เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net




ทุกท่านที่กำลังเลี้ยงวาล์วเชิญทางนี้ครับ - - - ->

จาก K_CAMRY
พฤหัสบดีที่ , 10/8/2549
เวลา : 16:58
 IP:

161.200.255.161
อ่านแล้ว = 247288 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       เห็นแท๊กซี่ โอเวอร์ฮอนเครื่องอยู่คับ เลยถ่ายมาให้ชมกัน






HRPTHd
เลี้ยงด้วยน้ำมัน เบซิน ปรกติดีกว่าครับ คือการสลับน้ำมันและแก็ส
จาก : yanyong(yanyong) 9/6/2556 6:52:57 [182.52.3.197]
 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก Taning Mecedes
 พุธ, 4/10/2549
 เวลา :
14:52
 IP:
61.7.156.162

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 226
       ใครอยากรู้ทำไมต้องเลี้นยงวาว คลิกเลยและจะทราบ ใช้ แต่ไม่ใช่ 2t ครับท่าน http://www.oilsolution.net/html/about_th.htm

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก ping
 พุธ, 11/10/2549
 เวลา :
21:05
 IP:
58.9.120.174

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 227
       ขอแจมหน่อยนะครับ เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันออโต้ลู้บคือเครื่องยนต์ 2 จังหวะครับ เขาใช้น้ำมันหล่อลื่นผสมเข้าไปพร้อมกับไอดี หรือน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะว่าการทำงานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะไม่มีน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์เลย จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นผสมไปกับไอดีเพื่อไปหล่อลื่นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่เคลื่อนที่เช่น ลูกสูบ แหวน สลักลูกสูบ ก้านสูบ และข้อเหวี่ยง ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนก็คือรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะไงครับ เครื่องยนต์ประเภทนี้ไม่มีน้ำมันหล่อลื่นครับ ใช้แต่น้ำมัน 2T แต่ที่เขาบอกว่าถ่ายน้ำมันเครื่องรถมอเตอร์ไซด์ 2จังหวะนั้น คือถ่ายน้ำมันเกียร์ครับ และที่เห็นผลจากการใช้ 2T ชัดเจนคือรถมอเตอร์ไซด์ 2 จังหวะจะมีเขม่าค่อนข้างมากจับตามหัวลูกสูบ แหวน และยังลามถึงท่อไอเสียตันอีกต่างหาก พร้อมกันนี้ผลของการเผาไหม้ไม่หมดจะทำให้มีควันขาวมาก และมลภาวะเป็นพิษก่อให้เกิดก๊าซพิษมากมาย รวมถึงก๊าซเรือนกระจกด้วยครับ ส่วนสาเหตุนั้นเกิดจากเพราะน้ำมันหล่อลื่นนั้นติดไฟยาก ทำให้ผลของการเผาไหม้เครื่องยนต์ไม่สามารถเผาไหม้น้ำมันหล่อลื่นได้จึงทำให้มีเขม่ามาก และส่วนที่ระบายออกมาทางไอเสียก็จะเป็นควันสีขาวออกน้ำเงิน ต่อมาเมื่อมีผลเสียมากก็มีการใช้สารเคมีผสมเข้าไปในน้ำมัน 2T ช่วยทำให้ควันขาวมองไม่เห็น (สีเดียวกับอากาศ) แล้วบอกกับประชาชนว่าน้ำมันดีต้องไม่มีควันขาวแต่ที่จริงการเผาไหม้ก็ยังไม่สามารถเผาไหม้ได้หมดจดเพียงแต่ว่าไอเสียที่ออกมานั้นไม่มีสีให้เห็นเท่านั้นเอง ( คนไทยถูกหลอกชัด ๆ ) คราวนี้ก็มาถึงเรื่องชื่อ "ออโต้ลู้บ" จริงๆ แล้วคำว่า "ออโต้ลู้บ" เป็นชื่อปั๊มน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซด์ ยี่ห้อ YAMAHA ในรุ่น 2 จังหวะ สาเหตุที่คนไทยเรียกน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ 2 จังหวะว่า "ออโต้ลู้บ" ก็เป็นเพราะว่า YAMAHA เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้ปั๊มน้ำมันหล่อลื่นเป็นตัวจ่ายน้ำมันหล่อลื่นเข้าเครื่องยนต์ แทนระบบเก่าที่ผสมน้ำมันหล่อลื่นลงในถังน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้ไปหล่อลื่นเครื่องยนต์ คนจึงเรียกน้ำมันหล่อลื่นแบบนี้ว่า "ออโต้ลู้บ" จนติดปาก ยี่ห้ออื่นจะเรียกน้ำมัน 2T หรือน้ำมันหล่อลื่น หรือน้ำมันเครื่อง อย่างไรก็ไม่สามารถลบความเคยชินตรงนี้ได้ เช่นเดียวกับคำว่า "แฟ้บ" ไงครับ เวลาไปซื้อผงซักฟอกแทนที่จะเรียกว่า ผงซักฟอก ลองเรียก "แฟ้บ" สิครับ ร้านที่ขายมักจะถามว่าเอายี่ห้ออะไร !
ดังนั้นเมื่อเห็นข้อเสียของน้ำมันหล่อลื่นที่ป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ตัวเก่งของเราแล้วยังอยากที่จะใช้หรือเปล่าครับ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก ping
 พุธ, 11/10/2549
 เวลา :
21:47
 IP:
58.9.120.174

