| |
คำตอบที่ 33
ใจเย็นๆกันครับการใช้ตัวควบคุมแรงดันของแก๊สบ้านมาใช้ก็ใช้ได้ครับ ส่วนเรื่องตัวอุ่นแก๊สนั้นจริง
แล้วสำหรับเมืองไทยที่มีอากาศร้อนชื้นนั้นไม่จำเป็น เพราะแก๊ส LPG ที่ถูกควบแน่นจนกลายเป็น
ของเหลวแล้วนั้น ที่อุณหภูมิ 15 องศา C ความดันไอของ LPG จะเท่ากับ 7.3 บรรยากาศ คือประมาณ 7.3 บาร์ คือที่อุณหภูมิดังกล่าวต้องใช้ความดัน7.3บรรยากาศอัดจึงจะเป็นของเหลวลองคำนวนกลับดูว่าถ้าต้องทำ หรือปล่อยให้กลับเป็นไอจะมีแรงดันเท่าไร ซึ่งก็เกินกว่าที่ต้องการอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์แก๊สที่อยู่ในครัว ซึ่งถ้ามองเปรียบเทียบระหว่างถังแก๊สที่ใช้ในครัวกับในรถยนต์แล้วจะเห็นความแตกต่างที่ตรงท่อจ่ายแก๊สออกจากถังเท่านั้น กล่าวคือถังแก๊สรถยนต์จะมีท่อลงไปดูดที่ก้นถัง ซึ่งก็ไม่ไช่ติดที่ก้นถัง แล้วถ้าจะไห้ดูดที่ส่วนบนของถังแบบถังแก๊สในครัวก็ไม่น่าจะผิด เพราะที่ต้องการก็คือสภาวะที่เป็นก๊าซไม่ได้ต้องการเป็นของเหลว ดังนั้นในบ้านเราสำหรับการอุ่นแก๊สแล้วไม่จำเป็น ถ้านำมาใช้จากจุดหรือตำแหน่งที่ถูกต้องหรือตรงตามความต้องการ ส่วนเรื่องอุปกรณ์อะไรแบบไหน ทนไม่ทน
ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแล้วละครับ เพราะหม้อต้มให้ดีขนาดไหนก็รั่วได้เหมือนกัน ผมว่าคุณภาพก็ขึ้นอยู่กับราคาด้วยกันทั้งนั้น ไม่งั้นโตโยต้าคงทำรถรุ่นเดียวราคาตามค่าเงินแล้วละมั้ง ส่วนเรื่องความเย็นเราอย่าลืมเรื่องสัดส่วนระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิงด้วยว่ามีสัดส่วนอย่างไร ถ้ามีอุปกรณ์ที่ควบคุมสัดส่วนและการผสมได้ดีหรือดีแล้วปรับจูนให้ดีแล้วละก็ ความเย็นของแก๊สไม่มีผลหรอกครับ จากเหตุผลข้างบน
ส่วนเรื่องเครื่องยนต์ดีเซลที่เรื่องค่าอ๊อกเทนนั้นจริงแล้วมันไปเกี่ยวกับเรื่องอัตราส่วนกำลังอัดที่มีอยู่ใน
ระบบของเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้การอัดให้เกิดการระเบิดของเชื้อเพลิงแทนการจุดนำให้ระเบิดในระบบแก๊สโซลีน ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าเครื่องยนต์ดีเซลมีการจุดนำได้ก็ไช้แก๊สได้เลย แต่จะต้องหาตำแหน่งจุดนำให้ถูกต้องกับจังหวะเปิดปิดของวาล์วต่างๆในการทำงาน ซึ่งเยอะแยะจนน่าปวดหัวแถมไม่น่าจะคุ้มกับค่าไช้จ่ายที่แลกกับผลที่จะได้ซึ่งไม่น่าจะไช่ทางเลือกที่ดี ส่วนการใช้แก๊สผสมร่วมกับนำมันดีเซลไม่ต้องลดปั้มครับ (หมายถึงตำแหน่งการฉีดนำมันของปั้ม) เพราะการลดปั้มจะทำให้กำลังของเครื่องยนต์สูญเสียไปแน่นอนเพราะฉีดไม่ตรงตำแหน่ง ส่วนการปรับสกรูกัลวานาเพื่อลดการจ่ายก็ไม่ถูกเพราะจะทำให้นำมันถูกตัดการจ่ายซึ่งถ้าแก๊สหมดใช้แต่น้ำมันจะเสียกำลังเครื่องไปเพราะสัดส่วนไม่พอเหมาะดังนั้นต้องเลือกที่จะหาช่วงการจ่ายแก๊สให้ดีมีปริมาณที่พอเหมาะน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งนะครับ ส่วนเรื่องเครื่องพังนั้น ก็อย่าโลภนักถ้าสิ่งที่ทำมันคุ้มค่ากับการลงทุนก็ทำไปถ้าไม่คุ้มก็อย่าทำ
"ถ้าเรามีมันสมองระดับหนึ่งแต่ไม่สุดยอดก็ให้ใช้มันสมองนั้นแต่พอตัว เคยได้ยินไหม อย่าพยายามทำหรือแข่งขันในสิ่งที่เค้ามีดีอยู่แล้ว แต่จงเอาข้อดีที่เค้ามีมาประยุกต์ให้ดีขึ้น" บ้าน่า ไม่ให้แข่งขันแต่ให้ประยุกต์ให้ดีขึ้น มันต่างกันตรงไหน แล้วอะไรที่จะบอกว่าดีอยู่แล้ว จำได้ว่าแต่ก่อนมีทีวีขาวดำก็ยังมีคนทำทีวีสีมาแข่ง มีควายไถนาอยู่ดีๆก็มีควายเหล็กมาอีก ต่างชาติไม่ไช่บิดา อย่าลืมตลาดเครื่องยนต์ดีเซลประเทศไทยอยู่อันดับไหนของโลก คนไทยมัวแต่ทับถมกันเองแล้วเมื่อไหร่จะเป็นไทจริงๆซะที
ฟันธงมีหม้อต้มไม่มีหม้อต้มก็ไม่แตกต่าง เพราะไม่ต้องต้มสำหรับประเทศไทยสำคัญจริงก็คือการควบคุมแรงดัน,การไหลของแก๊ส,และการคลุกเคล้าแก๊สให้เข้ากับอากาศในอัตราส่วนที่พอเหมาะกับความต้องการของเครื่องยนต์ต่างๆ และคุณสมบัติต่างๆของอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานว่าเหมาะสมกับอะไรอย่างไร
"ยึดติดก็ไม่มีการค้นพบ ไม่ค้นพบก็ไม่มีการพัฒนา" "คิดจะวิ่งตามก็ไม่มีวันนำหน้า"
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"
ช่วยกันประเทศไทยจงเจริญ
|
|