จาก คนปากช่อง
ศุกร์ที่ , 9/12/2548
เวลา : 11:38
IP: 203.172.75.177
อ่านแล้ว = 1984 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ผมเพิ่งกลับจากไปเที่ยวเชียงราย เชียงใหม่ ภูชี้ฟ้า มาเลยอยากเล่าประสบการณ์การใช้แก๊สให้ฟังครับ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกราเที่ยวกันเยอะจึงอยากให้อ่านแล้วลองคิดดูว่ามันคุ้มหรือไม่กับการยอมวิ่งออกนอก
เส้นทางเพื่อจะเติมแก๊ส หรือบางท่านคิดจะลงทุนขนาดยอมแบกถังบ้านใส่รถไปด้วยเพื่อจะได้ไม่ต้อง
เติมน้ำมันราคาแพง
คำถามแรกที่ผมคิดหนักเหมือนกับพวกเราทุกคนคือ แล้วเราจะไปเติมแก๊สที่ไหน
จากการศึกษาข้อมูลที่นี่ก็พบว่ามีที่ พิษณุโลกต้องถ่ายถัง350บาท หรือเหมาถัง(ไม่รู้ราคา) ที่อุตรดิตถ์เหมาถัง ลิตรละ 12 บาท
แต่ถังผม 77 ลิตรเติมเต็มก็วิ่งได้ประมาณ 750 กม
จากที่อ่านข้อมูลการถ่ายถังจากสมาชิกพบว่าแม้จะใช้น้ำร้อนราดก็ไม่สามารถรีดแก๊สออกมาได้หมด คงเหลือค้างอยู่ในถังประมาณ 1 กิโล
ลองคิดเป็นค่าแก๊สเหมาถังดูจะได้ดังนี้ แก็ส 1 กิโลประมาณ 1.85 ลิตร
แก็ส 1 ถังถ่ายได้ประมาณ 14 กิโล หรือ 14 x 1.85 = 25.90 ลิตร
ค่าแก๊ส 350 บาทหรือตกลิตรละ 350 / 25.9= 13.51บาท/ล
รถผมวิ่งแก๊สได้ประมาณ 10.7 กม/ล หรือคิดเป็นเงิน = 13.51 / 10.7 = 1.26 บาท/กม
รถวิ่งน้ำมันได้ 13.4 กม/ล ราคาโซฮอลที่เชียงราย ลิตรละ 24.1 บาท คิดเป็นเงิน = 1.80 บาท/กม
เท่ากับว่าวิ่งน้ำมัน จะแพงกว่าแก๊ส = 1.8 - 1.26 = 0.54 บาท/กม
ในการเดินทางครั้งนี้ผมประมาณคร่าวๆว่าอย่างมากผมก็วิ่งน้ำมันไม่เกิน 400 กม
ดังนั้นผมจ่ายค่าน้ำมันแพงกว่าแก๊ส = 400 x 0.54 = 216 บาทหรือถ้าแพงกว่านี้อีกหน่อยก็ไม่น่าจะถึง 300 บาท
แต่ข้อดีที่ผมจะได้จากการวิ่งน้ำมันในช่วง 400 กมนี้คือ
- ไม่ต้องแบกถังแก๊สไปด้วย 2000 กม
- ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องถ่ายถังแก๊ส
- ไม่ต้องลุ้นว่าโรงแก๊สจะยอมเติมให้ไหม
- ช่วงวิ่งบนเขาชันๆไม่ต้องกลัว backfireเพราะวิ่งน้ำมัน ที่ผ่านมาก็ไม่เคยbackfireบนเขา แต่ว่าเผื่อไว้ก่อนดีกว่า
- รถได้วิ่งน้ำมันเป็นการบริหารหัวฉีด
- ประหยัดเวลาเดินทาง เพราะจากเส้นทางที่ผมเดินทางไปทางหลวงหมายเลข 11วังทอง-พิษณุโลกมันไม่ผ่านโรงอัดแก๊ส
ถ้าจะให้ผ่านต้องวิ่งย้อนเข้าเมืองแล้ววิ่งย้อนออกมาอีกระยะทางประมาณ 25 กมซึ่งจะทำให้เสียเวลาเดินทางอย่างน้อย 40นาที
บวกกับค่าแก๊ส 25 กมอีก = 25 x 1.26 = 31.5 บาท กับมีความเสี่ยงที่โรงอัดแก๊สอาจจะมองหน้าแล้วไม่อยากเสี่ยง
