จาก เชษฐ
อังคารที่ , 13/11/2550
เวลา : 12:06
IP: 203.155.71.242
อ่านแล้ว = 2726 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
รถที่ใช้ Nissan Serena เครื่อง SR20DE ขับหลัง รุ่นเดียวกับพี่เต้ Volvo ตอนที่ติดตั้งแก๊สใหม่ๆ เดือนกรกฎาคม 50 ก็ใหม่ทั้งอุปกรณ์และคนที่ใช้ก็คือผม วันแรกที่ออกจากร้าน มีอาการเบาดับ คือรอบเครื่องลดลงจาก 750 รอบไปอยู่ประมาณ 200-300 รอบ จะดับไม่ดับแหล่ ต้องเบิ้ลเครื่องช่วย ตอนเบรคก็จะดับ แล้วรถผมเกียร์ออโต้มันจะเบิ้ลยังไง ลองจับหม้อต้มดู ปรากฎว่าไม่ร้อนออกไปทางเย็นอุ่นๆ ด้วยความที่ยังไม่มีประสพการณ์เลยคิดว่านี่คือปรกติ ตอนแรกจะกลับไปที่ร้านให้ช่วยปรับแต่ง พอมาเปิดห้องเครื่องดูเลยเปลี่ยนใจ เพราะมันไม่เรียบร้อยเลย เทปพันสายไฟพันแบบหลวมหลายๆจุด ที่หนักสุด คือท่อทองแดงที่ออกจากถังแก๊สพาดอยู่บนเพลาขับ ไม่มีอะไรยึดเลย ถ้าไปแจ้งใช้แก๊สจะผ่านหรือ ขับไปนานๆคงมีเหตุการณ์แก๊สระเบิดไฟไหม้รถอย่างที่ทุกคนกลัวๆกันนั่นแหละ และอัตราการใช้แก๊สอยู่ที่ประมาณ 5.5-6 กม./ลิตร ออกตัวอืดมาก เวลาเร่งออกตัวจะค่อยๆ เคลื่อนออกไป ใช้ไปได้ประมาณ 10 วัน คิดว่ามันไม่ใช่แล้ว มันต้องทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่ รถของพี่เต้ตอนแรกๆยังทำได้ 7 กม./ลิตร ก็เลยลองปรับปรับดู เหตุการณ์รุนแรงครั้งแรกของการปรับแต่งเองก็คือ ตู้ม ในห้องเครื่อง เปิดออกดูหม้อกรองแตก ซึ่งรุ่นนี้ในประเทศไทยมันมีอะไหล่น้อยเสียด้วย ตอนนั้นก็ยังไม่มี A/F Meter เลยไม่รู้ว่ามันบางหรือหนา ก็เลยซื้ออุปกรณ์มาประกอบเอง ราคารวมอยู่ที่ประมาณ น้ำมันแก๊สโซฮอล 2 ลิตร จากตาบอดก็เลยตาสว่าง มีตัวบอกแล้วว่าหนาหรือบาง ปรากฏว่า ที่ปรับมาตอนแรกบางมาก มากจนไฟที่ A/F Meter ไม่ติดซักดวง ตอนแรกนึกว่า O2 เสีย ก็เลยเริ่มปรับหม้อต้มใหม่ ขั้นตอนตามที่เขียนในเวปนี่แหละ ได้ทั้งเดินเบาไปทางหนา พีคจูนอยู่กลางๆ แต่ผมจะปรับไปทางหนานิดๆ เพื่อความสบายใจ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดคือ ตู้ม ในห้องเครื่องครั้งที่สอง เปิดออกดูหม้อกรองแตกอีก ครั้งแรกใช้กาวทาประกอบไว้ แตกตามรอยเดิมเลย ก็เข้ามาหาข้อมูลอีก การตัดสินใจครั้งที่หนึ่ง คือ มิกที่ใช้เป็นแบบรูเตาแก๊สในความคิดของผมคือที่รอบต่ำแก๊สจะพอ แต่ที่รอบสูงแก๊สจะออกน้อยเพราะรูมีขนาดเล็ก แนวคิดก็คือเจาะรูทะลุจากท่อส่งแก๊สลงไปยังปากมิกเลย ปรากฎว่าได้ผลจากที่บางกลายเป็นหนาทันทีเลย ออกตัวดีขึ้นมาหน่อย ปัญหาที่ยังเป็นอยู่มีสามอย่าง คือเครื่องร้อนช้ามากเกือบ 20 นาทีจึงจะพอร้อนและร้อนไม่ถึงครึ่งเกจวัด ประมาณ 1/4 ตอนวิ่งเร็วๆ ช่วงนั้นฝนก๊ตกบ่อยความร้อนตกไปถึงตัว C ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เป็นอันตรายต่อการหล่อลื่นของเครื่องยนต์ เบาดับ และ กินแก๊สเยอะ 6 โล/ลิตร การตัดสินใจครั้งที่สอง คือถอดวาล์วน้ำออกมาดู ปรากฎว่า โบ๋เบ๋ ว่างเปล่า แสดงว่าเจ้าของเดิมถอดออกจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ก็ต้องไปหามาใส่ ลองไปถามอู่ที่รับวางเครื่อง ว่ามีวาล์วน้ำไม่ได้ใช้อยู่บ้างหรือเปล่า พอดีไปเจอรถกระบะ Nissan Big m วางเครื่อง SR20DE ขับหลัง เพื่อจะติดแก๊ส เขาก็เลยถอดจากเครื่องนั้นมาให้ แล้วยังแนะนำด้วยว่า เครื่องยนต์ที่ติดแก๊สต้องถอดวาล์วน้ำออก ไม่อย่างนั้นหม้อต้มจะไม่ร้อน