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 228
       ขอต่ออีกหน่อยครับ สำหรับเรื่องที่ว่าควรจะใช้น้ำมันหล่อลื่นผสมเข้าไปในห้องเผาไหม้เพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สนั้นสมควรหรือไม่ ในความเป็นจริงนั้นไม่จำเป็นเลยครับ เพราะการลุกไหม้ของน้ำมันหล่อลื่นนั้นเกิดได้ยากมาก กว่าจะลุกไหม้ได้รอบการทำงานใหม่ก็มาอีกแล้ว สมมุติว่ารอบแรก 0.1 หยด เผาไหม้ได้ 50 % ไม่สามารถเผาไหม้ได้ 50 % แล้วเครื่องยนต์หมุนเป็น พัน ๆ รอบ/นาที มันจะเหลือตกค้างไว้เท่าไร ให้สังเกตจากการเผาไหม้ของแก๊สที่เตาแก๊สบ้านเราถ้ามีอากาศไม่เหมาะสมก็จะเกิดควันและเขม่าดำจับที่ก้นหม้อเต็มไปหมด แต่ถ้าเราบังเอิญทำน้ำมันพืชหกที่เตาจะสังเกตเห็นว่าเมื่อใช้เตาแก๊สจะมีการลุกไหม้ไม่เหมือนเดิมคือจะมีเขม่าควันขึ้นมา และก็จะไม่สามารถเผาไหม้หมดได้ในเวลาสั้นต้องใช้เวลานาน แล้วถ้าเป็นน้ำมันหล่อลื่นล่ะครับมันจะยิ่งติดแน่นและนานกว่าน้ำมันพืชใช่ไหมครับ ดังนั้นแทนที่จะเป็นข้อดีมีสารหล่อลื่นมาจับเคลือบวาวล์ บ่าวาวล์ ลูกสูบ แหวน กลับกลายเป็นเขม่าที่จับติดแน่นและติดนาน จนทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติเสียมากกว่า แต่ที่มีเพื่อน ๆ บางท่านว่าจำเป็นนั้น ผมคงขอแสดงความเห็นดังนี้ครับ คงจะเป็นเพราะว่าช่างที่ติดแก๊สบ้านเราปัจจุบันมีมากกว่าร้านกาแฟแล้ว การที่ทำอะไรมาขายสักอย่างโดยอาศัยความเชื่อนั้น ช่างที่มีจำนวนมากจึงไม่รู้ว่าของจริงมันควรจะมีหรือไม่ ทำให้โอกาสการค้ามันมีมากมายมหาศาล ดังนั้นอยากให้ท่านที่คิดจะติดตั้งเข้าไปให้ลูกค้าควรศึกษาให้ดีก่อนครับว่าควรจะมีหรือไม่ ข้อดี ข้อเสีย มันต่างกันอย่างไร อย่าถือทิฐิ อย่าอคติกับคนอื่น ที่สำคัญให้ถามตัวเองก่อนว่า เรามีความรู้เรื่องเครื่องยนต์แค่ไหนถึงหาญกล้ามาเปิดอู่รับบริการ ติดตั้งแก๊สให้ลูกค้า และช่างแต่ละรายสามารถรับรองลูกค้าได้หรือไม่ว่า เมื่อติดตั้งแก๊สไปแล้วสามารถนำเอกสารไปยื่นต่อขนส่งโดยไม่อาศัยกำลังภายในนั้นสามารถทำได้หรือไม่ การรับประกันหลังการติดตั้งมีแค่ไหน ป้ายรับติดตั้งแก๊สนั้นทำได้ง่ายมาก แต่การกระทำนั้นยากกว่าหลายร้อยพันเท่า อยากเห็นสังคมไม่มีคนหลอกลวงครับ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก NUT575
 พุธ, 11/10/2549
 เวลา :
22:33
 IP:
58.64.108.35

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 229
       ping

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก ภาสกร TAC# 134
 พฤหัสบดี, 12/10/2549
 เวลา :
08:33
 IP:
203.114.122.156

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 230
       คห 227 ครับ ถ้าไม่ใช้ก็หมุนปิดก็พอครับ
รถแท็กซี่นั้นบางครั้งการประหยัดโดยการไม่ใช้ออโตลูป แต่ใช้น้ำมันเครื่องแทนก็มี ก็ลิตรละร้อยกว่านี่
แล้วอีกอย่าง ถ้าเป็นรถเช่าความผูกพันกับรถไม่มีหรอก
ผมว่ารถเบนซินหลวมๆควันขาวออกตูด ก็น่าจะมีเขม่าที่วาวล์คล้ายๆแบบนี้แหละ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก sakeson.s@egat.co.th
 พฤหัสบดี, 12/10/2549
 เวลา :
09:59
 IP:
203.149.16.34

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 231
      

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก อ
 ศุกร์, 20/10/2549
 เวลา :
13:57
 IP:
61.7.156.107