ถูกจับเลยไม่เติมให้อีก ซึ่งจะเสียเวลาเดินทางไปฟรีๆ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจไม่ถ่ายถังที่พิษณุโลก
- พอวิ่งมาถึงอุตรดิตถ์ซึ่งมีที่เติมแก๊สอีก แต่ระยะทางเพิ่งวิ่งไปแค่ 520 กม จากที่วิ่งได้ 750 กมจึงจะหมดถัง เท่ากับว่าในถังเหลืออีก
ประมาณ 20 ลิตร ขืนเติมเหมาถัง 77 ลิตร ราคาลิตรละ 12 บาท เป็นเงิน 924 บาท ต่อแก๊สประมาณ 50 ลิตร
โดยเขาไม่สนใจว่าคุณมีแก๊สเหลือในถังเท่าไร เท่ากับว่าค่าแก๊สตกลิตรละ 924/50= 18.48 บาท/ลิตร
เมื่อคิดว่ารถผมวิ่งแก๊สได้ 10.7 กม/ลิตร หรือคิดเป็นต่อ กม = 18.48/10.7= 1.73 บาท/กม
ราคา 1.73 บาท/กท มันพอๆกับวิ่งน้ำมันเลย แล้วผมจะไปวิ่งแก๊สทำไม แถมเติมแก๊สราคาแพงๆอีก วิ่งน้ำมันดีกว่า
ผมเติมแก๊สเต็มที่ปราจีนราคาลิตรละ 9.75 บาทซึ่งถูกจนผมแปลกใจ และจำนวนลิตรที่ได้ก็พอๆกับระยะทางที่วิ่งไป
คำนวนอัตราสิ้นเปลืองก็ตกอยู่ในช่วง 10.7-11 กม/ล เท่ากับว่าปั๊มนี้ไม่น่าจะโกงมิเตอร์อย่างที่เรากลัวกัน
จากนั้นก็วิ่งข้ามเขาใหญ่ มาปากช่อง ทะลุไปชัยบาดาล วิ่งไปบึ่งสามพัน เลี้ยวซ้ายเข้าแยกหนองบัว พอมาถึงทางหลวง 11
ก็เลี้ยวซ้ายเข้าเส้น 11 วิ่งตรงไปแยกวังทองที่พิษณุโลก เลยไปอุตรดิตถ์ ผ่านปั๊มแก๊สแต่ไม่เติมเพราะมันแพงอย่างที่
คิดให้ดูแล้ว จากนั้นไปถึงแยกเด่นชัย เลี้ยวซ้ายเข้าแพร่ ผ่านไปถึงแยกร้องกวาง เลี้ยวซ้ายเพื่อไปพะเยา
พอไปถึงพะเยาก็ประมาณ 730 กมแล้วแก๊สยังไม่หมด มาได้ไกลกว่าที่คิด ทั้งๆที่วิ่ง 120-130 ตลอดทาง นั่ง
3 คน ขนของเต็มท้ายรถ จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายที่แยกตรงพะเยา เพื่อไปภูชี้ฟ้า วิ่งไปซัก 10 กมก็เจอโรงอัดแก๊สพอดี
เห็นว่าแก๊สใกล้จะหมดแล้ว เลยแวะไปถาม ก็พบว่าไม่รับเติมในทุกกรณี วิ่งต่อไปจนถึง 754 กมก็สะดุด เร่งไม่ขึ้น
และ backfire ในที่สุด ก็เป็นอันหมดแก๊ส สับเข้าน้ำมัน แล้วเริ่มนับกิโลที่ใช้น้ำมัน คราวนี้วิ่ง 110 ต่อไปเรื่อยๆจนถึงยอดภูชี้ฟ้า
เนื่องจากวิ่งน้ำมัน จึงวิ่งขึ้นเขาสบาย กำลังหายห่วง ไม่ต้องเสียวกับ backfire ค้างคืนแรกที่ภูชี้ฟ้า
วันรุ่งขึ้น ก็เดินทางจาก ภูชี้ฟ้า เชียงของ เชียงแสน ท่าขี้เหล็ก แม่สาย มหาลัยแม่ฟ้าหลวง เข้าตัวเมืองเชียงรายยเกือบทุ่มหนึ่งของ
วันเสาร์แล้ว ก็พักก่อน พรุ่งนี้วันอาทิตย์เช้าค่อยไปเติมแก๊สที่ปั๊มที่แพงที่สุดในประเทศไทย