มันช่างสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ของผมเหลือเกิน แต่ก็ไม่ได้ขัดเขาหรอกครับ กลัวเสียบรรยากาศ กลับมาบ้านใส่เครื่องเสร็จ ลองสตาร์ทดู เครื่องยนต์ติดได้ประมาณ 1 นาที ปรากกฏว่า เข็มวัดความร้อนของเครื่องยนต์กวาดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมตกใจนึกว่าทำอะไรผิดหรือเปล่า แล้วเข็มก็หยุดอยู่ตรงกลางเกจ ในเวลาไม่ถึง 3 นาที เดินเบาสักพัก จับหม้อต้มดู มือแทบพองหม้อต้มร้อนมาก พอๆกับหม้อน้ำเลย ดูที่ A/F Meter ไฟแสดงไปทางหนาสุด ก๊เลยต้องมาปรับจูนกันใหม่ เมื่อพร้อมแล้วไปลองวิ่งดู คราวนี้ความร้อนของหม้อน้ำไม่ลดลง ออกตัวดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังมีอาการเบาดับอยู่ แต่ตอนนั้นดีใจแล้ว อัตราการกินแก๊สประมาณ 6.5 - 7 กม./ลิตร ใช้มาได้ซักระยะนึง ชักไม่ไหวกับอาการเบาดับเพราะต้องคอยสตาร์ทบ่อยๆ อะใหล่ก็มีน้อย และตอนที่จะดับไม่ดับแหล่ ได้ยินเสียงเพืองมอเตอร์เดินเบาดังแกรกๆ ได้ยินมาว่าตัวนึงราคาพอๆกับทองคำหนึ่งบาท เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ก็เลยถอดปีกผีเสื้อมาล้าง แต่มอเตอร์เดินเบาถอดลำบาก ต้องถอดท่อร่วมไอดีด้วย ชักจะบานปลายก็เลยถอดเฉพาะปีกผีเสื้อมาล้าง ในความคิดส่วนตัว ปีกผีเสื้อล้างหรือไม่ล้างก็ไม่ต่างกัน มันแค่สะอาดขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนมอเตอร์เดินเบา ขันแต่สกรูเดินเบาออกมาแล้วฉีด WD-40 ลงไป ในความเห็นส่วนตัว WD-40 น่าจะดีกว่า โซแน็ก เท่าที่ลองใช้ดู WD-40 ฉีดล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ ดีกว่า สะอาดกว่า และ ลื่นกว่า โซแน็ก เข้าเรื่องต่อ ตอนก่อนถอดสกรูเดินเบาขันอยู่ ครึ่งรอบ แต่ในรูของสกรูมีช่องอากาศ ลองเอาลวดแหย่ลงไปวัดดู พอเอามาเทียบกับความยาวของสกรูปรากฏว่า ตัวสกรูมันปิดช่องอากาศตั้งรอบเดินเบาเกือบสนิท ก็เลยวัดในรูของสกรูขอบบนสุดของช่องอากาศอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วทำเครื่องหมายที่ตัวสกรู ตอนแรกขันไว้ที่ตำแหน่งเปิดสุด สตาร์ทเครื่อง รอบเครื่องยนต์ ขึ้นไปถึง 1,500 รอบ ซึ่งต่างจากตอนแรกจะอยู่ที่ประมาณ 1,000รอบ ตอนแรกรอบจะสูงก่อนแล้วค่อยๆลดลง เดินเครื่องพอร้อนได้ที่ ปรับรอบเครื่องมาอยู่ที่ประมาณ 800 รอบตอนปิดแอร์ ต้องมาจูนหม้อต้มอีกรอบให้ได้รอบสูงสุด ดูจาก A/F Meter ออกไปทางหนาๆ ลองไปวิ่ง พระเจ้าจอจ มันยอดมาก กดคันเร่งหน้าหงายเลย จากที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกกลายเป็นกระโจนออก กำลังเครื่องมาตามเท้าเลย A/F Meter อยู่กลางๆ ออกไปทางหนา ตอนรถติดแทบไม่ต้องแตะคันเร่งช่วยออกตัวเลย ผ่อนเบรค รถก็เคลื่อนตัวแล้ว ซึ่งต่างจากตอนแรกที่ต้องเร่งเครื่องออก เบรคก็ต้องเบิ้ลเครื่องกันดับ ก็เลยสรุปว่า ที่มันจะไม่ดับเพราะมอเตอร์เดินเบาเปิดช่องอากาศช่วยจนทำงานเกือบสุดแล้ว แต่พอตอนที่จะดับไม่ดับแหล่ มันก็เปิดเพิ่มอีกแต่ความสามารถของมันแล้ว แต่พอเราปรับแต่งเครื่องยนต์ ให้อยู่ในสภาพที่ปรกติ ทุกอย่างก็ดีขึ้น เครื่องยนต์ก็จะทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไม่น่าเชื่อเลยว่ารอบเกลียวของสกรูที่มีอยู่ 3 รอบจากปิดสุดจนเปิดสุด จะมีผมต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ขนาดนี้ อัตราการกินแก๊สเดี๋ยวจะมารายงาน เพราะพึ่งทำมาเมื่อวันเสาร์ (10/11/50) นี่เอง
|