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 232
       มันมีน้ำมันโดยเฉพาะไม่ใช้ หรือขวดละ 500 บาท ไม่ใช่ 2t แบบแมงกะไซด์นะ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก นาวี
 ศุกร์, 10/11/2549
 เวลา :
14:42
 IP:
203.155.137.21

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 233
       เป็นประโยชน์กับผู้ใช้รถแกสมากครับ ผมใช้อยู่แต่ไม่เลี้ยงวาล์ว อยากเห็นเครื่องที่ไม่เลี้ยงบ้างเป็นงัยน๊า ขอบคุณครับ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก รถเก่า
 ศุกร์, 10/11/2549
 เวลา :
16:22
 IP:
202.29.54.118

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 234
       ผมเคยติดอยู่เดือนเดียว ถอดออกมา 1ปีเต็มๆแล้ว ถดอออกเพราะผมสังเกตุที่คาร์บูร์มีน้ำมันเครื่องเกาะอยู่บางๆ เข้าใจว่าเครื่องคงจะดูดเข้าไปทางกรองอากาศ เท่านี้ก็คงเลี้ยงวาล์วพอแล้วมั้ง

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก nont
 อาทิตย์, 12/11/2549
 เวลา :
13:28
 IP:
125.24.22.137

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 235
       คิดอะไรมากไปกันป่าว รถผมใช้ Prolong ขวดเดียวจบ ไม่ต้องเลี้ยงวาล์วอะไร มันไปเกาะกับชิ้นส่วนภายในเอง ขวดละพันเจ็ดนิดๆเอง เชื่อใจได้กว่า ไหนๆก็แก๊สถูกกว่าน้ำมัน ไม่เอาเงินส่วนต่างมาดูแลรถดีๆหล่ะ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก กบ vios
 จันทร์, 13/11/2549
 เวลา :
07:30
 IP:
146.23.250.16

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 236
      
ถ้ากลัววาล์วตัวละร้อยห้าสิบของท่านสึกหรอ ตอนแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม caltex เห็นมีน้ำมันหล่อลื่น วาล์ว กระป๋องละ 35 บาท ใช้ผสมน้ำมัน ขายอยู่ ก็เลยเอามาลองผสมน้ำมันดู ก็ยังไม่เห็นความแตกต่างอย่างที่โฆษณาไว้ข้างกระป๋อง แต่คงจะดีกว่า 2t หรือน้ำมันเครื่อง แน่นอน

แต่สำหรับ 2t ขอร้องเลย ไอเสียรถท่าน ท่านอาจจะไม่ได้ดม แต่ลูกหลานท่าน เป็นคนรับกรรม ในสิ่งที่ท่านก่ออ่ะนะ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก กล้วยเชิญกิน
 ศุกร์, 17/11/2549
 เวลา :
10:32
 IP:
203.188.29.111

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 237
       ผมว่ามันจูน ออโต้ลูฟ มากไปป่าว

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก ไม่บอกหรอก
 ศุกร์, 17/11/2549
 เวลา :
16:40
 IP:
58.9.54.153

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 238
       ถ้าใครศึกษาหรือเข้าใจเรื่องเครื่องยนต์จะทราบดีครับว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเข้าไป
เลี้ยงบ่าวาล์วเลยครับ.ที่บ้านผมBMW E39,Volvo 850,MB E220 ใส่LPG ทั้ง3คัน มีทั้งระบบfixและ sequential inj. ไม่มีคันไหนต้องไปใส่กระป๋องออโต้ลูปครับ ลำพังแคj oil vapour ที่มันออกมาจากcrankcase ก็มากมายแล้วครับ ไม่มีความจำเป็นต้องไปเพิ่มสารหล่อลื่นให้มันอีกครับ ในทางกลับกัน
กลับทำให้อายุการใช้ของหัวเทียนสั้นลงอีกด้วย


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก นัฐ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
 อาทิตย์, 19/11/2549
 เวลา :
09:00
 IP:
222.123.5.190

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 239
       ในทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์ หากวิจัยในเรื่อง "ยา" ที่จะนำมาใช้กับมนุษย์ในทางการบำบัดรักษา หลังจากการวิเคราะห์ทางสรรพคุณแล้ว สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างขาดไม่ได้คือ "การวิเคราะห์ทางพิษวิทยา" ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์ทางพิษหรือผลกระทบด้านพิษภัยผลเสียตรงหรืออ้อมที่เกิดขึ้นหรือจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้ยา เรื่องการใช้ "Oil Dozer"นี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ในทางหลักวิศวกรรมเครื่องกลจะมีบางตำรากล่าวว่าเป็นสิ่งพึงกระทำ แต่จากภาพที่นำมาแสดงที่พยายามบ่งชี้ว่าเป็นผลจากการใช้น้ำมันประเภท2t ของรถแท๊กซี่ จึงน่าจะมีข้อกังขา เพราะมีอะไรที่แสดงให่เห็นว่านี่คือผลการทดสอบหรือวิจัยทางวิศวกรรม มั่นใจได้เพียงใดว่านี่คือผลที่เกิดจาการติดตั้งOil Dozerกับรถที่ใช้LPเป็นเชื้อพลิง เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากการติดตั้งOil Dozer ถ้าเป็นหไปได้ผลนั้น"ก่อให้เกิด"ในระดับใดหรือก่อให้เกิดทั้งหมด หรือเกิดขึ้นเพราะปัจจัยอื่นต่างหาก จนบัดนี้ยังไม่มีการยืนยันทางทฤษฎีวิศวกรรมใดๆไม่ว่าจะในตำราใดๆ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก ต๊ะ
 อังคาร, 21/11/2549
 เวลา :
08:15
 IP:
203.149.31.146

