จาก ษ่ำ
อังคารที่ , 13/6/2549
เวลา : 12:55
IP: 203.188.12.251
อ่านแล้ว = 13693 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
อู่ติดตั้งก๊าซLPGไร้ใบอนุญาตเกลื่อน ขนส่งเอาจริงไล่ปรับเจ้าของรถอาน
เปิดความจริงอีกด้าน ! รถดัดแปลงใช้ก๊าซธรรมชาติ ผู้บริโภคแบกภาระอ่วม จ่ายค่าใบรับรองครั้งละ 500-1,000 บาท เผยบริษัทที่ได้ใบรับรองถังก๊าซและระบบการติดตั้งมีไม่ถึง 10 บริษัท แต่อู่ติดตั้งถังก๊าซผุดขึ้นทั่วเมือง ล้วนไม่มีใบรับรอง ต้องไปซื้อใบรับรองอีกต่อหนึ่ง ไม่เช่นนั้นไม่สามารถต่อทะเบียนรถประจำปีได้ ด้านขนส่งย้ำตามระเบียบแจ้งก่อน 15 วัน
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า จากวิกฤตน้ำมันแพงที่ราคาต่อลิตรพุ่งเฉียด 30 บาท ทำให้ผู้ใช้รถยนต์จำนวนมากหันมาดัดแปลงเครื่องยนต์ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่เพียงรถแท็กซี่หรือรถตู้ประจำทางเท่านั้น ปัจจุบันรถบ้านก็หันไปติดตั้งระบบก๊าซในรถยนต์กันมากขึ้นทั้งในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทำให้อู่ซ่อมรถจำนวนมากแปลงสภาพเป็นสถานที่ติดตั้งก๊าซ หรือแม้แต่ในต่างจังหวัดจะพบว่ามีร้านที่รับติดตั้งระบบก๊าซผุดขึ้นทั่วทุกถนน บางอู่มีลูกค้ามาใช้บริการมากกว่า 20 รายต่อ 1 วัน
ในปัจจุบันรถยนต์ที่ติดตั้งระบบก๊าซมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ จากตัวเลขที่แจ้งกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีจำนวน 10,569 คัน แต่จริงๆ แล้ว จนถึงปัจจุบันน่าจะมีปริมาณมากกว่าหลายเท่า
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า แม้ว่าราคาติดตั้งระบบก๊าซ NGV ในปัจจุบันจะค่อนข้างสูง อยู่ที่ 40,000-60,000 บาท และก๊าซ LPG อยู่ที่ 15,000-30,000 บาทก็ตาม ผู้ใช้รถเห็นว่า เมื่อพิจารณาถึงผลที่คาดว่าจะได้รับในระยะยาวหากราคาน้ำมันยังพุ่งทะยานต่อไป การติดตั้งระบบก๊าซน่าจะคุ้มค่ากว่า
ต้นทุนแฝงที่ผู้บริโภคไม่เคยรู้
แต่จริงๆ แล้ว ความจริงที่ผู้บริโภคไม่ค่อยรับรู้ก็คือ ต้นทุนที่แฝงอยู่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาภายหลังจากการติดตั้ง นั่นคือ รถทุกคันที่ผ่านการดัดแปลงจะต้องมีหนังสือรับรองมาตรฐานจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับการรับรองน้อยมาก และบริษัทเหล่านี้ล้วนกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการดัดแปลงระบบก๊าซที่เปิดทั่วไปที่ไม่มีใบรับรองต้องนำรถของลูกค้ามาให้บริษัทเหล่านี้ตรวจสอบอีกต่อหนึ่งโดยคิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ผู้ประกอบการบางรายไม่ยอมบอกรายละเอียดเรื่องนี้ให้กับลูกค้า เพราะเกรงว่าหากต้องนำรถลูกค้าไปรับรองมาตรฐานแล้วจะต้องเสียภาษีเพิ่ม เพราะจะต้องแจ้งรายได้ที่เกิดขึ้นจริงทุกครั้งที่มีการดัดแปลงรถยนต์
เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ทำหนังสือถึงขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องการตรวจสภาพรถที่ดัดแปลงติดตั้งการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงของสถานตรวจสอบสภาพรถเอกชน โดยระบุว่า รถที่ดัดแปลงใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงที่เข้าตรวจสภาพรถนั้นมีทั้งรถที่ได้แจ้งการดัดแปลงกับกรมการขนส่งทางบกทราบ พร้อมบันทึกในสมุดคู่มือการจดทะเบียนรถเรียบร้อยและรถที่ยังไม่ได้แจ้งการดัดแปลงให้กรมการขนส่งทางบกทราบ
ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการตรวจสภาพรถของสถานตรวจสภาพรถเอกชน สำหรับรถที่ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์และส่วนควบที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นเชื้อเพลิงเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
สำนักวิศวกรรมและความปลอดภัยขอให้สำนักงานขนส่งจังหวัดแจ้งให้สถานตรวจสภาพรถเอกชนที่อยู่ในเขตรับผิดชอบได้รับทราบแนวทางในการตรวจสภาพรถประจำปี ดังนี้คือ รถที่ได้ดัดแปลงแก้ไขติดตั้งอุปกรณ์และส่วนควบที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง แต่ยังมิได้มีการแก้ไขรายการที่จดทะเบียนไว้ในสมุดคู่มือการจดทะเบียนให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถนำรถพร้อมเอกสารหนังสือรับรองการติดตั้งจากผู้ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกและสมุดคู่มือการจดทะเบียนรถไปแจ้ง ณ ที่ทำการของหน่วยงานกรมการขนส่งทางบกที่รถคันดังกล่าวจดทะเบียนอยู่ให้ถูกต้องภายใน 15 วัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ
ส่วนรถที่ได้แจ้งการดัดแปลงและบันทึกการดัดแปลงในสมุดคู่มือจดทะเบียนแล้วให้สถานตรวจสภาพรถเอกชนตรวจสอบความถูกต้องของอุปกรณ์และส่วนควบที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มเติมจากการตรวจสภาพรถตามปกติ และต้องมีหนังสือรับรองการติดตั้งจากผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกแนบมาด้วย
