รวมกระทู้ ข้อมูลปฏิวัติ รวมไว้ที่นี่ครับ

เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net



จาก voey CAMRY
พุธที่ , 20/9/2549
เวลา : 00:49
 IP:

58.9.4.78
อ่านแล้ว = 5674 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางช่อง 9 พื้นที่ กทม.หลังกระแสข่าวพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ประกาศปฏิวัติ-รัฐประหารแล้วทางช่อง 5 และโชยสะพัดทั้งวัน ทหารภาค 1-ภาค 3 จับมือทหารม้าดำเนินการ ขณะที่ ทบ.สั่งกำลังพลเตรียมพร้อม ข "ทักษิณ" พลิกแผนร่นกลับไทยเร็วขึ้น หน่วยคอมมานโดอารักขาแน่น บน.6

เมื่อเวลา 22.15น.ออกข่าวทหารปฏิวัติทางสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางช่อง 9 พื้นที่ กทม.โดยย้ายพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศเสร็จ สัญญาณทางช่อง 9 ก็ถูกตัดทันที

ทั้งนี้เพราะมีกระแสข่าวว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประกาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ถึงความจำเป็นที่ทหารจะต้องปฏิวัติแล้ว เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 หลังจากตลอดทั้งวันที่ 19 กันยายน ได้เกิดกระแสข่าวสะพัดตลอดทั้งวันว่าจะมีการ "ปฏิวัติ-รัฐประหาร" เกิดขึ้น เพื่อยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทย โดยเฉพาะการเคลื่อนกำลังพลของกองทัพบกในพื้นที่ จ.ลพบุรี และกองทัพภาคที่ 3

ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นำคณะทหารดำเนินการปฏิวัติครั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 19 กันยายน ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 เมื่อจบข่าวพระราชสำนัก เวลา 20.15น.แล้ว ได้มีรายการสามัคคี 4 เหล่า จากนั้นเวลา 21.20 น.เป็นรายการเมืองไทยวาไรตี้ เป็นการออกอากาศสด แต่ถูกยกเลิกรายการโดยสถานีได้เปิดเพลงเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแทน

จับ"ชิดชัย-ตท.10"รวมพลังบ้านธรรมรักษ์

ขณะที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีคำสั่งห้ามคนนอกเข้าไปเด็ดขาด เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้สื่อข่าวบางส่วนออกมา จึงทำให้ผู้สื่อข่าวที่รอไปทำข่าวต่างจับกลุ่มออกันอยู่บริเวณหน้าทำหน้าทำเนียบเป็นจำนวนมาก

น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลด้านหลังตึกไทยในเวลา 21.30 น.ในเวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม ได้เดินทางตามเข้ามาแต่ไม่ได้ลงจากรถก่อนที่ นพ.พรหมินทร์ จะหอบเอกสารปึกใหญ่เดินขึ้นรถพล.ต.อ.ชิดชัยและเคลื่อนออกไปจากทำเนียบด้วยกัน

ขณะเดียวกัน ที่บริเวณสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 มีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก มีรายงานข่าวว่า นายทหารระดับสูงจากหลายเหล่าทัพได้เดินทางเข้ามาที่ททบ.5อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ตรงข้ามกับขั้วรัฐบาล คาดว่าจะมีการแถลงข่าวถึงการยึดอำนาจ

ส่วนอีกกระแสข่าวหนึ่งระบุว่าในเวลา 23.00น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะออกอากาศข้ามทวีปเพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า นายทหารคุมกำลังตท.10 ได้มีการรวมตัวกันที่บ้านของพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม ล่าสุดมีข่าวสะพัดออกมาว่า พล.อ.ชิดชัย ได้ถูกควบคุมตัวภายหลังออกจากทำเนียบรัฐบาล

รถถังเคลื่อนพลมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ปธต.

ขณะที่บริเวณสวนรื่นฤดีว่า ได้มีรถยนต์เข้าออกเป็นระยะๆ ขณะเดียวกันบริเวณเกียกกายก็มีการเคลื่อนขบวนของรถถัง รถฮัมวี่ จำนวนหนึ่งขับมาตามถนนมุ่งหน้าไปถนนราชดำเนิน ท่ามกลางความแปลกใจของประชาชนซึ่งหลายคนเริ่มจะเอีะใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแน่

ฝ่ายรัฐประหาร"ยึด"ไทยคม-ช่อง11"

และมีรายงานจาก สถานีดาวเทียมไทยคม ที่แคราย เมื่อเวลา 21.30 น. มีนายทหารกลุ่มที่รัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้ายึดช่องการสื่อสารดาวเทียมทางสถานีไทยคมแล้ว นอกจากนี้ นายทหารอีกกลุ่มก็ได้เข้ายึดช่อง 11 ด้วยเช่นกัน

"ทักษิณ"ดิ้นขอช่อง9แถลงสู้"รัฐประหาร"

รายงานข่าวว่า เมื่อ เวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางกลับโรงแรมที่ นิวยอร์ค และได้เรียกกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ตามไปคุยเป็นการส่วนตัว โดยในการพูดคุยกับนักข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับทราบกระแสข่าาวรัฐประหารในประเทศไทย พร้อมทั้งมีการติดต่อกับผู้บริหารของ ช่อง 9 อสมท. เพื่อจะขอถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เนต เพื่อชี้แจง ในเวลา 23.00 น.