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 240
      
คนไทยเราเก่ง ซ่อม ปรับ เปลี่ยน แก้ไข ดัดแปลง ที่ไหน ๆๆ ก็ได้/คนมีความสามารถอ๊ะ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก DU
 อาทิตย์, 26/11/2549
 เวลา :
00:59
 IP:
124.120.244.166

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 241
       ผ่าให้ดู ฝาสูบBMW E36 ไม่เลี้ยงวาวล์ 1ปี ใสๆ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก DU
 อาทิตย์, 26/11/2549
 เวลา :
01:05
 IP:
124.120.244.166

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 242
       ลูกสูบครับ




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก DU
 อาทิตย์, 26/11/2549
 เวลา :
01:19
 IP:
124.120.244.166

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 243
       หัวเทียน 2 ปี ไม่เคยล้าง




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก เครื่องคาร์บู
 ศุกร์, 15/12/2549
 เวลา :
11:09
 IP:
202.183.180.136

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 244
       อยากให้สรุปเป็น 2 กรณีครับ ที่บอกว่าไม่จำเป็นต้องเลี้ยงวาวล์ นั้น เป็นเครื่องระบบหัวฉีด ส่วนที่ต้องเลี้ยงวาวล์เป็นเครื่องคาร์บู อย่างนี้ ถูกต้องไหมครับ หรือว่าเครื่องคาร์บู ก็ไม่ต้องเลี้ยมัน อ่านแล้ว งง อะที่แสดงความคิดเห็นกันในนี้ พูดถึงเครื่องหัวฉีดอย่างเดียว หรือรวม เครื่องคารบู ด้วย

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก DOC
 ศุกร์, 15/12/2549
 เวลา :
15:18
 IP:
125.24.167.18

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 245
       ไม่จำเป็นทั้ง 2 อย่างครับ โดยปกติเครื่องยนต์จะดูดเอาไอน้ำมันจากฝาครอบวาวล์เข้ามาพร้อมกับไอดีมาเลี้ยงวาวล์อยู่แล้วครับ เท่านั้นก็เพียงพอ ไม่ต้องไปเพิ่ม 2ที ให้สิ้นเปลืองเงินทอง สร้างความสกปรกให้กับเครื่องยนต์ด้วย เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เขม่าเกาะห้องเผาไหม้ ในความคิดผม ผมว่าน่าจะส่งผลถึงค่า O2 เพี้ยนทำให้ ECU สั่งจ่ายน้ำมันผิดพลาดด้วย ถ้าติดแลมด้าก็จะเพี้ยนเหมือนกัน อาจจะไม่มากครับแต่ระยะยาวน่าจะเห็นผล อีกอย่างอาจทำให้แคทตันเร็วขึ้นด้วย ไม่ต้องห่วงวาวล์หรอกครับ วาวล์ทนได้

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก อากง
 เสาร์, 16/12/2549
 เวลา :
23:05
 IP:
203.113.32.13

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 246
       ตอบ #247
ไม่เกี่ยวกับระบบจ่ายน้ำมันเลยครับ

เพียงแต่เขา (ใครก็ไม่รู้) assume เอาเองว่า เครื่องคาร์บูบ่าวาล์วอ่อน เครื่องหัวฉีดบ่าวาล์วแข็ง
ซึ่งมันไม่แน่เสมอไป ครับ


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก tuy
 อาทิตย์, 17/12/2549
 เวลา :
16:14
 IP:
203.146.63.187

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 247
       โฮ้ มันรุนแรงขนาดนี้เลยหรือ

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก chaypot
 อังคาร, 19/12/2549
 เวลา :
12:03
 IP:
203.113.45.42

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 248
       ออโต้ลูบกับรถใช้ก๊าซ ต้องตอบคำถามเหล่านี้ก่อน
*ใส่ออโต้ลูบกับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ เพื่ออะไร
*บ่าวาล์วในเครื่องยนต์ของคุณ เป็นบ่าอ่อนหรือบ่าแข็ง
*รถยนต์บ่าวาล์วอ่อน ไม่สามารถใช้นำมันไร้สารได้ รถคุณ ใช้ได้หรือปล่าว ถ้าใช้ได้ ก็ใช้ก๊าซได้
*ออโต้ลูบลงไปทำอะไรในห้องเผาไหม้
*เครื่องยนต์แห้งถ้าใช้ก๊าซ และเบนซินในห้องเผาไหม้ เปียกหรือแห้ง
*จ่ายก๊าซในห้องเผาไหม้ในสภาพก๊าซ จ่ายเบนซินในห้องเผาไหม้ ในสภาพน้ำหรือก๊าซ
*ออโต้ลูบเหนียว ๆ จ่ายลงท่อไอดี แน่ใจหรือว่า สามารถจ่ายลง ได้สม่ำเสมอ ทุกสูบ ความเหนียวจะไม่เป็นเหตุให้ออโต้ลูบไหลลงสูบที่ใกล้ที่สุด และสร้างปัญหาในที่สุด
*ออโต้ลูบลดการสึกหรอของบ่าวาล์วได้จริงหรือ เดิมน้นเราใช้สารตะกั่วในเบนซินเพื่อลดการสึกหรอบ่าวาล์ว สำหรับรถบ่าอ่อน
*กลับไปดูต้นเหตุของการใช้ออโต้ลูบกับรถก๊าซ ก่อนว่าเกิดจากความจำเป็น หรือเกิดจากวิตกจริตที่ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง หรือถูกหลอก
ชายพจน์ รถก๊าซ กำแพงเพชร สุโขทัย 086-5896918 083-2129118


