| |
คำตอบที่ 40
"วิเศษ" ยอมรับหากรัฐบาลรักษาการยาวนานถึง 6 เดือนกระทบต่อแผนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทยแน่ เหตุสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 19 จะครบกำหนด 1 ปีวันที่ 30 มิ.ย. เอกชนยื่นมา 18 รายตามมารยาทต้องรอรัฐบาลใหม่ เตรียมหารือช่องทางเพื่อเร่งสำรวจและผลิตให้ได้ตามแผน
นายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เร็ว ๆ นี้จะหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติสัมปทานปิโตรเลียมให้การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในไทยเป็นไปตามแผน เนื่องจากมารยาทแล้วจะต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติการสำรวจและผลิตแต่จะใช้เวลานานถึง 6 เดือน
ทั้งนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้เปิดสัมปทานเพื่อสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมครั้งที่ 19 โดยแปลงสำรวจบนบก ในทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน 82 แปลง คิดเป็นพื้นที่ 440,704 ตารางกิโลเมตร และจะครบกำหนด 1 ปีในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ โดยขณะนี้มีผู้ยื่นขอสัมปทานมาแล้ว 18 รายยื่น จำนวน 20 แปลง แบ่งเป็นแปลงปิโตรเลียมบนบก 8 แปลง ในทะเลอ่าวไทย 9 แปลง และในทะเลอันดามันจำนวน 3 แปลง แต่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติสัมปทานไปได้แค่ 3 แปลงแก่เอกชน 4 บริษัทเมื่อวันที่ 24 ม.ค.เท่านั้นหลังจากนั้นยังไม่ได้อนุมัติเพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ
ทั้งนี้การสำรวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมในประเทศเพิ่มมากขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญเนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกจะทรงตัวในระดับสูงไปอีกหลายปี ขณะนี้ไทยสามารถผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งในประเทศเป็นก๊าซธรรมชาติ คอนเดนเสท และน้ำมันดิบ คิดเป็นปริมาณเทียบเท่าน้ำมันดิบประมาณ 600,000 บาร์เรล/วัน หรือคิดเป็น 47% ของจำนวนที่ใช้ภายในประเทศ โดยในปี 2548 สามารถผลิตปิโตรเลียมถึง 230,000 ล้านบาท รัฐได้รับค่าภาคหลวงปิโตรเลียม 27,490 ล้านบาท จัดเก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเป็นเงิน 38,991 ล้านบาท
"การให้สัมปทานแก่บริษัทปิโตรเลียมที่มีศักยภาพสูงเข้ามาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการพบแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแก่ประเทศ และภาครัฐจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ตลอดจนมีการจ้างงานและพัฒนาฝีมือแรงงานของไทย" นายวิเศษ กล่าว
|
|