| |
คำตอบที่ 2
ตามที่ คุณK_CAMRY บอกเป็นไปได้ครับ
นั่นหมายถึงถ้าจูนรอบเดินเบาที่หม้อต้มเพื่อให้ รอบสูงขึ้น 900 - 1000
เครื่องจะนิ่งขึ้นหายสั่น บางคันต้อง 1100-1200 แล้วแต่
สำหรับรถผมตอนนี้ไม่เปิดแอร์ 1000 เปิดแอร์ 900 ใส่เกียร์ 700-800 รอบ
มันก็สั่นแบบรับได้อ่ะครับ คือ ไม่สั่นแบบกระพือแล้วเครื่องจะดับเป็นใช้ได้
แต่มันก็ต้องสัมพันธ์กับการจูนแก้สด้วยครับ จูนแบบพีคจูนนิ่งตามหลักวิชาการ
เพื่อหาจุดพอดีก่อน แล้วค่อยจูนเรื่องรอบเดินเบา เพราะการจูนแก้สหนาไป
หรือ บางไป การจูนเดินเบาก็ไม่พอดีสักที
สำหรับผมการจูนแบบพีคจูนนิ่งหูผมยังไม่ถึงครับ
ฟังเสียงเครื่องไม่รู้ว่าถึง 3500 รอบหรือยัง ต้องมีคนช่วยดูให้
ผมเลยใช้วิธีนี้ครับ เราต้องหาค่าเฉลี่ยรถของเราก่อน
ว่าปกติกินแก้สอยู่ที่กี่กิโล/ลิตร สมรรถนะการวิ่งเป็นอย่างไร
หลังจากนั้นเราทำเครื่องหมายไว้ที่ตัวปรับเพาว์เวอร์วาล์วไว้ตรงกึ่งกลาง
หรือที่ 12.00 นาฬิกา จากนั้น ถ้าเราคิดว่าจะจูนให้บางขึ้นหรือกินแก้สน้อยลง
เราก็หมุนเพาว์เวอร์วาล์ว ไป 1/4 รอบ คือ 12.15 นาฬิกา แล้วลองขับดู
ถ้ามันยังออกตัวดีไม่อืด แสดงว่าลดแก้สลงไป สมรรถนะเท่าเดิม ทีนี้ลองอีก
ปรับอีก 1/4 รอบ คือ 12.30 นาฬิกา (รวมเท่ากับ 1/2 รอบ จากเดิม) ลองขับดู
ถ้าแรงเหมือนเดิม ก็โอเค ทีนี้ลองจับกิโลใหม่ วิ่งไปซัก 100 กม. ก็ได้
หรือจะน้อยกว่าก็ได้ ลองจับกิโลดูว่ากินเท่าไหร่
สมมุติฐานมันน่าจะได้ระยะมากขึ้น
อย่างไรก็ตามอย่าวิตกกับเรื่องการประหยัดมาก เราต้องหาจุดพอดี ๆ
ของสมรรถนะรถของเราเอง ง่าย ๆ ก็เทียบจาก ซีซี แต่ถ้ารถเราเครื่องมันเก่า
มันอาจจะกินมากกว่าปกติ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ
เพราะฉะนั้นการจูนปริมาณแก้สให้พอดี อุปกรณ์อื่น ๆ ไม่มีปัญหา
เช่น ตัวแวคคั่มช่วยรอบเดินเบาต่าง ๆ ให้เป็นพื้นฐานที่ดีก่อน
แล้วค่อยจูนรอบเดินเบา และยิ่งถ้าหม้อต้มมันคงที่แล้ว คราวนี้คุณจะไม่พะวงเรื่องรอบเดินเบาอีกแล้ว ลองหาอ่านดูตามที่คุณบอย-สามเสน ได้เขียนไว้ใน
กระทู้ เกี่ยวกกับการเทียบว่ารถเราควรกินแก้สอยู่ที่ปริมาณเท่าใด
ผมเล่าจากประสบการณ์ของผมครับ เผื่อเป็นประโยชน์บ้าง เอาแบบชาวบ้าน ๆ งู ๆ ปลา ๆ นี่แหละ หากมีข้อผิดพลาด เพื่อน ๆ ท่านใดจะเสริม หรือ ชี้แนะ
ก็ยินดีครับ ถ้าอันไหนเป็นการเข้าใจผิดของผมจะได้เป็นความรู้ครับ
|
|