 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก สามล้อรับจ้าง
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
15:35
 IP:
203.152.62.150

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 249
       ยังยืนยันจาเลี้ยงวาล์วตลอดปายยยย........เมียสั่งโว้ยยยยย....

 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก 3S-GE อาศรมหูกวาง
 จันทร์, 25/12/2549
 เวลา :
16:24
 IP:
58.64.16.143

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 250
       อดทนอ่านนิดนะครับ คัดลอกมาอีกที

ก๊าซธรรมชาติ พลังงานทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์

ก๊าซธรรมชาติ เป็นพลังงานทางเลือกใหม่สำหรับรถยนต์ ในปัจจุบันมีก๊าซอยู่ 2 ชนิดคือ ก๊าซ LPG และ ก๊าซ NGV ซึ่งผู้อ่านสามารถศึกษาหาข้อเปรียบเทียบแล้วเลือกที่จะติดตั้งก๊าซ LPGหรือ ก๊าซ NGV ได้จาก Web Site หรือหนังสือที่เกี่ยวกับก๊าซรถยนต์ ที่มีวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือ ส่วนในเนื้อหาของ Web นี้จะมีจุดประสงค์ของการไขข้อข้องใจ ตอบปัญหา และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดจากการใช้พลังงานก๊าซ รวมถึงแนะนำวิธีการป้องกันผลเสียเฉพาะที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ที่ดัดแปลงมาใช้พลังงานก๊าซ LPG และ NGV

1. ก๊าซ Liquefied Petroleum Gas (LPG) คือ อะไร
ก๊าซ (LPG) หรือก๊าซหุงต้ม มีชื่อเป็นทางการว่าก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว liquefied petroleum gas เรียกย่อ ว่า (LPG)
ก๊าซ (LPG) เป็นสารประกอบ ของ โพรเพน และบิวเพน

2. แก๊ส (LPG) มีที่มาอย่างไร
ก๊าซ (LPG) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแยกน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมัน หรือ การแยกก๊าซธรรมชาติในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ

3. ทำไมถึงมีการนำก๊าซมาใช้ในรถยนต์
มีหลายสาเหตุที่ทำให้มีการนำก๊าซมาใช้ในรถยนต์ คือ
ก. ปริมาณน้ำมันดิบที่เหลือน้อยลง
ข. ปัญหาของโลกที่ร้อนขึ้น สภาวะเรือนกระจกที่เกิดจากสารคาร์บอนมอนออกไซด์ อันเป็นผลมาจากการเผาไหม้ ประกอบกับแนวคิดที่จะอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการคิดค้นหาพลังงานทดแทนที่ "ถูกและดี" กว่าพลังงานน้ำมัน
ค. และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ในปัจจุบันราคาน้ำมันเบนซินมีราคาที่สูงขึ้น

4. ในประเทศไทยมีการน้ำก๊าซ LPG มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์เมื่อใด
ในประเทศไทยเริ่มต้นใช้ก๊าซ LPG มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์ในปี พ.ศ. 2513 หรือ (36ปี) แต่ได้รับความนิยมอยู่ในกลุ่มรถยนต์สาธารณะ ส่วนปัจจุบันความนิยมที่รถยนต์ส่วนบุคคล ได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานก๊าซมากขึ้น เห็นจะเป็นเพราะราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

5. ในอดีต มีปัญหาอะไร ที่การติดตั้งก๊าซไม่เป็นที่นิยมในรถยนต์ส่วนบุคคล
เรื่องของกลิ่นเหม็น เรื่องของสุขภาพของคนในรถ รวมถึงกลัวเรื่องอุบัติเหตุ ทำให้ไม่มีการใช้ ก๊าซ (LPG) และ (NGV) กันอย่างแพร่หลายในระยนต์ส่วนบุคคล
เรื่องของราคาน้ำมันที่มีราคาที่ ต่างไปจากราคาก๊าซ เพียงเล็งน้อย

6. ปัญหาดังกล่าวเกิดจากอะไร
ปัญหาต่างๆเกิดจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและเสื่อมคุณภาพ (อุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นของเก่า) รวมถึงยังขาดความชำนาญในการติดตั้ง
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการพัฒนาทั้งอุปกรณ์ ความรู้ และประสบการณ์การติดตั้งที่มากขึ้น จนสามารถติดตั้งก๊าซรถยนต์ได้เป็นอย่างดี

7. ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas For Vehicle (NGV) คืออะไร
ก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซเชื้อเพลิงที่มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เช่นเดียวกับน้ำมันเบนซินและดีเซล
ก๊าซ NGV คือ ก๊าซธรรมชาติที่ถูกอัดจนมีความดันสูง (มากกว่า 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้วม psi) คุณสมบัติพิเศษของก๊าซ NGV คือ มีสัดส่วนของคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และเป็นก๊าซที่ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าเชื้อเพลิงชนิดเอื่น มีปริมาณไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ ต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และ NGV ยังเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดควันดำหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงสามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งนับวันจะรุ่นแรง มากขึ้น
ก๊าซ (NGV) บางครั้งเรียกก๊าซนี้ว่า (CNG) Compressed Natural Gas หรือก๊าซธรรมชาติอัด

8. ในประเทศไทยมีการน้ำก๊าซ (CNG)มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์เมื่อใด
ในประเทศไทยเริ่มทดลองใช้ก๊าซ CNG มาใช้เป็นพลังงานในรถยนต์ในปี พ.ศ. 2527 โดยใช้ในรถโดยสารของ ขสมก. และสามล้อเครื่องแต่ยังไม่มีความแพร่หลายเนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการดัดแปลงเครื่องยนต์ เนื่องจากในปี 2527 น้ำมันยังมีราคาถูกอยู่

9. ก๊าซ (LPG) และ (NGV) เป็นพลังงาน ที่ใช้ในรถยนต์ได้อย่างไร
จริงแล้วน้ำมันเบนซินเป็นของเหลว แต่ในการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ น้ำมันจะต้องมีการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นไอเสียก่อนจึงจะผสมกับอากาศเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า "ไอดี"
ส่วนการใช้ (LPG) และก๊าซ (NGV) ก๊าซจะถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ใสสถานะไอที่ผสมกับอากาศรวมเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า "ไอดี" เช่นกัน
ค่าออกเทนของก๊าซ (LPG) มีค่าอยู่ประมาณ 105 RON ก๊าซ (NGV) มีค่าออกเทน 120 RON ก๊าซทั้งสองชนิดมีค่าออกเทนที่ใกลเคียงกับน้ำมันเบนซิน จึงนำมาดัดแปลงใช้กับเครื่องยนต์ที่กำหนดให้ใช้เบนซินออกเทน 91,95 ได้

10. ทำไมเครื่องยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาใช้ก๊าซ (LPG) ก๊าซ (NGV) มักจะมีปัญหาเรื่องเสียงดังของวาล์ว บ่าวาล์วทรุด และบ่าวาล์วรั่ว
การเผาไหม้ของก๊าซ (LPG) จะให้ค่าความร้อนสูงประมาณ กว่า 400 °C การเผาไหม้ของก๊าซ (NGV) จะให้ค่าความร้อนสูงประมาณ กว่า 500 °C : ซึ่งสูงกว่าการใช้พลังงานน้ำมันเบนซินถึงกว่า 2 เท่า ความร้อนจะทำให้โลหะชิ้นส่วนของบ่าวาล์วนิ่มและอ่อนตัว ส่งผลให้เกิดการสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว
น้ำมันเบนซิน จะมีสารปรุงแต่ง (Additive) จำพวก สารปกป้องบ่าวาล์ว สารหล่อลื่น สารชะล้างต่างๆ เมื่อเกิดการเผาไหม้ ไอของน้ำมันจะเคลือบอยู่ที่ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ่าวาล์ว สามารถรับแรงกดแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ส่วนพลังงานก๊าซไม่สามารถปรุงแต่งใดๆ ได้ ไอดีของก๊าซมีลักษณะเป็นไอที่แห้ง ไม่มีสารเคลือบบ่าวาล์ว ทำให้การสึกหรอจากการปิด – เปิดของวาล์ว เกิดขึ้นอย่างรุนแรง
ชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับค่าความร้อนสูงถึงความร้อนของ ก๊าซ (LPG) และ ก๊าซ (NGV) จึงทำให้เครื่องยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาใช้พลังงานก๊าซเกิดการสึกหรออย่างรวดเร็ว

11. เราสามารถใช้น้ำมัน 2T (AUTO LUBE) มาใช้ในการเลี้ยงวาล์วเพื่อป้องกันการสึกหรอของบ่าวาล์วได้หรือไม่
ก่อนอื่นต้องขอชมเชยท่านที่คิดค้นและพยายามนำเอาน้ำมัน 2 T ที่ใช้ในการหล่อลื่นในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ โดยท่านได้ทรายถึงปัญหาของบ่าวาล์วและได้มีการแก้ไขโดยใช้วิธีเดียวกับมอเตอร์ไซ และถ้าจะถามว่าใช้ได้ผลหรือไม่ ให้พินิจพิจารณาดูจาก
ก. เครื่องยนต์ที่ใช้ น้ำมัน 2 T เป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะมีรอบกาจจุดระเบิดทุกรอบ แต่เครื่องยนต์ในรถยนต์ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ เครื่องยนต์หมุน 2 รอบแต่มีการจุดระเบิด ให้กำลังงาน 1 รอบ
ข. เครื่องยนต์ 2 จังหวะและ 4 จังหวะ มีการออกแบบวาล์วไอดีและไอเสียที่มีลักษณะที่แตกต่างกัน รวมไปถึงลักษณะของแหวนลูกสูบ กล่าวคือ วาล์วของเครื่องยนต์ 2 จังหวะมักจะมีการออกแบบเป็นลักษณะของช่องพอร์ดโดยใช้ลูกสูบเป็นตัวเปิด-ปิดวาล์วไอดีและไอเสีย

