ไฟแสดงสถานะและหน่วงเวลาหยุดหัวฉีด

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก ปากเกร็ดไดรเวอร์
อังคารที่ , 1/11/2548
เวลา : 13:49
 IP:

61.91.166.58
อ่านแล้ว = 1091 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       จากการที่ผมใช้รีเลย์ตัดหัวฉีดออกในโหมดแก๊ส ทำให้แทบไม่มีน้ำมันสูญเปล่า นั่นคือ น้ำมันไม่หายจากถังอีกนอกจากการระเหย แต่ผลเสียในช่วงการเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊สคือ รถจะวูบไปประมาณ เกือบ ๆ 1วินาทีอันเนื่องจากหัวฉีดหยุดทำงานทันทีแต่แก๊สยังเพิ่งผ่านโซลินอยด์เข้าหม้อต้ม จากการประมาณเวลาไม่ถึง 1 วินาที ผมจึงใช้วงจร RC Time constant โดยคำนวณจาก R ของคอล์ยรีเลย์ตัวที่ตัดหัวฉีด (K2) = 80 โอห์ม และใช้ C 8200 ไมโครฟารัด 25 โวลต์ขึ้นไป ได้ค่าเวลาที่หน่วงประมาณ 0.65 วินาที แล้วใส่ไดโอด D5 อนุกรมคอล์ยรีเลย์ K2 เพื่อให้ C คายประจุเฉพาะ K2 เมื่อเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊ส รีเลย์ที่ตัดหัวฉีดจะยังทำงานเนื่องจาก C จะยังคายประจุผ่านขดลวดของ K2 น้ำมันที่เหลือในท่อยังคงเลี้ยงเครื่องยนต์อยู่ในขณะนี้แก๊สจะเคลื่อนผ่านหม้อต้มเข้ามิกเซอร์ จนกระทั่ง C คายประจุหมด K2จะหยุดทำงาน ทำให้หัวฉีดถูกตัดและระบบแก๊สทำงานต่อเนื่องโดยรถไม่วูบอีก ในเครื่องรุ่นอื่น ๆ ต้องทดสอบหาค่าประมาณของเวลาที่รถวูบเมื่อสับเปลี่ยนจากน้ำมันไปแก๊ส เพื่อใช้คำนวณค่า C
โดยหาค่าประมาณได้จากสูตร t=RC
เมื่อ R = ค.ต.ท. ของคอล์ยรีเลย์ หน่วยเป็นโอห์ม
t = เวลาที่ต้องการให้หน่วง หน่วยเป็นวินาที
C = ค่า คาปาซิเตอร์ หน่วยเป็น ฟารัด
ส่วนการแสดงสถานะด้วย LED นั้น D1 คร่อมหน้าสัมผัสตำแหน่งน้ำมันเพื่อแสดงผลสถานะการใช้แก๊ส ส่วน D4 คร่อมหน้าสัมผัสตำแหน่งแก๊สเพื่อแสดงการใช้ น้ำมัน (กลับกันนะครับเพราะใช้ Loading Effect ในการทำให้ LED ดับหรือสว่าง) ส่วน D2 และ D3 มีไว้พื่อป้องกันอันตรายจาก Back e.m.f. ที่จะเกิดกับ LED ในขณะที่คอล์ยรีเลย์หยุดทำงาน






 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก aeycruise
 อังคาร, 1/11/2548
 เวลา :
13:52
 IP:
61.91.246.38

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       เก่งจังครับ ผลการทดลองเป็นไงครับ


 จาก ปากเกร็ดไดรเวอร์
 อังคาร, 1/11/2548
 เวลา :
13:53
 IP:
61.91.166.58

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       เกือบลืมรายละเอียดบางอย่างไปครับ
K1 เป็นรีเลย์ตัดต่อปั๊มติ๊กของระบบน้ำมัน
K2 เป็นรีเลย์ตัดต่อไฟเลี้ยงหัวฉีด(ของลุงชูมีตั้ง 2 ตัวของผมมีตัวเดียว)
K3 เป็นรีเลย์ตัดต่อโซลินอยด์แก๊ส(ภาษาชาวบ้านเรียกติ๊กแก๊ส)


 จาก BallyGTR
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
08:56
 IP:
202.28.24.130

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       เจ๋งครับพี่ ช่วย+++++ ให้เลย


 จาก Time will tell
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
09:15
 IP:
203.151.140.114

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       เยี่ยมครับ!! แล้วที่ได้ทดลองไปเนี่ยรถรุ่นไหนครับ แล้วได้ผลใกล้เคียงกันทุกครั้งมั้ยครับ