CNG ผ่านการรับรองแค่ 2
เมื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบให้ตรวจและทดสอบถังและอุปกรณ์สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดเป็นเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติรถยนต์ ในส่วนของรถยนต์ที่ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์และส่วนควบที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) ปัจจุบันมีเพียง 2 รายเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบถังและการติดอุปกรณ์ได้ คือ บริษัท ราชพฤกษ์วิศวกรรม จำกัด กทม. และบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด กทม. ส่วนอีก 4 รายที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกนั้น ตรวจสอบได้เฉพาะการติดตั้งอุปกรณ์ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน บริษัท คาร์ คอน วีเนียน เซ็นเตอร์ จำกัด กทม. บริษัท แอล.วี.เทค (ไทยแลนด์) จำกัด จ.สมุทรปราการ และบริษัท สยามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด
สำหรับผู้ที่ได้รับความเห็นชอบให้ตรวจและทดสอบถังและอุปกรณ์สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง (LPG) มีเพียง 4 รายที่สามารถตรวจสอบมาตรฐานของถังและการติดตั้งอุปกรณ์ คือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศ จ.สมุทรปราการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กทม. บริษัท ราชพฤกษ์วิศวกรรม จำกัด บริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด ส่วนอีก 10 ราย ตรวจสอบได้เฉพาะการติดตั้งอุปกรณ์เท่านั้น ประกอบด้วย บริษัท เอ บี ดี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กทม. นายอัครเดช สินธุภัค กทม. เรือเอกวรวุฒิ สุขแจ่ม จ.เชียงใหม่ เรืออากาศเอกประจวบ ทับท้อง จ.นนทบุรี
บริษัท เอ็มเซฟ จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ว่าที่ร้อยเอกณัฐกล แก้วบุญส่ง จ.นนทบุรี บริษัท สุวรรณภูมิ เซอร์วิส จำกัด กทม. นายชัยพัฒน์ รัตนชงค์ กทม. นายสิริพงศ์ ธารสาภ จ.สมุทรปราการ บริษัท ซ่อมบำรุงและรักษาทั่วไป จำกัด กทม.
โวยถูกเรียกเงินเพิ่ม 1,050 บาท
นายอดิศร สิงหกาญจน์ เจ้าของรถยนต์ดัดแปลงติดตั้งก๊าซ LPG กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในช่วงแรกที่ตัดสินใจติดตั้งระบบก๊าซเพราะสู้ค่าน้ำมันไม่ไหว แต่เมื่อไปติดตั้งทางร้านเรียกค่าใช้จ่ายเพิ่มในส่วนของหนังสือรับรองการดัดแปลงรถยนต์เพิ่มอีก 1,050 บาท เพราะว่าจะต้องนำทะเบียนรถยนต์ไปให้บริษัทที่รับรองมาตรฐานที่ได้รับการอนุมัติจากกรมการขนส่งทางบกรับรองให้อีกต่อหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามไปยังบริษัท ราชพฤกษ์วิศวกรรม จำกัด ได้รับคำตอบว่ารถที่ผ่านการดัดแปลงเพื่อใช้ก๊าซจะต้องนำรถยนต์มาให้บริษัทที่ได้รับการอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบเพื่อรับรองมาตรฐานโดยมีวิศวกรระดับสามัญเซ็นรับจึงจะต่อทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 500 บาท และต้องนำรถเข้าตรวจสอบทุกปีมิเช่นนั้นจะไม่สามารถต่อทะเบียนได้ ในปัจจุบันมีรถยนต์เข้ามาขอให้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจำนวนมากต้องมาเข้าคิวตั้งแต่เช้า เพราะบริษัทที่สามารถตรวจสอบและรับรองมาตรฐานนั้นมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น แต่ถ้าบริษัทตรวจสอบแล้วไม่ผ่าน เจ้าของรถจะต้องกลับไปปรับระบบการติดตั้งให้มีมาตรฐานแล้วนำรถเข้ามาให้ตรวจสอบใหม่จนกว่าจะผ่านตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 500 บาท
ขนส่งย้ำแจ้งก่อน 15 วัน
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร โฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงกรณีของรถที่ไปดัดแปลงติดตั้งแอลพีจีนั้น ตามประกาศของกรมการขนส่งฯผู้ที่นำรถไปติดตั้งถังก๊าซแอลพีจี จะต้องแจ้งให้กรมการขนส่งทางบกทราบ เพราะถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนสาระสำคัญของรถยนต์ ซึ่งจะต้องแจ้งภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่วิศวกรให้การรับรอง หลังจากได้รับความเห็นชอบให้ตรวจสอบถังและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับในวงเงินไม่เกิน 1,000 บาท
ส่วนกรณีที่มีกระแสว่ามีการจ่ายเงินเพื่อติดสินบนให้กับวิศวกรผู้รับรองนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ซึ่งกรมถือเป็นข้อมูลที่ต้องรับไว้เพื่อหาทางแก้ไข เนื่องจากกลุ่มของวิศวกร
ผู้ให้การรับรองดังกล่าวไม่ได้ขึ้นตรงกับกรมการขนส่งฯแต่อย่างใด ทั้งนี้จะต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ควบคุมดูแลอีกทางหนึ่ง
|