ส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะจะมีวาล์วไอดีไอเสียเป็นลักษณะของดอกเห็ด อยู่ส่วนบนของกระบอกสูบ เปิดปิดโดยใช้เพลาลูกเบี้ยวเป็นตัวเปิด-ปิด

(ค. การออกแบบน้ำมัน 2T ก็ได้มีการออกแบบให้มีลักษณะและองค์ประกอบของน้ำมันในเรื่องของการเผาไหม้ และการหล่อลื่น ลูกสูบกับกระบอกสูบ และให้ใช้กับเครื่องยนต์ 2 จังหวะที่มีรอบการทำงานที่จัดกว่า เครื่องยนต์ 4 จังหวะ
ง. อย่างไรก็ดีเครื่องยนต์ 2 จังหวะเมื่อมีการใช้ไปสักระยะหนึ่งก็มักจะต้องพบกับปัญหาเรื่องการสะสมเขม่า การอุดตัน หัวเทียนบอด และอื่นๆตามมา
จ. ปัจจุบันมีการพบรถยนต์ที่ดัดแปลงมาใช้ก๊าซพร้อมกับมีการใช้น้ำมัน 2 Tมาเลี้ยงวาล์ว แล้วเกิดความเสียหาย ตั้งแต่อาการบ่าวาล์วรั่ว หัวลูกสูบทะลุหนักไปจนถึงจะต้องมีการผ่าเครื่องมาซ่อมบำรุงกันยกใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ที่ใช้ 2T เลี้ยงวาล์วแล้วก็ยังบอกว่าไม่มีปัญหาใดๆ
ฉ. ในต่างประเทศที่มีการใช้ก๊าซเป็นพลังงานแทนน้ำมันเบนซิน จะไม่มีการใช้ น้ำมัน 2 T มาเลี้ยงวาล์ว เพราะทราบถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อเครื่องยนต์แล้วไอพิษที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ยังก่อไห้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันในรถมอเตอร์ไซดิ์ได้มีการยกเลิกการใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะเพราะตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเอง

12. การสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันเบนซินและใช้น้ำมันสักพัก จะสามารถช่วยเลี้ยงวาล์วได้หรือไม่
การสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันเบนซินจะทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายการสึกหรอ จะน้อยกว่าการสตาร์ทด้วยก๊าซ ส่วนการใช้น้ำมันเบนซินเลี้ยงวาล์วนั้น ยังไม่เคยมีการทำการทดสอบอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงแต่ข้อสันนิฐาน แต่การใช้น้ำมันเบนซินให้บ่อย และนานขึ้นในช่วงก่อนออกรถและก่อนที่จะทำการดับเครื่องยนต์ ก็จะมีส่วนช่วย ให้ไอน้ำมันเบนซินเข้ามาช่วยชะล้างเขม่าหรือขี้เถ้าที่เกิดจากการสันดาปด้วยก๊าซได้
อย่างไรก็ดีทันที่มีได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซแทนน้ำมันเบนซิน ก็มีแนวคิดในเรื่องของ ความร้อนที่เกิดจากการสันดาปด้วยก๊าซที่ให้ความร้อนที่สูงกว่าน้ำมัน ดังนั้นไอน้ำมันเบนซินที่เคลือบไว้ตามส่วนต่างๆของวาล์วก็จะถูกความร้อนของก๊าซเผาไหม้ไปไนเวลาต่อมานั้นเอง จึงพิจารณาได้ว่าการเลี้ยงวาล์วด้วยน้ำมันเบนซินไม่น่าจะได้ผลดีเท่าที่ควร (ในจังหวะอัด ก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่จุดศูนย์ตายบนเพียงเล็กน้อย หัวเทียนจะจุดประกายเผาไหม้ส่วนผสมไอดีให้ลุกไหม้ ทำให้เกิดพลังงานแรงดันสูงประมาณ 30 ถึง 60 บาร์ และให้ ความร้อนสูงสุด 2000 ถึง 2500 องศาเซลเซียส และจะลดลงประมาณ 900 ถึง 800 องศาเซลเซียสเมื่อลูกสูบเคลื่อนตัวลงสู่จุดศูนย์ตายล่าง)

13. ไอของน้ำมันเครื่องมีส่วนช่วยเลี้ยงวาล์วได้หรือไม่
ก่อนอื่นต้องขอถามว่า ไอน้ำมันเครื่องคืออะไร

