| |
คำตอบที่ 29
สร้างสรรค์ครับ คือตามที่ผมรู้มาก้ออยากจะแชร์กัน
1 ผมยกตัวอย่างให้ดูเรื่องหม้อพักครับ คุณภาพของหม้อพักที่ทำเลียนแบบ ถึงแม้จะมีรูปร่างเหมือนกันแต่ประสิทธิภาพต่างกัน เช่นเดียวกับเรื่องการตัดแค๊ต แค๊ตเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยการขยายตัวเพื่อลดแรงดันซึ่งทำให้เกิดเสียงดังจากการอัดตัวของอากาศ พูดง่ายๆ คือมันคือหม้อพักใบหนึ่งครับ และสามารถลดเสียงดังได้มากกว่าหม้อพักแบบไส้ตรงมากด้วย แต่กลับกันมันก้ออั้นมากกว่าไส้ตรงด้วย
2 O2 เซนเซอร์ ไม่ใช่ตัวปรับองศาไฟจุดระเบิด มันมีหน้าที่ตรวจวัดผลการจุดระเบิดครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ แค็ตมีอุณหภูมิสูงเกินกำหนดและเพื่อความประหยัดและกำลังสูงสุดโดยมีมลภาวะต่ำสุด คุณดูในรุ่นเก่าๆ ซึ่งเค้าจะระบุรหัสเฉพาะเลยว่ารุ่นไหนสำหรับแค็ต และรุ่นไหนไม่ติดแค็ต (ประเทศนั้นไม่กำหนด) เพื่อลดต้นทุน ในรุ่นที่ไม่ติดแค็ตเค้าจะใช้โพเทนทิโอ (หรือตัวต้านทานปรับค่าได้) เป็นตัวปรับอัตราการจ่ายน้ำมัน แต่ผลการวัดจาก o2 เซนเซอร์สามารถนำไปใช้ปรับองศาไฟจุดระเบิดได้ในบางรุ่น เช่น มีมลภาวะมาก จะปรับไฟให้แก่ขึ้นอีกพร้อมลดปริมาณน้ำมันลง แต่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของมัน ตัวที่มีหน้าที่โดยตรงคือ ..... พรีอินนิกชั่นเซนเซอร์ หรืออะไรก้อตามแต่ละบริษัทจะเรียก จะอยู่ที่เสื้อสูบ บางรุ่นอยู่ใต้ฝาสูบ ตัวนี้จะรับสัญญาณการจุดระเบิดเทียบกับสัญญาณไฟจุดระเบิด ถ้าพบว่ามีการชิงจุดระเบิดจะปรับองศาไฟให้อ่อนลง ไม่ใช่ป้องกันการน๊อค แต่แก้ไขการน๊อค
ผมมีทฤษฎีเบื้องต้นของหัวฉีด ยันแมนวลเฉพาะรุ่นอยู่หลายรุ่นครับ เช่น เครื่องตระกูล x20 ของโอเปิล และรถในเครือ GM ซึ่งเป็นเครื่องอิโคเทค เค้าเน้นเรื่องมลภาวะ จะระบุชัดเจนว่าหากมีสัญญาณรูปเครื่องขึ้นซึ่งอาจเกิดจากระบบจ่ายน้ำมันหรือไฟจุดระเบิดทำงานผิดพลาด ให้รีบเข้ารับบริการเพราะจะส่งผลโดยตรงต่อแค๊ต รวมทั้งข้อห้ามต่างๆ ในแมนวลก้อเช่นกันครับ เค้าบอกถึงเรื่องผลกระทบที่เกิดกับแค๊ตในเรื่องของส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ นอกจากนี้ในวอลโวมี o2 ถึง 2 ตัว ก่อนเข้าแค็ตและหลังเข้าแค็ต วัสถุประสงค์เพื่อตรวจสอบสภาพแค็ต ในรุ่นพวกนี้ ถ้าคุณไปตัดแค็ตออก รับรองมันฟ้องตลอดเวลาเลย
|
|