ลือเตรียมทักษิณร่อนลงฟิลิปปินส์

ภายหลังจากมีข่าวลือในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาว่าคณะผู้ทำรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กระทำการรัฐประหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับจับตัวรัฐมนตรีคนสำคัญไว้ แหล่งข่าวกล่าวว่านพ.พรหมินทร์ ได้ประสานผ่านทางวิทยุการบินให้เครื่องบินที่พ.ต.ท.ทักษิณกำลังนั่งเพื่อกลับมาคืนนี้ตามเวลาในประเทศไทยประมาณตี 1 ของวันที่ 20 กันยายน ให้บินไปลงเครื่องที่ประเทศฟิลิปปินส์แทน



รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงแจ้งว่า ข่าวปฏิวัติดังกล่าวเป็นการสนธิกำลังระหว่างกองทัพทัพภาคที่ 1 และ 3 รวมทั้งกองอำนวยการรักษาความั่นคงภายใน (กอ.รมน.) หน่วยสงครามพิเศษ และกองทัพเรือบางส่วน โดยจะทำการยึดทำเนียบรัฐบาลและกองบินน้อยที่ 6 (บน.6) ในช่วงเช้ามืดวันที่ 20 กันยายน

จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นไปยังต้นสังกัด ปรากฏว่า มีการเคลื่อนกำลังทหารจำนวน 4 กองพัน จากกองทัพภาคที่ 3 และอีก 5 กองพันของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จากกองทัพภาคที่ 1 จริง โดยเป็นการเคลื่อนกำลังเพื่อไปผลัดเปลี่ยนกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามวงรอบงบประมาณปี 2550

นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนกำลังพลจากกองพันทหารม้าที่ 23 และกองพันทหารม้าที่ 24 จากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อเตรียมจัดกำลังบางส่วนที่จะไปปฏิบัติงานสนับสนุนกองกำลังผาเมือง ที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดนที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีการฝึกกองร้อยบรรเทาสาธารณภัยและฝึกซ้อมกำลังพล ที่จะลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในส่วนของกองพลทหารราบที่ 9 จ.กาญจนบุรี ได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ ให้มีการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน หากเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น โดยให้รอรับคำสั่งจากหน่วยเหนือ

ผบ.ทบ.สั่งกำลังพลอยู่ในที่ตั้ง

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยที่อยู่ใน กทม.ดูแลที่ตั้งของหน่วยตัวเอง ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงใช้แผน "ปฐพี 149" 2 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ให้กำลังพลอยู่ประจำฐานที่ตั้งตามปกติ และขั้นที่ 2 ให้กำลังพลออกไปปฏิบัติภารกิจภายนอกที่ตั้งของหน่วย กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ หรือกลุ่มผู้ชุมนุมมีการพัฒนาใช้กำลังรุนแรง ด้วยการทำลายอาคารสถานที่ต่างๆ

มีรายงานจากนายทหารระดับสูงด้วยว่า ทบ.มีการเตรียมกำลังความพร้อมจริง รอเพียงคำสั่งที่ชัดเจนจากผู้บังคับบัญชาถึงกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน หรือวัน "ว" เวลา "น"

รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน เป็นต้นมา ได้มีคำสั่งจากหน่วยเหนือในกองทัพภาคที่ 3 ให้กำลังพลในกองพลทหารม้าที่ 1 ซึ่งมีหน่วยที่ตั้งอยู่ จ.เพชรบูรณ์ เช็คความพร้อมยานลำเลียง รถถัง ปืนใหญ่ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ทันที โดยตลอดทั้งวัน ยานพาหนะของกองพลทหารม้าที่ 1 ทั้งหมด ถูกเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและเติมเชื้อเพลิง อยู่ในสภาพพร้อมปฏิบัติงานทุกคัน

สำหรับกองพลทหารม้าที่ 1 มี พล.ต.วรรณทิศ ว่องไว นายทหารคนสนิท พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้บัญชาการ และมี พ.อ.วิเชษฐ์ สุขพงษ์พิสิฐ เป็นรองผู้บัญชาการ และมีรายงานขณะนี้ พล.ท.สพรั่ง ที่ปกติจะทำงานที่ จ.พิษณุโลก และ จ.เชียงใหม่ ได้มาประจำที่กองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์

เวลา 21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถบัสนับสิบคันขนกำลังพลจากศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี จำนวนประมาณ 3 กองร้อย สวมชุดพรางพร้อมอาวุธ เข้ามายังกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน

จากนั้นเวลา 21.10 น. ได้มีรถถ่ายทอดสดของ ททบ.5 วิ่งเข้ามาที่ บก.ทบ.1 คัน และเวลาไล่เลี่ยกันมีรถตู้อีกเกือบ 10 คัน วิ่งออกจาก บก.ทบ. โดยไม่ทราบว่ามุ่งหน้าไปที่ใด

ตท.10-รมต.เช็คข่าววุ่น

กระแสข่าวปฏิวัติ-รัฐประหาร ได้แพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบรัฐบาล ตลอดวันที่ 19 กันยายน ท่ามกลางข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะชุมนุมต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ในวันรุ่งขึ้น

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ที่รักษาการนายกรัฐมนตรีร่วมประชุมจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐมนตรีหลายรายได้สอบถามมายังผู้สื่อข่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้น

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวออกมาว่า แท้จริงแล้วข่าวที่ออกมาเป็นการปล่อยมาจากนิวยอร์ก ซึ่งรักษาการนายกรัฐมนตรีจะกลับได้เร็วขึ้นอีก 1 วัน เป็นเวลาตี 1 ของวันที่ 20 กันยายน ท่ามกลางกองกำลังของทั้ง ทอ.และคอมมานโด อารักขาเต็ม บน.6

ขณะเดียวกัน ข่าวของกลุ่มปฏิวัติ-รัฐประหารได้ถูกแพร่ออกมา จนทำให้ทหาร ตท.10 ที่คุมกองกำลัง ทั้ง พล.9 และ พล.ม.2 เคลื่อนกำลังเข้ามาเพื่ออารักขาบริเวณทำเนียบรัฐบาลตัดหน้าเสียก่อน

เมื่อเป็นเช่นนี้ กระแสข่าวกลุ่มก่อการปฏิวัติ-รัฐประหาร ซึ่งได้รวมพลที่ พล.ม.1 จึงถูกยกเลิกไปก่อน และกำลังพลของแต่ละฝ่ายก็กลับเข้าที่ตั้ง เพื่อรอดูท่าทีกันอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคไทยรักไทยว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ครม. ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมประชุมทางไกลมาจากนครนิวยอร์ก สหรัฐ พร้อมกับกำชับรัฐมนตรีตั้งมั่นอยู่ในพื้นที่ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศนั้น ปรากฏว่า ตลอดช่วงบ่ายของวันนี้มีกระแสข่าวลือเข้าหูรัฐมนตรีหลายคนว่าจะมีการทำรัฐประหารในค่ำคืนนี้ จนทำให้รัฐมนตรีหลายคนต่างโทรเช็คข่าวกันวุ่น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

รัฐมนตรีรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนได้รับทราบกระแสข่าวนี้มาตั้งแต่บ่ายแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงหรือไม่ และใครจะเป็นคนทำ และทำให้ใคร ตอนนี้งงไปหมด อย่างไรก็ตาม ตกช่วงหัวค่ำตนก็ได้รับข่าวมาหลายกระแส บางกระแสก็ว่าทำแน่ บางกระแสก็ว่ายกเลิกภารกิจ เลยไม่รู้ว่าตกลงเป็นยังไงแน่

เหล่าทัพเมินประชุมครม.ร่วมทักษิณ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ได้เชิญ ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม ครม.นัดพิเศษอย่างกะทันหัน โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมประชุมผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยมีการแจ้งกำหนดการมายัง ผบ.เหล่าทัพ ในช่วงเช้าวันที่ 19 กันยายน

แต่ปรากฏว่า ผบ.เหล่าทัพ อ้างว่าติดภารกิจสำคัญ จึงไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม โดยในส่วนของกองทัพบก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้ พล.อ.โสภณ ศีลพิพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เข้าร่วมประชุมแทน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาแจ้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เมื่อเวลา 08.00 น. ซึ่ง พล.อ.สนธิ ติดภารกิจในการพบปะกับนายทหารเกษียณอายุ ที่สนามกอล์ฟ ย่านลำลูกกา

ในขณะที่ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ติดภารกิจในการรับคณะของ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ที่มาร่วมพิธีอำลากองทัพอากาศ เนื่องจากเกษียณอายุราชการ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า หลังมีกระแสข่าวการปฏิวัติเกิดขึ้น พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม ได้ยกเลิกภารกิจออกรายการ "กรองสถานการณ์" เรื่องระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 คืนวันที่ 19 กันยายน โดยคนใกล้ชิดคาดว่า พล.ต.อ.ชิดชัย จะเก็บตัววิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด ส่วนรายการกรองสถานการณ์ยังดำเนินรายการต่อไป โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รักษาการ รมช.มหาดไทย ไปร่วมรายการแทน

"ทักษิณ"ร่นกลับไทยเร็วขึ้นอีก1วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 20 กันยายน เวลา 23.15 น.ตามเวลาในนครนิวยอร์ก ซึ่งจะมาถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 22 กันยายน ตามเวลาในประเทศไทย

ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้สั่งให้เลื่อนการเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้นอีก 1 วัน โดยจะเดินทางมาถึงไทยในเวลา 05.30 น. ของวันที่ 21 กันยายน 2549

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากฝ่ายทหารว่า อาจเลื่อนกำหนดกลับเร็วขึ้นกว่าเดิมอีก

บน.6ทหารพรึ่บ-ซ้อมแผนรปภ.ทักษิณ

น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงการเตรียมรับ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับจากต่างประเทศว่า ทางกองทัพอากาศได้มีการประชุมเพื่อเตรียมการรักษาความปลอดภัยให้กับคณะของรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยกรมทหารอากาศเป็นประธานในการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในแผน ซึ่งมีลักษณะเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไป

ทั้งนี้ ผู้ที่จะมายังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) จะต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มารับส่ง ครม.และนายทหารผู้ใหญ่ สำหรับสื่อมวลชนที่จะเข้ามาต้องแลกบัตรและอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดให้เหมือนกับวันที่ส่งนายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศ

"ส่วนที่มีคนเห็นทหารที่ บน.6 เต็มไปหมดนั้น อาจจะเป็นการเตรียมการซ้อมปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยให้กับรักษาการนายกรัฐมนตรี ในวันที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ" รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าว

พันธมิตรนิวยอร์กรวมพลังไล่ทักษิณ

ขณะเดียวกัน เวบไซต์ www.thainewyork.com รายงานว่า วันที่ 18 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนิวยอร์ก มีการรวบรวมผู้ประท้วงและจัดกลุ่มต่างๆ กระจายไปทั่วนิวยอร์ก ตามจุดที่คาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะเดินทางผ่าน โดยผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่จะชุมนุมอยู่ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ ถึงแม้จะรู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ แต่จุดประสงค์หลัก คือ ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ว่า คนไทยบางส่วนไม่ต้องการผู้นำคนนี้ และต้องการต่อต้าน "ระบอบทักษิณ"

ส่วนกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่มได้แยกย้ายกันไปตามจุดต่างๆ เช่น หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท ซึ่งเป็นที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ และที่องค์กรชุมชนชาวเอเชีย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปเป็นวิทยากร พร้อมรับประทานอาหารร่วมกับชาวต่างชาติ ระหว่างเวลา 12.15-14.00 น. ฯลฯ

ทั้งนี้ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เสร็จสิ้นจากการอบรมสัมมนาเมื่อเวลาประมาณ 14.15 น. กลุ่มพันธมิตรนิวยอร์กจำนวนกว่า 300 คน ที่มายืนถือป้ายประท้วงตั้งแต่เที่ยง ก็เริ่มตะโกนขับไล่ "Thaksin Get Out!" หรือ "ทักษิณ ออกไป"

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ กลับหันมายิ้มและโบกมือให้ผู้ที่มาขับไล่ ก่อนจะเดินขึ้นรถจากไป

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากผู้ชุมนุมท่านหนึ่งว่า เพื่อนของตนเป็นชาวต่างชาติได้เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ เห็นว่าในห้องสัมมนามีผู้ติดตามรักษาการนายกฯ หลายราย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายจักร บุญ-หลง กงสุลใหญ่แอลเอ รวมอยู่ด้วย

