จาก กร คลองสี่
พฤหัสบดีที่ , 14/2/2551
เวลา : 16:23
IP: 203.155.220.235
อ่านแล้ว = 1356 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
'พูนภิรมย์' เดินหน้าตรึงราคาก๊าซหุงต้ม กล่อม ปตท.หาข้อสรุปด่วน [14 ก.พ. 51 - 04:18]
พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (บอร์ดเอฟที) มีมติให้มีการปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือน ก.พ.-พ.ค.ที่ระดับ 2.75 สต.ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟทีในงวดดังกล่าว ที่เรียกเก็บจากประชาชน เดือน ก.พ.-พ.ค. ปรับขึ้นไปอยู่ที่ 68.86 สต.ต่อหน่วย จากที่เคยเก็บ 66.11 สต.ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าฐานและค่าเอฟทีที่จะเก็บจากประชาชนรวมกัน ปรับไปที่ระดับ 3.05 บาทต่อหน่วย
เดิมค่าเอฟที ควรปรับขึ้น 5-6 สต.ต่อหน่วย แต่ที่ปรับขึ้น 2.75 สต.ต่อหน่วย เนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถใช้น้ำในการผลิตไฟจากเขื่อนต่างๆได้เพิ่มขึ้น ซึ่งได้มีการผลิตไฟฟ้าจากน้ำได้ถึง 180 ล้านหน่วย และการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกๆ 50 สต.ต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ค่าเอฟทีสามารถปรับลดลงได้ 1 สต.ต่อหน่วย โดยการขึ้นค่าเอฟทีงวดนี้ที่ลดน้อยกว่าเป้าที่วางไว้ จะไม่มีผลทำให้ กฟผ.ในฐานะผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติ ได้รับผลกระทบ เพราะมีการเกลี่ยต้นทุนการผลิตไฟที่ลดลงดังเหตุผลข้างต้นแล้ว
พลโทหญิง พูนภิรมย์ กล่าวว่า การที่ปรับลดค่าเอฟทีลงได้ จากเดิมที่ต้องปรับขึ้น 5-6 สต.ต่อหน่วย จะส่งผลให้ภาระรายจ่ายของประชาชนลดลงรวมกันตลอด 4 เดือนข้างหน้านี้ 1,200 ล้านบาท ในภาวะค่าครองชีพปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ต้องยื่นมือเข้ามาบรรเทา ความเดือดร้อนเท่าที่จะทำได้ ส่วนที่มีข่าวว่าค่าเอฟทีงวดเดือน มิ.ย.-ก.ย. อาจต้องปรับขึ้นอีก 5-6 สต.ต่อหน่วย เรื่องนี้ ยังไม่ได้หารือกับ ปตท.และ กฟผ. แต่ยืนยันว่า หากจะปรับขึ้นจริง ก็จะหามาตรการ มาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอีกครั้ง
แม้ค่าเอฟทีเดือน ก.พ.-พ.ค. ปรับขึ้นเพียง 2 สต.ต่อหน่วย แต่ก็อยากให้ประชาชนประหยัดการใช้ไฟ ซึ่งดิฉันจะมีโครงการรณรงค์ประหยัดการใช้พลังงาน โดยเน้นเรื่องของไฟฟ้าให้มากขึ้น เช่น การปิดเครื่องปรับอากาศตอนพักกลางวัน ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย., การปิดไฟสำหรับดวงที่ไม่ได้ใช้งาน, ส่งเสริมให้ประชาชนใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน โดยจะรณรงค์ในโรงเรียน ตลาดสด วัด แหล่งชุมนุมชนทั่วประเทศ
พลโทหญิง พูนภิรมย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้า จะเรียกผู้บริหาร ปตท.มาหารือว่าจะมีมาตรการอย่างไรในเรื่องการลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตามสูตรลอยตัวแบบขั้นบันได ว่าควรมีการลอยตัวแบบใด หรือช่วงเวลาใด เพราะหากลอยตัวตามกำหนดเดิม จะทำให้ประชาชนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น หรือหากสามารถลดสัดส่วนราคา หากต้องขึ้นราคาจริงๆ จะลดได้เท่าใดเหมือนค่าเอฟที แนวคิดที่วางไว้เบื้องต้นคือ จะทำอย่างไรให้มีการก่อสร้างปั๊มก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) ของ ปตท.ที่นอกจากจะต้องทำตามเป้า 200 แห่ง
ในกลางปีนี้แล้ว จะเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าใดภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้เอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ รวมไปถึงรถแท็กซี่หากต้องการติดตั้งเอ็นจีวี ภาครัฐก็ต้องมีเอ็นจีวีให้เพียงพอ กับความต้องการของรถแท็กซี่ เพื่อทำให้รถแท็กซี่ทยอยเลิกใช้แอลพีจี เพราะเป็นการใช้เชื้อเพลิงผิดประเภท.
ข้อมูลจาก นสพ.ไทยรัฐ
|