ถ้ามีใครออกแบบเพิ่มให้เป็นการ control timing ด้วย microcontroller พวก MCS51 น่าจะทำให้สามารถ adjust ให้ได้ค่าที่เหมาะสมสำหรับรถแต่ละคันๆไป แล้วก็น่าจะแม่นยำด้วย

คุณ จขกท. มาเล่าให้ฟังอีกนะครับ


 จาก ek186
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
09:19
 IP:
203.185.152.152

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       น่าจะทำ แบบ ออโตด้วยนะครับ สตาร์ท ด้วย น้ำมัน พอร้อนก็เป็น แกซ ใช้อุณหภูมิน้ำเป็นเซนเซอร์
แบบว่า มี 3 โหมด นะครับ แก็ซ น้ำมัน ออโต


 จาก แอ้ม แอลพีจี
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
09:30
 IP:
203.149.10.193

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       รถ หรือ ยานอวกาศ ครับพี่ปากเกร็ด


 จาก BallyGTR
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
10:03
 IP:
202.28.24.130

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       คุณครับ ผมสงสัยว่า 8200 ไมโครที่ 35V เนี้ย หมายความว่าคาปามันสามารถเก็บประจุได้ 8200 ที่ 35V เท่านั้นหรือเปล่าครับ แล้วถ้าV ไม่ถึงมันจะเก็บประจุได้ถึง8200 ไมโครรึเปล่าครับ อธิบายผมทีครับ


 จาก Time will tell
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
10:37
 IP:
203.151.140.114

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ช่วยตอบคุณคนที่ 8
35V เนี่ยมันเป็นค่าการทนแรงดันสูงสุดของตัว Capacitor ครับ ไม่เกี่ยวกับความสามารถในการเก็บประจุ ที่จะไปมีผลกับช่วงเวลาคงที่ หรือ Time constant

เนื่องจากเราเอาไปใช้ในรถยนต์ (ซึ่งโดยทั่วไปก็ใช้แรงดันในระบบไฟฟ้าอยู่ที่ 12V) แต่เวลาออกแบบเพื่อไปใช้งานจริงก็ต้องให้มันทนได้สูงกว่าแรงดันสูงสุดหลายๆเท่า ป้องกันเวลามันมีไฟกระเพื่อม หรือ Ripple capacitor จะได้ไม่เสียหายครับ.


 จาก ปากเกร็ดไดรเวอร์
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
13:25
 IP:
61.91.166.67

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ถูกต้องแล้วครับ เลือก C ที่มีเบรคดาวน์โวลเตจตั้งแต่ 35 โวลต์ขึ้นไป ที่จริง 25 โวลต์ก็ได้ แต่อาจมีปัญหากับบรรดา Surge Voltage ที่เกิดจากโหลดประเภทขดลวดเช่นคอล์ยรีเลย์
ส่วนที่ผมใช้อุปกรณ์ Passive คือ C นั้น ที่จริงก็สามารถนำไอซี 555 มาต่อเป็น Monostable Multivibrator ได้ แต่ผมไม่เชื่อใจความมั่นคงในการทำงานของอุปกรณ์ Active ที่หาได้จากบ้านหม้อ เพราะเราต้องพึ่งOutput ของ 555 เป็นตัวควบคุมรีเลย์อีกทีหนึ่ง แลบางครั้งก็ต้องใช้รถวิ่งทางไกลหากมีปัญหากลางทางจะลำบาก
เรียนคุณต้น
ผมเคยออกแบบระบบควบคุมประตูเปิดฝายลำน้ำชี ในโครงการโขง ชี มูล เมื่อ 13-14 ปีก่อน ที่มหาสารคาม ออกแบบด้วย OP-AMP 741 แต่เวลาใช้งานจริงต้องหาไอซี Industrial Grade มาใช้ตอนนั้นผมสั่งซื้อเบอร์ OTA27 มาราคาตัวละ 985 บาท ในขณะที่ 741 ราคา 10 บาท ทั้งนี้เพราะมันติดตั้งในตู้เหล็กกลางสันฝาย ในช่วงกลางวันอุณหภูมิเป็นภายในตู้ไม่น่าต่ำกว่า 50 องศาเซลเซียส ยิ่งฤดูร้อนอาจสูงกว่า 60 องศา ซึ่งไอซี Consumer Grade จะใช้งานได้ในย่าน 0-70 องศาเท่านั้น ส่วน Industrial Grade จะใช้งานได้ในย่าน ลบ20 ถึง 155 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมี Military Grade ซึ่งต้องเป็นหน่วยงานรักษาความปลอดภัยแห่งชาติเท่านั้นที่จะสั่งซื้อได้ ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยเชื่อใจในความซื่อสัตย์ของไอซีบ้านหม้อนัก หากจะใช้ก็ต้องเลือกคัดเกรดตั้งแต่เกรด B ซื้อตรงจากบริษัทส่วนบ้านหม้อนั้น บางส่วนเป็นไอซีReject ที่พ่อค้าไทยไปเหมามาขาย ผมสั่งไอซี 741 มาให้นักศึกษาทดลอง Lab บางครั้ง ใน 100 ตัวเสียประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือใช้ได้ แต่ Offset Voltage สูงกว่าสเปคหลายๆๆๆ เท่า ในส่วนของการใช้ไอซี 555 หากจะใช้ควรออกแบบสายหรือลายปริ้นซ์ให้มีสวิตช์ที่ต่อตรงหรือตัดได้ยามฉุกเฉิน กันกินข้าวลิงเมื่อวิ่งทางไกล