พอวันอาทิตย์เช้า วิ่งไปถึงปั๊มปรากฏว่าปิดครับ เซ็งสุดๆ ไอ้ปั๊มนี้มันเปิดแค่ 8:00-16:30 จ-เสา พักเที่ยง 1 ชม อีก
ต่างหาก ไม่เคยเจอปั๊มที่ไหนเล่นตัวอย่างนี้มาก่อน งานนี้เลยต้องเติมน้ำมันอีก 400 เพื่อวิ่งจากเชียงรายเข้าเชียงใหม่ตามแผนที่วางไว้
ระยะทางประมาณ 180 กม เติมโซฮอล 400 ก็เหลือเฟือ พอถึงเชียงใหม่ก็รีบไปเติมgasเต็มถังที่สี่แยกศาลเด็ก
ที่นี่มี 2 หัวจ่ายเป็นหัวอนาล็อกเก่าๆทั้งคู่ วันนั้นพังไป 1 หัว แต่รถไม่ค่อยมี เจอ accord จากกทม 1 คันเติมอยู่
ข้างหน้า ก็ได้พูดคุยกันเล็กน้อยก็พบว่าเป็นสมาชิกของเว็บนี้เหมือนกัน เติมเต็มไป 640บาท ลิตรละ 10.77 บาท
ผมรู้ทันทีว่ามันน้อยไป สงสัยกำลังอัดของหัวเติมไม่พอ เพราะถ้าวิ่งเกลี้ยงถังขนาดนี้ต้องมี 74ลิตรกว่าๆ แต่เมื่อมันตัดแล้วก็ต้องพอ
จากนั้นขับรถเที่ยวเชียงใหม่อยู่ 2 วัน 100 กม ก่อนกลับไปแวะเติมที่ปั๊มสนามบินซึ่งเป็นหัวแบบดิจิตอล ปรากฏว่าเติมแทบจะไม่เข้า
วิ่งช้ามากจนในที่สุดก็ได้แค่ 60 บาทที่ 10.77 บาท/ล ก็ยังห่วงว่ามันจะพอกลับถึงปากช่องไหม
จากนั้นก็ขับยาวจากเชียงใหม่ถึงปากช่องโดยไม่แวะที่ไหน นอกจากเข้าห้องน้ำ ขับไป 7ชม กับ ระยะทาง 656กมถึงบ้านโดยแก๊สยังเหลือ
วันรุ่งขึ้นเข้า กทม อีก วิ่งมาได้ถึงสระบุรีแก๊สจึงหมดที่ระยะทาง 716 กมจากเชียงใหม่
สับเป็นน้ำมันวิ่งไปที่วังน้อย กมที่ 66 เติมไปอีก 100 บาท ลิตรละ 10.35 บาท
เพื่อพอให้ถึง กทม จากนั้นมาเติมเต็มที่ กทม ได้ 669บาท ที่ 9.25 บาท/ลิตร ได้ 72.36ล
สรุปแล้ว วิ่งไปทั้งหมด 2031กม วิ่งน้ำมัน 391 กม ที่เหลือเป็นแก๊ส corolla hitorqueเครื่อง 1.6 auto
mix 28mm นั่ง3 คน ค่าแก๊ส+น้ำมัน ประมาณ 2383 บาท วิ่งด้วยความเร็ว 120-130 เปิดแอร์ตลอด
คิดเป็นอัตราสิ้นเปลืองแก๊สทั้งหมดได้ 11.01 กม/ล ส่วนของน้ำมันไม่รู้เพราะไม่ได้เติมเต็มถัง แต่จดไว้ว่าวิ่งน้ำมันทั้งหมด
391 กม ประมาณคร่าวๆจากที่คำนวนตอนต้นได้ว่าวิ่งน้ำมันจะแพงกว่าแก๊สโลละ 0.54 บาท
ที่ 400กม จะแพงกว่าแก๊สแค่ 216 บาท หรืออย่างมากก็ไม่เกิน300บาท
พอมาถึงตรงนี้แล้ว คำถามก็คือพวกเรายังอยากที่จะแบกถังแก๊สไป 2000 กมหรือเปล่า
หรือจะยอมเสียเวลาไปถ่ายถังในราคาแพงแล้วได้แก๊สไม่หมดถัง ก็ลองคิดดูครับ
แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน สำหรับผมปีหนึ่งเที่ยวแบบนี้แค่ 2-3 หนแล้วเพิ่งมีครั้งนี้เท่านั้นที่มันไกลจนแก๊สหมด
ก่อนหน้านี้แก๊สไม่เคยหมดก่อน เท่ากับว่าผมจ่ายเพิ่มขึ้นแค่ 300 บาทเท่านั้น
|