| |
คำตอบที่ 2
ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้รถเยอะแค่ไหน ลองคำนวณดูนะครับ
น้ำมันลิตรละ 25 บาท====>ใช้น้ำมัน 10 กม./ลิตร======>ก็ตกกม.ละ 2.5 บาท
แก๊สลิตรละ 9.5 บาท=====>ใช้แก๊สเหลือ 9 กม./ลิตร====>ก็ตกกม.ละ 1.05 บาท
=========ส่วนต่างระหว่างแก๊สกับน้ำมันก็คือ 1.45 บาท/กม.============
ค่าติดแก๊ส 17,000 บาท (18,000 นี่แพงไปหน่อยครับ) ต้องวิ่ง 17,000 / 1.45 = 11,724 กม.
หรือถ้าวิ่งวันละ 50 กม. ใช้เวลา 235 วัน ก็ประมาณ 8 เดือน ถึงจะคืนทุน
[หนึ่งวัน 50 กม. ถ้าใช้น้ำมันเป็นเงิน 125 บาท | ถ้าใช้แก๊สเป็นเงิน 52.5 บาท]
[นั่นคือ ยิ่งวิ่งเยอะ ยิ่งคืนทุนเร็ว]
----------------------------------------------------------------------------------------
รถของคุณม่อนเป็น โตโยต้า โคโรลล่า ee80 เครื่อง 2E (12V) ผลิตปี 1985-1988
อายุก็พอ ๆ กับรถผมแหละครับ (Peugeot 305GL ปี 86)
(สำหรับผม) เครื่องคาร์บิวติดแก๊สไม่ค่อยมีปัญหานะครับ เพราะระบบไม่ซับซ้อน ไม่ต้องตัดหัวฉีด
โคโรลล่า รุ่นนี้ก็เคยเป็นแท็กซี่ น่าจะติดแก๊สได้ไม่มีปัญหา
สิ่งที่จากการติดแก๊สก็คือ ประหยัดเป็นอย่างแรก
แล้วก็ความสบายใจจากการใช้รถ ขับไปไหนมาไหนได้อย่างไม่ต้องกังวล (ขับ 20 กม. ก็ 20 กว่าบาทอ่ะ) เหยียบได้แบบไม่ต้องกลัวเปลือง
แต่ถ้าคิดจะติด ควรจะ
1. มีความรู้ (หรือใฝ่รู้) เรื่องเครื่องยนต์บ้าง (ผมเรียนสายศิลป์มาก็ยังพอกล้อมแกล้มได้)
2. ทุกอย่างมันก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ พวกสตาร์ทยาก เดินเบาไม่นิ่ง เบาดับ เร่งไม่ขึ้น กินแก๊ส ส่วนมาก ปัญหาก็วนๆ อยู่แถวนี้
ติดช่วงแรกๆ อาจจะไม่ลงตัว แต่ถ้าเข้าที่แล้วก็สบายแล้วล่ะ (รถเก่า ๆ อย่างเรา อาจจะมีปัญหาเรื่องระบบไฟหรือคาร์บิว ต้องแก้ให้จบก่อนนะครับ)
3. หาอู่ที่ไว้ใจได้ คุยกันรู้เรื่อง รับผิดชอบงาน แล้วก็รอคิวเค้าได้ไหม
4. เรื่องเสี่ยงตาย ก็ว่ากันไปครับ... ถ้าติดตั้งดี และหมั่นตรวจเช็ค ก็ไม่มีปัญหา รถผมไม่เห็นมีกลิ่นแก๊สรั่วเลย
5. มีปัญหาก็เข้ามาถามในบอร์ดนี้ จะมีพี่ๆ มารุมช่วยกันตอบมากมาย
ไม่ฟันธงครับ ลองคิดดูละกัน ถ้าสงสัยอะไรก็ถามมาเน้อ...
|
|