 จาก แอ้ม แอลพีจี
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
13:30
 IP:
203.149.10.193

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       นั่นแน่ พี่ปากเกร็ด
ที่แท้ก็สอน วิชาอีเลค นั่นเอง มิน่าความรู้ แน่นปึก
ว่าแต่ว่า พี่ มี เอ เอฟ ใช้ไม๊ล่ะครับ
ขอชมหน่อยได้ไม๊ครับ


 จาก ปากเกร็ดไดรเวอร์
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
13:53
 IP:
61.91.166.67

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       เรียนคุณแอ้ม
ยังไม่มี A/F ใช้ครับ ใช้วิธีต่อดิจิตอลโวลมิเตอร์กับ O2 เซ็นเซอร์ ตรงกล่อง Check piont แล้ววิ่งดูแล้วจึงปรับแก้เอา ส่วนผสมของแก๊สกับอากาสนั้น มันมีช่วงแปรผัน มากกว่าน้ำมันกับอากาศ ผมจึงปรับเอาแค่ไม่น่าเกลียด เวลาเร่งแถว ๆ 120 ก.ม. แก๊สขึ้น 1.05 V ส่วนน้ำมัน 0.92 V ผมยังไม่เคยวัดกับน้ำมันตอนถอดมิกเซอร์ออก

เรียนคุณ aeycruise คุณ Time will Tell
ผมใช้กับโคโรลล่า AE-110 เครื่อง 5A-FE 1498 c.c. ของผมครับ กับเครื่องรุ่นอื่นคงต้องลองจับเวลาที่รถวูบแล้วจึงคำนวณค่า C โดยเพิ่มเวลาอีกประมาณ 10 เปอร์เซนต์ เพื่อให้ทำงานต่อเนื่องกันได้ดี
ผลที่ได้คือเวลาผมเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊สนั้น รถไม่วูบอีกเลย เหมือนตอนที่ยังไม่ได้ตัดหัวฉีดเลย ผมกำลังจะต่อ C เข้าไปอีกเพื่อแก้ปัญหานี้กับช่วงเปลี่ยนแก๊สเป็นน้ำมัน แต่ค่า C คงต้องมากกว่านี้และจะให้นานเกินไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวกลายเป็นแก๊ส+น้ำมัน แล้วเครื่องจะสำลัก แล้วดับ


 จาก BallyGTR
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
14:07
 IP:
202.28.24.130

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       โห...เจ๋ง ไปเลยพี่ ผมชอบจังคนเก่งๆ


 จาก แอ้ม แอลพีจี
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
14:14
 IP:
203.149.10.193

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       ว่าแล้วพี่ปากเกร็ด
ผมว่าจะเตือน พี่เรื่องการวาดวงจร แล้วเชียวน่า ว่าอย่าวาดลงไปเด็ดขาด
ขืนวาดลงไป เป็นอันว่าซวย
นี่แค่ ทามคอนสะแต๊นซ์นะ
เจอร์วงจรอื่นๆอีก ถึงขั้น ไม่ต้องทำมาหากิน อีกต่อไป
ก็พี่เล่น เอา คอลย์หัวฉีด ทำ อาร์ซี ทาม คอนสแต๊มท์ แบบนี้มันระดับเกจิ แล้วครับดูเหมือนง่าย แต่มือใหม่ งง
ดูอย่างชุดหลอกหัวฉีดผมสิ ป่านนี้ยังถามกันไม่จบ



 จาก ทืม
 พุธ, 2/11/2548
 เวลา :
14:28
 IP:
61.91.99.149

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
      
ดูวงจรไม่เป็น เอาแค่ idea ถือว่าดีครับ น่าชื่นชม


คำถามนี้มีทั้งหมด 14 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)