| |
คำตอบที่ 13
รู้สึกว่าพี่อากงจะฉุนเรื่องบ่าอ่อนบ่าแข็ง นะครับ ใจเย็นคับพี่
บ่าวาล์วตามที่รู้มาจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1.บ่าวาล์วทำมะดา อยู่ในเครื่องยนต์รุ่นเก่า ๆ เช่น 3K-4K ใน TOYOTA KE70 บ่าวาล์วชนิดนี้จำเป็นต้องมีสารตะกั่วไปเคลือบเพื่อกันการสึกหรอ เพราะจังหวะการปิด/เปิดของวาล์ว อยู่ในอุณหภมิ สูงลิบ ถ้าไม่เคลือบ จะเกิดอาการบ่าวาล์วทรุดตัว และ วาล์วยันเป็นอาการต่อมาใครเป็นบ่าแบบนี้ ก็สามารถเอามาทำใหม่ตามโรงกลึงได้ครับ เขาจะเปลี่ยนบ่าไรสารให้ ตัวละ 800 บาท ( อ้างราคาจากรถเต่า )
2.บ่าไรสาร(บ่าแข็ง) พบได้ในเครื่อยนต์หัวฉีดซะส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพราะว่าเป็นหัวฉีดนะถึงใช้พวกบ่าไรสาร แต่เป็นเพราะ มาตาฐานด้านไอเสียของรถยนต์กำหนดให้รถยนต์ใช้น้ำมันไรสารตะกั่วจึงจำเป็นต้องออกแบบบ่าวาล์วใหม่ให้แข็งขึ้นกว่าเดิม เพราะน้ำมันไรสารตะกั่วจำเป็นที่มาของบ่าไรสาร เครื่องยนต์ตะกูล 4A ทั้งหลาย เช่น 4A-F / 4A-FE / 4A-GE เยอะแยะมากมายก็ออกมาให้ใช้กัน พวกนี้จะทน ทนทานมากคับ เครื่องบางเครื่องอายุกว่า 400000 กม ยังทำงานได้ไม่แพ้เครื่องยนต์ 80000 กม. แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วยคับ
มาดูสาเหตุของบาวาล์วทรุดตัวกันบ้าง
ความร้อน ความร้อนนี่แหละคับ ตัวดีนักแลทำให้บ่าทรุด ความร้อนเกิดจากการสะสมความร้อนจากการเผาไหม้ ของเครื่องยนต์ เรามาดูตัวอย่างแท๊กซี่ เครื่อง 4A-FE ของแท๊กซี่ มันพังกัน เพราะมันไม่ได้พัก วันนึง ๆ นี่วิ่งกว่า 600 700 กม.
1 วัน=24 ชม. เวลาพักของแท๊กซี่คือเวลาล้างรถ ใช่ไหม๊คับ แล้วมันจะไม่พังได้อย่างไร
ความร้อนที่ผมบอก เดียวจะมีคนมาบอกรถผมหม้อน้ำ 10 ช่อง 20 ช่อง หม้อใหญ่หม้อโต ไม่ใช่คับ มันยังไม่ใช่ทางแก้ หม้อน้ำโตก็ช่วยได้ แต่ก็ยังไม่ใช่ทางแก้ที่ถูก เพราะหม้อน้ำรถแต่ละคัน กว่าจะมาเป็นรถยนต์ 1 คันวิศวกร มากกว่า 50 คน ออกแบบมาคับ และก่อนออกจากโรงงาน เขาก็ทำการทดสอบแล้วด้วย
ออโตลูป ก็ไม่ใช่ทางออกคับ ดูอย่างมอเตอร์ไซคับ เผาไหม๊ไม่หมด หัวเทียนบอดและไปจับไปเกาะตามคอท่อร่วมไอดี เจ๊งคับ อย่าไปทำ แคททาไลติกตันนี่ทำให้เครื่องยนต์ความร้อนขึ้นด้วยนะคับ และวิ่งไม่ออกและ ทำให้รถพังในเวลาต่อมา หม้อพักเสียงดี ๆ โดนออโตลูปไปจับใยแก้ว หุ ๆ เจ๊งอีกเช่นเดิมคับไม่รอด
ทางที่ดีที่สุด ไม่ต้องทำที่ดูดออโตลูปหรือหม้อน้ำเพิ่มทั้งนั้น( รถบ่าแข็งนะ )
ดูแลองศาการจุดระเบิดให้ดี เครื่องเขาตั้งให้ 10 เราก็ 10 ไม่ต้องขยับไป 13
เพราะรถยนต์หัวฉีดทุกคันมีระบบ EIS อิเล็กทรอนิก สป๊าก แอดว้าน เพิ่มหรือลดองสาการจุดระเบิดโดยอัตโนมัติ จับโดย น๊อกเซ็นเซอร์ หรือ เซ็นเซอร์จับการแขกของรถ เราตั้งไว้ที่ 10 ถ้าเครื่องยนต์มันต้องการเพิ่มองศามันจัดการตัวเองได้
การจูน จูนให้พอดี ๆ ไม่ใช่บางไป เพราะเกิดความเสียหายสูงมาก ความร้อนสะสมสูง มาก ๆ และทำให้แบ๊กไฟได้ด้วย เพราะความร้อนที่ลงเหลือจาการเผาไหม๊สูง จูนให้หนา รถวิ่งไม่ออก แก๊สท่วม เพราะเครื่องยนต์ เราใช้อัตราส่วน 14.7 ต่อ 1 14.7 คืออากาศ 1 คือน้ำมัน มันใช้แค่ส่วนเดียว เหมือนคุณโยนไฟเข้าไปดีเซลที่ไม่มีความร้อน ไฟดับสิคับ ไม่มีการระเบิด เสียของ วิ่งไม่ออก คนเรากินน้อยหิว กินมากอิ่ม แต่พอถึงเวลาก็หิวอีกเหมือนกัน ดังนั้นก็ต้องเอาแบบพอดี ๆ คับ
ใช้เถอะแก๊สไม่ทำร้ายเครื่องยนต์อย่างที่คิดกันหรอกนะคับ
และข้อความทั้งหมดนี้ ผมได้ศึกษามาคับ ทุกท่านสงสัยโทรถามข้อมูลเพิ่มเติมได้คับ และยินดีน้อมรับฟังข้อติ / ทุก ๆ ท่าน ข้อมูลผิดประการใดขอภัยด้วยครับ
K_CAMRY 01-8164464
|
|