ส่วนที่หน้าองค์การสหประชาชาติ มีกลุ่มพันธมิตรยืนถือป้ายประท้วงกว่า 100 คนอยู่ด้านหน้าสุด ซึ่งหากผู้นำประเทศต่างๆ เดินทางมายังองค์การสหประชาชาติ ก็จะเห็นกลุ่มผู้ประท้วงอย่างชัดเจน

ม็อบหนุนทักษิณโผล่ป่วนม็อบต้าน

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่กลุ่มพันธมิตรในนิวยอร์กชุมนุมต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่หน้าองค์การสหประชาชาติอยู่นั้น ปรากฏว่า มีชายหญิง 2 คน ถือป้ายสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ และพยายามก่อกวนกลุ่มพันธมิตรที่มีจำนวนนับร้อย โดยเดินถือป้าย "เรารักทักษิณ" ผ่านหน้ากลุ่มพันธมิตร และตะโกน "ทักษิณ สู้สู้"

และระหว่างมีผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์กลุ่มพันธมิตรอยู่นั้น หญิงคนดังกล่าวได้เดินเข้ามาตะโกนใส่ไมโครโฟนของนักข่าวว่า "เรารักทักษิณ" จึงถูกกลุ่มพันธมิตรโห่ไล่ แต่ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือการด่าทอกันแต่ประการใด

นอกจากนี้ ชายหญิง 2 คนดังกล่าวยังพยายามแทรกตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มพันธมิตร แต่กลุ่มพันธมิตรไม่ยอมให้เข้ามายืนในกลุ่ม เนื่องจากอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน จึงรายงานเหตุการณ์นี้แก่ตำรวจเอ็นวายพีดี ซึ่งตำรวจเอ็นวายพีดีได้ตรวจใบอนุญาตบุคคลทั้งสอง และปรากฏว่าทั้งสองไม่มีใบอนุญาตในการร่วมชุมนุม จึงขอให้ชายหญิงทั้งสองออกไปจากเขตพื้นที่ที่ทางพันธมิตรขออนุญาตไว้

ตัวแทนกลุ่มพันธมิตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีผู้ชุมนุมจากต่างรัฐมาร่วมอีกหลายร้อยคน ส่วนหนึ่ง (ประมาณ 50 คน) จะเหมารถมาจาก ดี.ซี. อีกส่วนเป็นกลุ่มแพทย์ และส่วนที่เหลือจะเดินทางมาจากรัฐต่างๆ

"ทักษิณ"กร้าวไม่อ่อนข้อให้ม็อบ

ส่วนภารกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ได้มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันและกล่าวสุนทรพจน์ต่อ Council of Foreign Relations ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนของสหรัฐ โดยเน้นถึงความสำคัญและความหมายของระบอบประชาธิปไตย ว่า ประชาธิปไตยที่แข็งแรงและมั่นคง จะคงอยู่ได้ด้วยปัจจัย 2 ประการ คือ การสร้างความมั่นคงของประชาชน และการยึดหลักการในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง หรือความขัดแย้ง

“การเลือกตั้งต้องมีอิสระและยุติธรรม จะต้องไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกลุ่มที่ไม่พอใจผลการเลือกตั้ง เมื่อประชาชนออกเสียงมาแล้วก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ใช่เป็นไปตามการประท้วงตามท้องถนน ผู้นำที่มีจิตใจประชาธิปไตย สิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือ คือ การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เพราะหากผู้นำปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรง ความผิดจะมุ่งไปที่ระบบเผด็จการ ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตยจะต้องอดทนและไม่ติดกับดักเหล่านี้” รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า องค์กรเอกชนสหรัฐสนใจสถานการณ์การเมืองไทยมาก จึงได้ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้น เพราะเป็นการชี้แจงจากรัฐบาลโดยตรง ทำให้คำถามลดระดับความรุนแรงลง เราต้องการบอกให้เขารู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต้องใช้ความอดทน ทั้งๆ ที่บางครั้งมีการละเมิดกฎหมายพอสมควร แต่เราก็ไม่สลายการชุมนุม ทั้งๆ ที่บางประเทศใช้ เพราะเราเชื่อว่าความอดทนจะช่วยรักษาประชาธิปไตย เนื่องจากสังคมไทยไม่ชอบใช้ความรุนแรง

“ความรุนแรงเป็นช่องทางให้ระบอบประชาธิปไตยถูกล้มล้าง อาจจะถูกการปฏิวัติ ซึ่งไม่ควรเป็น เราคิดว่าเป็นเรื่องล้าสมัย แต่ถ้าเราปล่อยให้ความรุนแรงเกิดขึ้น ก็อาจจะเสียหายได้ เราก็ต้องรักษาประชาธิปไตยด้วยการยึดหลักประชาธิปไตย คือ ไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก นัน SR-20DE
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
00:21
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 76
       ทำไมต้องทะเลาะกันครับ เหตุการเกิดขึ้นแล้ว ผมสงสารก็แต่พ่อหลวงของเรา ชอบยกขึ้นอ้างกันเหลือเกิน ทำไมปีนี้เฉลิมฉลองครองราช ๖๐ ปี แท้ๆ ข้ามปีนี้ไม่ได้หรือ ทำอะไรกันนักหนา แล้วก็มาอ้างพ่อหลวง อยากถามทุกๆท่านกลับ ถ้ารักพ่อหลวงจริง คุณจะเลือกทำหรือไม่อย่างไร (ก็แค่คำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ)


 จาก 0ld gas
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
00:36
 IP:
202.57.180.65

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 77
       ทักษิณ ออกไป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


 จาก นายเมือง
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
07:56
 IP:
203.113.36.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 78
       ที่ผมถามความเห็นข้างต้นว่า.................

พลเอกเปรม ได้นำคณะปฏิรูปเข้าเฝ้าในหลวง
พร้อมทั้งเสนอชื่อผู้ที่จะให้ทำหน้าที่นายกจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่
แต่พระองค์ท่านไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย
และเสด็จออกจากวังไปเมื่อเวลา 02.20 น.