ไอน้ำมันเครื่องที่เราเห็นคือ ไอเสียที่ตกค้างจากการ เผาไหม้ เชื้อเพลิงที่ถูกเผาไหม้ เป็นแก๊สไอเสีย จะถูกระบายออกจากเครื่องยนต์ผ่านลิ้นไอเสีย จะมีประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ตกค้างจากการเผาไหม้ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์จะเป็น คาร์บอน ซัลเฟอร์ และน้ำ ตกค้างอยู่ในกระบอกสูบ และเมื่อรวมตัวกันจะเกิดเป็นกรดกำมะถัน ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเครื่อง จะเกิดแก๊สพิษและโคลนตรงกัดกร่อนชิ้นส่วนต่าง ๆ ของ เครื่องยนต์ และเป็นเหตุให้น้ำมันเครื่องเสื่อมคุณภาพโดยเร็ว ดังนั้นจึงต้องมีการต่อท่อ ระบายแก๊สให้ออกไปจากเครื่องยนต์ โดยนำไอเสียนี้กลับเข้ามาเผาไหม้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดมลภาวะอากาศเป็นพิษ (เป็นกฎข้อบังคับในการกำจัดไอเสียที่เป็นพิษ) และช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้อีกทางหนึ่ง

ดังนั้นจึงตอบได้ว่า วิศวกรได้ออกแบบระบบไอน้ำมันเครื่องโดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อนำไอน้ำมันเครื่องมาเลี้ยงวาล์วโดยตรง แต่ดูจากระบบแล้ว ไอของน้ำมันเครื่องก็หน้า จะมีส่วนช่วยในการป้องกันการสึกหรอของวาล์วได้ไม่มากนัก

14. จะมีวิธีป้องกันปัญหาเรื่องเสียงดังของวาล์ว บ่าวาล์วทรุด และบ่าวาล์วรั่วหรือไม่
เครื่องจักรทุกชนิดที่มีการเคลื่อนที่เกิดการเสียดสี เกิดการกระแทก ก็ย่อมเกิดการสึกหรอเป็นธรรมดา แต่สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซจะมีการสึกหรอมากขึ้นกว่าปกติ ก็เนื่องมาจากความร้อนที่เกิดขึ้นมากกว่านั้นเอง ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาให้หมดไปนั้นจึงไม่สามารถทำได้ แต่หากจะทำให้ปัญหาดังกล่าวลดลงไปได้บ้างก็พอจะมีวิธีแนะนำอยู่บ้างเช่น

อัตราการสึกหรอของบ่าวาล์วจะลดลงได้ถ้าหากใช้ความเร็วต่ำ
ไม่ขับขี่รถยนต์ในเวลาที่มีอากาศร้อนจัดเป็นระยะทางไกล โดยไม่มีการพัก มีการใช้รถอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ควรเกิน 1 – 2 ชั่วโมง
ควรสลับมาใช้น้ำมันเบนซินในสัดส่วน 1 ต่อ 10 ของการใช้งานจริง
ดูแลเรื่องระบบระบายความร้อน ระบบหล่อเย็นด้วยน้ำ และพัดลมให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่อุดตัน และควรใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกน้ำยาหม้อน้ำควบคู่ไปด้วย
ควรใช้น้ำมันเครื่องที่มีเบอร์ความหนืด (SAE) ที่สูงขึ้น
ในส่วนของน้ำมันที่ใช้สำหรับเลี้ยงวาล์ว ควรเลือกใช้น้ำมันที่มีคุณสมบัติในการใช้งานโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ผลิตได้มีการศึกษาถึงคุณสมบัติที่ใช้งานโดยเฉพาะ ก็จะแก้ปัญหาของการสึกหรอของบ่าวาล์วได้โดยตรงแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์ และสิ่งแวดล้อม ไม่ควรใช้น้ำมันอื่นๆมาทดแทนโดยปราศจากความเข้าใจในผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลดีแล้วยังจะส่งผลเสียให้กับเครื่องยนต์ตามมาอีกด้วย



 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



คำถามนี้มีทั้งหมด 333 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 10 จาก >>> 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่






ช่างแป๊ะ หมากกระจาย
(ทีมงานช่าง จากอู่ชัย หมากกระจาย)

โทร 086 404 6278
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
บริษัท พรศักดิ์ อ่อนนุช จำกัด
ติดต่อ

Tel:02-726-1594-95, 02-726-1599
versusthailand
อุปกรณ์ติดตั้ง LPG/NGV และน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ใช้แก็ส

Tel:090-2949429 081-6151054
พื้นที่ว่างให้ลงโฆษณา
ติดต่อ

Tel:081-6419681
ปั้ม G Gas
แก๊สใสสะอาด

ที่สุดในโลก ทุกสาขาทั่วไทย แถมฟรีกาแฟ รับบัตรเครดิต
พื้นที่ว่างให้ลงโฆษณา
ติดต่อ

Tel:081-6419681
รถติดแก็ส LPG ครบ 10 ปี ไม่ต้องเปลี่ยนถัง
โดย สไมล์แก็สออโต้ 02-9862601-2

งามวงศ์วานสองก๊าซ
ติดต่อ

Tel:02-5915313 02-9511208 086-8884950
หจก.ธง.ออโต้เซอร์วิส
ติดตั้ง วิศวกร ตรวจแก็สประจำปี ตรวจถัง อายุเกิน 10 ปี ติดต่อ

Tel: 02-892-1727-8


Last update : 23/9/2556

Loading...


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)