหมเพื่อจะได้ไม่ต้องมาทุกร้อนเรื่องของรถไม่แรงหรือประสิทธิภาพลดลง มันจะสบายใจกว่านะ

แต่ถ้าเราคิดประดิษฐ์อุปกรณ์มาใช้เองผมว่ามันน่าภูมิใจอยู่นะ ถึงมันจะมีความด้อยประสิทธิภาพก็ตาม

จึงได้เสนอแนวความคิดที่จะทำอุปกรณ์ขึ้นมาใช้เองครับ

ขอบคุณที่ให้ชี้แจงครับ


 จาก รุ่ง
 จันทร์, 14/11/2548
 เวลา :
15:50
 IP:
203.150.32.236

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 25
       ที่คุณเด็กน้อยตัวจริงบอกว่า

การตั้งกระทู้ประเภทนี้เป็นการเสี่ยงที่จะถูกด่าและต่อว่ามากที่สุด แต่ผมแค่แนะนำแนวคิดที่ติดค้างอยู่ในใจของผมมาตลอดที่ไม่สามารถที่จะหาคำตอบได้เพราะผมไม่ได้ทำการทดสอบหรือทดลองแต่อาศัยการสังเกตูจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่นเวลาที่เราไปซื้อก๋วยเตี๋ยว,เวลาที่เราไปซื้อไก่ทอดตามตลาดนัดที่เขาต่อไปใช้กับเตาหลาย ๆ เตา,เวลาที่เขาใช้แก๊สกับเตาฝู่เวลาพัดผักบุ้งไฝแดงไม่เห็นว่าจะมีน้ำแข็งเกาะที่ถังเลยทั้งที่แก๊สที่เขาใช้นั้นมากกว่าที่เราใช้ในรถยนต์ซะอีก "

ผมคิดว่าเข้าใจผิดครับ เพราะเตาแก๊สแบบนั้นใช้ปริมาณแก๊สน้อยกว่าในรถยนต์มากครับ ทำให้ตอนที่แก๊สระเหยตัว regulator ของเตาแก๊สจึงไม่เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง เพราะสามารถระบายออกสู่บรรยากาศได้ แต่ในรถต้องใช้ปริมาณแก๊สมากกว่าเยอะ ทำให้พอระเหยออกมาแล้วเย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง คิดง่ายๆว่าเตาแก๊สที่บ้าน 15 กก. * 1.8 = 27 ลิตร ใช้แก๊สกว่าจะหมดถังก็เป็น 2-3 เดือน แต่ถังในรถยนต์ เอาจากรถผมนะ เติมแก๊สอาทิตย์ละ 3 ร้อยบาท ลิตรละ 9.25 บ. = 300/9.25 = 32 ลิตร บางทีวิ่งไม่ถึงอาทิตย์ แสดงว่ารถยนต์ใช้ปริมาณแก๊สมากกว่าเตาในครัวมากครับ ทำให้ต้องมีน้ำร้อนมาช่วยไม่ให้ตัว regulator เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง
แต่ผมว่าแทนที่จะใช้น้ำร้อนจากเครื่อง น่าจะเอาความเย็นของหม้อต้มนี้ไปใช้ในห้องโดยสารจะได้ช่วยให้เย็น คอมแอร์ทำงานลดลงจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีกว่าครับ


คำถามนี้มีทั้งหมด 40 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  2  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)