ก็ด้วยเป็นห่วงพระองค์ท่าน
เหมือนกับคุณนัน SR-20DE





 จาก นายเมือง
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
08:15
 IP:
203.113.36.6

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 79
       คนพวกนี้อาจจะทำได้ทุกอย่าง โดยปราศจากเหตุผล
เพื่อให้บรรลุตามความต้องการของตน


ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าผู้มีความเห็นแตกต่างกับตนเอง ก็คิดวางระเบิดฆ่าได้
เมื่อการสืบสวนเข้าใกล้ตนเองมากเข้า ก็ก่อการปฏิวัติรัฐประหารได้
โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียที่จะเกิดแก่ประเทศชาติโดยรวม

ผมจึงเป็นห่วงในหลวงครับ


 จาก ..
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
08:27
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 80
      


 จาก ไม่เกี่ยว
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
08:41
 IP:
58.9.41.215

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 81
       เก่งๆ และ รู้ดีกันทั้งนั้น ทำอย่างกับอยู่ในเหตุการ์ณ


 จาก คนผ่านทาง
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
09:25
 IP:
125.25.159.175

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 82
       คห.56 กับ คห.80 ที่คุณว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณว่าเป็นควาย สรุปว่าคุณเป็นเหี้ยใช่มั้ย?


 จาก note
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
09:58
 IP:
203.121.175.108

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 83
       แล้ว กทช. สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเนี่ย จะต้องล้มตามรัฐธรรมนูญมาตรา 40 หรือป่าว ซวยแล้วตู สงสัยจะตกงานแล้ว แต่ไม่เป็นไร ติดแก็สแล้วประหยัดดีขับรถวิ่งหางานใหม่ก็ได้ อิอิ


 จาก ซี
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
10:03
 IP:
124.121.0.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 84
       พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย และ พล.อ. คงศักดิ์ วันทนา และ อชิรวิทย์ หายไปไหน และ นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ถูกคุมตัวไปไหน ครับ ตอนแรกช่วง 4 ทุ่ม
วันที่ 19 มีข่าวว่า จัดตั้งกองพลทหาร กับ พล.อ. เรืองโรจน์ (หลังได้รับแต่งตั้งจากทักษิน ตอน 3 ทุมครึ่ง) เพื่อเตรียมสู้
แถวแจ้งวัฒนะ แต่ 5 ทุ่มครึ่ง กลับมีข่าวว่าไปอยู่ข้าง คณะปฏิรูปแล้ว และเดินทางไปเข้าเฝ้า ช่วงเที่ยงคืนด้วย ส่วน รมต.
กลาโหม ก็ไม่รู้ ไปไหนเหมือนกันครับ


 จาก งูๆปลาๆ300e
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
10:11
 IP:
58.147.69.127

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 85
       1. ขายประเทศ โกงภาษี และหลบเลี่ยงกฎหมาย กรณีการขายกลุ่มบริษัทชิน



การขายบริษัทชินคอร์ปซึ่งครอบครองดาวเทียมจำนวน 4 ดวง สถานีโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และบริษัทสายการบินต้นทุนต่ำ มูลค่า 73,000 ล้านบาท แก่กองทุนเทมาเส็กซึ่งถือหุ้นใหญ่โดยรัฐบาลสิงคโปร์ เป็นการขายกิจการสัมปทานของชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลลุแก่อำนาจโดยแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการขายหุ้นให้ต่างชาติได้เกิน 25% เพียงวันเดียวก่อนทำการขาย เห็นดีเห็นงามกับการตั้งบริษัทบังหน้า เพื่อให้ต่างชาติถือครองหุ้นส่วนใหญ่โดยผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย อีกทั้งหาช่องโหว่ไม่ต้องเสียภาษีการซื้อขายแม้แต่สักบาทเดียว ผู้นำประเทศกลายเป็นแบบอย่างให้เกิดพฤติกรรมโกงภาษี และเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามายึดครองกิจการสำคัญๆของประเทศ



2. เอาชีวิตของเกษตรกร การเข้าถึงยาและได้รับการรักษาของคนไทยทุกคน แลกกับผลประโยชน์ของบริษัทครอบครัวและกลุ่มธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลกรณีการทำเอฟทีเอ

การลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับจีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้เมืองหนาว และเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อโคนมรวมกันกว่า 5 ล้านคน การเดินหน้าเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐจะส่งผลกระทบรุนแรงกว่านั้นหลายเท่า เพราะต้องเปิดเสรีการลงทุน กิจการขนาดเล็กของคนไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจ พันธุ์พืชถูกจดสิทธิบัตร ทรัพยากรธรรมชาติถูกครอบครอง ระบบหลักประกันสุขภาพทุกระบบได้รับผลกระทบ และประชาชนไทยต้องซื้อยาในราคาแพง นักลงทุนต่างชาติได้สิทธิฟ้องร้องรัฐ ยอมรับกลไกอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศแทนการขึ้นศาลไทย แลกกับผลประโยชน์ของกลุ่มกิจการโทรคมนาคมของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลุ่มบริษัทรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งล้วนแล้วแต่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ทั้งนี้ไม่นับการแก้ไขกฎหมายภายในหลายฉบับเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ



3. การแทรกแซงองค์กรอิสระ และการทำลายกลไกการตรวจสอบ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ใช้อำนาจทางการเมืองและอำนาจเงินครอบงำวุฒิสภา แทรกแซงกระบวนการสรรหา การได้มา และการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ เช่น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลไกและกระบวนการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญถูกทำลายลงแทบหมดสิ้น แม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่อาจเป็นที่พึ่งได้ ดังที่ได้ปฏิเสธที่จะพิจารณากรณีการซุกหุ้นภาค 2 ของนายกรัฐมนตรี จากการเสนอของสมาชิกวุฒิสภา 27 คนเมื่อเร็วๆนี้ การขาดกลไกการตรวจสอบทำให้อำนาจการบริหารอยู่ในมือของผู้นำอย่างเบ็ดเสร็จ เกิดการคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร และเปิดทางให้ตระกูลชินวัตรและบริวารสืบทอดอำนาจในการบริหารประเทศเยี่ยงทรราช



4. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อประโยชน์พวกพ้องและบริษัทต่างชาติ

เมื่อมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจโดยการเปิดขายหุ้นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.)นั้น หุ้นทั้งหมดถูกขายเกลี้ยงในเวลาเพียง 1 นาที 17 วินาที หุ้นส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของนักการเมืองพรรคไทยรักไทยและเครือญาติ มีการใช้อำนาจรัฐขยายสัดส่วนการถือหุ้นของเอกชนจาก 25 % เป็น 49% และกำหนดอัตราราคาแกสที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในราคาที่สูง ดันให้ผลกำไรของปตท.ในปี 2548 สูงถึงกว่า 80,000 ล้านบาท ผลประโยชน์ดังกล่าวถูกแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นและบริษัทต่างชาติ รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ยังเดินหน้าแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยการขายเลหลังราคาถูกในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังคงกุมการผูกขาดและไม่มีกลไกการกำกับดูแลคุ้มครองผู้บริโภค ประชาชนต้องเสียค่าไฟฟ้าในราคาแพงเพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนในรัฐบาลและบริษัทต่างชาติในสิงคโปร์ ทั้งนี้ไม่นับแผนการแปรรูปองค์การเภสัชกรรม องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.) เป็นต้น



5. การยึดครองและควบคุมสื่อ กรณีไอทีวี มติชน และคุกคามการทำงานของสื่อมวลชน-นักกิจกรรมทางสังคม

บริษัทของครอบครัวนายกรัฐมนตรีได้เข้าซื้อกิจการของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีซึ่งเป็นดอกผลการต่อสู้ของประชาชนในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ใช้อำนาจรัฐลดภาษีสัมปทาน เปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้เพิ่มสัดส่วนรายการบันเทิง กลุ่มธุรกิจที่ใกล้ชิดยังได้พยายามเข้าไปยึดครองกิจการของหนังสือพิมพ์มติชน และเข้าไปถือครองในกิจการสื่อต่างๆ มีการใช้งบประมาณของรัฐและงบประชาสัมพันธ์ของธุรกิจที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเพื่อควบคุมสื่อมวลชน สื่อมวลชนและนักกิจกรรมที่หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายนับพันล้านบาท เสรีภาพในการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนไทยภายใต้ระบอบทักษิณตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา



6. การละเมิดสิทธิมนุษยชน การหายตัวไปของทนายสมชาย และความรุนแรงของปัญหาสามจังหวัดภาคใต้

นับตั้งแต่ปี 2477-2546 มีผู้ที่ถูกตัดสินลงโทษให้ประหารชีวิตเพียง 323 เท่านั้น แต่ช่วงเวลาเพียง 3 เดือน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน 2545 ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดนั้นมีผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดียาเสพติดถูกฆ่าตายกว่า 2,000 ราย การใช้การปราบปรามแบบเหวี่ยงแห และการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีการหายตัวของทนายสมชาย นีละไพจิตร การกระทำการอย่างทารุณกับผู้ชุมนุมในกรณีตากใบ รวมทั้งการส่งทหารไทยไปยังอิรักตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐฯ คือสาเหตุสำคัญของการลุกลามของปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดจากระบอบทักษิณ



7. การตั้งรัฐอิสระ เปิดเสรีโดยลดทอนกฎหมายภายใน และทำลายการปกครองของท้องถิ่น กรณีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ

พร้อมๆกับการทำเอฟทีเอและแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างเร่งรีบ รัฐบาลชุดนี้ยังได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้อำนาจฝ่ายบริหารในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น ให้อำนาจนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนในประเทศอย่างไร้ขอบเขต ทั้งด้านอุตสาหกรรม บริการ หรือแม้แต่กิจการบ่อนกาสิโน เพิกถอนสภาพที่สาธารณสมบัติเช่น เขตธรณีสงฆ์ ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ รวบอำนาจการบริหารจากองค์กรท้องถิ่น เสมือนการจัดตั้งรัฐอิสระที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใดๆของประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำสูงสุดในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว



8. ความล้มเหลวของการปฎิรูปการศึกษา ปัญหาการโอนย้ายการศึกษาไปสู่องค์กรส่วนท้องถิ่น

การปฏิรูปการศึกษาไม่มีความคืบหน้าใดๆ มาตรฐานการศึกษาในทุกระดับตกต่ำกว่าที่ควรจะเป็น การเปิดเสรีการศึกษาจะทำให้การศึกษากลายเป็นการค้า เป็นการทำลายเป้าหมายของการศึกษาและกีดกั้นประชาชนยากจนออกไปจากระบบการศึกษาในท้ายที่สุด ปัญหาการโอนย้ายการศึกษาไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือเครื่องชี้ความล้มเหลวของการปฏิรูปการศึกษา โดยการใช้อำนาจรัฐมากกว่ากระบวนการมีส่วนร่วม และสะท้อนให้เห็นว่ามิได้มีการสร้างความพร้อมให้เกิดขึ้นทั้งต่อสถาบันการศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอด 5 ปีที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในอำนาจ



9. ปัญหาหนี้สินครัวเรือน ช่องว่างคนรวยคนจน ความเป็นจริงและผลกระทบการแจกจ่ายเงินไปสู่ชนบท

เป้าหมายของรัฐบาลคือการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของตลาดหุ้นโดยไม่ได้ดำเนินการใดๆที่เป็นการลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากจน หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 103,940 บาท/ครัวเรือน (พ.ศ. 2547) สถิติผู้บริโภคที่เป็นหนี้บัตรเครดิตถือจำนวนบัตรเครดิตสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 16 ใบเป็น 30 ใบ เงินที่รัฐบาลแจกจ่ายเงินไปให้ชนบทในรูปกองทุนหมู่บ้านเป็นการนำเงินที่ควรจะเป็นของท้องถิ่นกลับไปให้ท้องถิ่นแค่เพียงเศษเงิน งานวิจัยพบว่ามีการนำเงินจากกองทุนหมู่บ้านไปซื้อโทรศัพท์มือถือ 400 เครื่องต่อหนึ่งหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เป็นเงินถึง 480,0000 บาท/ปี(ไม่นับค่าซื้อเครื่อง) ต้องเอาเงินนอกระบบมาใช้หนี้กองทุน เอาเงินกองทุนไปใช้หนี้นอกระบบ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ของหนี้อมตะ ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนเพิ่มมากขึ้นทุกทีจนอยู่ในระดับเดียวกันกับเม็กซิโก โคลัมเบีย และอาร์เจนตินา ปัญหาทั้งหมดรอวันปะทุเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง



10.ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาโครงสร้างการจัดการทรัพยากร กรณี พ.ร.บ.ป่าชุมชน และการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนยากจน

รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มิได้ดำเนินการใดๆที่เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ข้อเรียกร้องของประชาชนในการปฏิรูปการจัดการทรัพยากร เช่น การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน การบริหารน้ำโดยท้องถิ่น และการผลักดันให้มีการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจนถูกขัดขวางโดยรัฐบาล ในทางตรงข้ามรัฐบาลยังได้สนับสนุนส่งเสริมให้มีการลงทุนที่ทำลายวิถีชีวิตของชุมชน เช่น โครงการเหมืองแร่โปแตซ โครงการท่อส่งก๊าซโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ผู้นำชาวบ้านที่ต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรในท้องถิ่นถูกฆ่ามากกว่า 20 คน รวมทั้งพระสงฆ์นักอนุรักษ์



 จาก 1234
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
10:18
 IP:
124.120.60.44

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 86
       จะรอดูคับว่าประเทศชาติจะเจริญขึ้นไหม เวรกรรมมันมีจริงคับผมเชื่ออย่างนั้น

จะเปลี่ยนไปสักอีกกี่คนก็เหมือนเดิม ถ้ากฎหมายประเทศชาติยังมีรูให้ใช้กันอยู่


 จาก ต๊ะ
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
10:37
 IP:
125.25.57.231

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 87
       จน เครียด ปฎิวัติ


 จาก ........
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
10:54
 IP:
146.23.250.16

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 88
      
ไม่ชอบทักษิน แต่ เกลียด สนปิ๊ ลิ้ม เห่าไม่เลิก ในหลวงก็ทรงตรัสห้ามแล้วยัง ไม่รู้จักฟัง

ได้ทหารมาเป็นกรรมการ ก็โอเคนะ จะได้เลิกกัดกันสักที มันสมควรจะโดนทั้งคู่



 จาก กฤษณ์
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
11:35
 IP:
61.19.220.5

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 89
       กรูละเบื่อไอ้พวกปัญญาชน มันคุยด่าในเน็ตกันแบบหรือ ทำตัวเหมือนไม่มีการศึกษา ยิ่งกว่าตาสีตาสาสะอีก คนบ้านนอกเขายังไม่เป็นแบบนี้เลย ยิ่งมีการศึกษายิ่งทำตัวต่ำลงทุกที


 จาก YJ:-D
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
11:46
 IP:

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 90
       ตอนนี้ ถึงเวลาสามัคคีกันแล้ว

หยุดได้แล้วครับ ถ้าจะโพส lock in เข้ามาเลย จะได้รับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป ลูกผู้ชายต้องกล้าทำกล้ารับ


 จาก คนเก่า ช้ำมาก่อน
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
13:15
 IP:
203.146.197.53

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 91
       คนไทยเป็นคนขี้เบื่อ ชอบลองของใหม่(ของเก่าที่ขมขื่นเมื่อ 15 ปีก่อน) อย่าลืมสมัย รสช. (สุจินดา) ก็ทำอย่างนี้ กับนายกฯพลเรือนอย่างนี้ และอ้างคล้าย ๆ กันอย่างนี้ สุดท้าย ก็ต้องเสียเลือดเนื้อขับไล่ จึงได้รัฐธรรมนูญกลับคืนประชาชน การรัฐประหาร เป็นเรื่องผิดกฏหมาย และประชาคมโลกต่อต้าน แต่คนไทยกำลังลืมตัว ออกมาชื่นชม แม้แต่คนที่เป็นลูกของคนที่ถูกรัฐประหารมาก่อน ก็ยังออกมาพูดเห็นด้วย ไม่ละอายบรรพบุรุษบ้างเลยเหนาะ


 จาก a t m
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
13:48
 IP:
58.181.206.193

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 92
       เข้าทางไอ้ สนลิ้มปิ๊ เลย (สนธิ ลิ้ม)


 จาก หนุ่มอัลติส
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
14:59
 IP:
203.172.56.24

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 93
       นึกดูให้ดี ประเทศไทยตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากพม่า ไม่รู้ถอยหลังเขาคลองหรือเข้าป่ากันแน่
แต่ดูแล้วทหารเอาประชาชนมาอ้างเหมือนกับทหารพม่าน่ะแหล่ะ ไม่มีใครดีเท่าความคิดของตนเอง
( ไม่เคยเข้าใครจะทักษิณหรือสนธิ ตูมีข้าวกินเองกะลูกเมียอยู่แล้ว )


 จาก โทนี่ เศร้า
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
15:10
 IP:
210.246.73.124

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 94
       ถอยหลัง10ก้าว เพื่อเดินหน้า1ก้าว
สงสารเธอจัง...........ประเทศไทย


 จาก 5555
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
16:36
 IP:
124.120.221.210

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 95
       ดีไม่ดีก็จะได้ยินข่าวราคาแกสจะลดเหลือครึ่งราคาทั้งสองอย่าง
แล้วโทรทัศน์ก็จับภาพไปที่ผู้ใช้รถติดแกสคนหนึ่งยืนพิง รถเบนซ์เอสคลาสรุ่นล่าสุด สวมนาฬิกาโรเร็กส์ฝังโคตรเพรช ยืนให้สัมภาษณ์ แล้วขอตัวรับโทรศัพท์แจ้งยอดบัญชีเงินฝากล่าสุดจากธนาคาร เสร็จแล้วรีบขอตัวขึ้นรถเบนซ์ไปทำงานทันที ก่อนทิ้งท้ายว่า " ต้องขอขอบคุณคณะปฎิวัติ ที่สร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้ใช้แกสอย่างผม ให้มีเงินเหลือมากมายอย่างนี้ได้"
ไชโย...ต่อไปนี้ประเทศไทยก็จะมีแต่ข่าวดีๆทุกวัน
เช่น ภาคใต้ไม่มีการวางระเบิด( เพราะปิดข่าว ),รัฐมนตรีทุกท่านไม่โกงกิน( เพราะต้องตรวจสอบข่าวทุกข่าวก่อนเผยแพร่โดยคณะปฏิวัติ),สัมภาษณ์ใครก็จะมีแต่บอกว่าปฏิวัติดีที่หนึ่งเลย โอว์มันช่างยอดมากเลย จอร์จ น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว เหมือนรายการโฆษณาขายสินค้าทางโทรทัศน์ยังไงยังงั้นเลย
พวกอาจารย์มหาวิทยาลัยก็รีบเอาใจ ทำโพลบอกว่ามีคนเห็นด้วย 99.99 เปอร์เซนต์ หวังรุ่งเรืองทางลัด อาจได้ดิบได้ดีเป็นอธิการบดี ถ้าถูกใจอาจได้เป็นถึง รมต.ศึกษาธิการโน่น
ต่อไปนี้ ประเทศไทย จะสดใสทุกๆเรื่องผ่านสื่อที่ควบคุมโดยคณะปฏิวัติ 5555


 จาก ทำไปได้
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
17:21
 IP:
202.44.210.42

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 96
       โถ300e


 จาก เฮ้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
20:54
 IP:
58.8.136.211

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 97
       สองสนธินี่ทำงานเป็นทีมดีจริงๆเลย
เจ๊กสนธิ มีหน้าที่สร้างข่าวเท็จ ปลุกระดม สร้างความวุ่นวาย
บังสนธิ เข้ายึดอำนาจ โดยอ้างความวุ่นวาย แต่แปลกนะไม่ยอมจัดการกับคนก่อความวุ่นวาย
ตอนนี้ เจ๊กสนธิ ได้รับเกรียติ์ให้ออกเดินทางไปชี้แจงเหตุที่ต้องปฎิวัติ ในต่างประเทศด้วยล่ะซิ
พูดง่ายๆ นอกจากไม่โดนจับแล้ว ยังได้เป็นตัวแทนคณะปฏิวัติ ออกไปชี้แจงทั่วโลกอีก
เป็นไงล่ะคราวนี้ แต่ก่อนด่าทักษิณว่ากุข่าวปฏิวัติกับคาร์บ๊องส์ ตอนนี้ได้เห็นแล้วนะ
ว่าใครโกหก


 จาก เต้
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
21:24
 IP:
202.28.9.54

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 98
       โพลบอกว่าคนไทย ร้อยละ 80 กว่าๆ เห็นด้วย กับการปฎิวัติ ครั้งนี้ นะครับ แสดงว่าคนที่ไม่เห็นด้วย มันเป็นคนกลุ่มน้อย หละสิ อิอิอิ
ชนกลุ่มน้อยนี่ต้องอาศัยอยู่ตามชายแดงแหงง


 จาก Toy
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
21:26
 IP:
124.121.57.123

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 99
       คุณ งูๆปลาๆ300e คำตอบที่ 85
คุณฟังพวกสนธิเขากล่าวหาจนเคลิม มีหลักฐานอะไรไปกล่าวหาทักษิณ ผมเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจคนหนึ่ง การกระจายหุ้น กฟผ. ไม่มีการขายหุ้นให้พวกพ้องแม้แต่หุ้นเดียวเขาขายกับผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบิลค่าไฟเท่านั้น และต่อรายสูงสุดไม่เกิน 10000 หุ้น ไม่มีหุ้นสมนาคุณใดๆ ทั้งสิ้น และคุณกล่าวหาว่าค่าไฟของไทยแพง คุณเคยตรวจสอบค่าไฟต่างประเทศบ้างไหมว่าแพงกว่าไทยกี่เท่า โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเรา อย่างเขมรค่าไฟหน่วยละเกือบ 10 บาท น้ำมันลิตรละเกือบ 50 บาท
คุณลองเปรียบเทียบสมัยพรรคประชาธิปัต เป็นรัฐบาลบ้างเป็นไง บริหารบ้านเมืองสร้างหนี้สินให้ประเทศล้นหัว คนพรรคประชาธิปัต ไม่เคยมีอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่รวยล้นฟ้า เช่น สุเทพ สนั่น ชื่ออะไรไม่ทราบเจ้าของ รร กระบี่เมอริไทร์อีกคน ฯลฯ ไม่อยากจะกล่าวถึง


 จาก คนรักแกส
 พฤหัสบดี, 21/9/2549
 เวลา :
22:18
 IP:
124.121.194.130

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 100
       1.เงินตราต่างประเทศอาจไหลออก
2.จุงใจให้คนฝากเงินโดยขึ้นดอกเบี้ย เพราะเงินเพื่อนบ้านหายหมด
3.เงินฝากดอกเบี้ยแพง เงินกู้ก็ต้องแพง
4.เงินกู้แพงจะมีผลกระทบกับคนกู้เดิมๆ ด้วย
5.คนที่กู้ซื้อบ้านอยู่แล้วจะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น อย่างหนีไม่พ้น
6.ค่าเงินบาทตก แต่น้ำมันเขาขายเป็นดอลล่า ถึงแม้ตลาดโลกไม่ขึ้นเราก็ต้องซื้อน้ำมันแพง
7.น้ำมันดิบซื้อมาแพง กลั่นเป็นแกส แกสก็แพง
8.รัดเข็มขัด อย่าก่อหนี้ ใช้หนี้เก่าให้หมด


คำถามนี้มีทั้งหมด 112 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 4 จาก >>> 1  2  3  4  5  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



  



Last update : 3/Nov/2013


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)