เครื่องมือในการใช้งาน website =>> สมัครสมาชิก | Login | Logout | เปลี่ยนไอคอนประจำตัว | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อโฆษณา         View Stats by Truehits.Net




ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปพลังงานไทยร่วมกับ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.)

จาก webmaster
จันทร์ที่ , 23/11/2558
เวลา : 21:34
 IP:

58.11.50.177
อ่านแล้ว = 4071114 ครั้ง

แจ้งตรวจสอบกระทู้
 แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน ส่งหาเพื่อน

       แถลงข่าว
“ประเด็นร้อนพลังงานไทย และก้าวต่อไปของภาคประชาชน”

1. เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ศูนย์บริการร่วม (SERVICE CENTER) ของกระทรวงพลังงาน ว่า “กระทรวงพลังงาน ไขปัญหาไฟฟ้าสำรองสูงตามแผน PDP 2015 ยันระยะยาวจะรักษาระดับไม่เกิน 15% ในช่วงปลายแผน แจงช่วงปี 2562-2567 สำรองไฟฟ้าที่สูงขึ้น คาดมีทางออกขายไฟฟ้าให้เพื่อนบ้าน แบบ grid to grid (โครงข่ายเชื่อมโครงข่าย) กับประเทศเมียร์มา หวังช่วยผ่อนคลายไฟฟ้าสำรองให้ลดลง” นั้น
แสดงให้เห็นว่า กระทรวงพลังงานได้ยอมรับแล้วว่า มีกำลังไฟฟ้าสำรองเกินกว่า 15% จนสามารถส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ดังนั้น เหตุผลของความจำเป็นที่กระทรวงพลังงานเคยกล่าวอ้างมาก่อนหน้านี้ว่า ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ดี หรือต้องเร่งเปิดสัมปทานรอบที่ 21 ก็ดี เพราะไฟฟ้าจะไม่พอใช้จนถึงขั้นไฟฟ้าจะดับนั้น
เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) มีความเห็นว่า เป็นการขัดแย้งกันกับคำแถลงล่าสุดของนายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงานอย่างสิ้นเชิง และแสดงให้เห็นว่า กำลังผลิตไฟฟ้าไม่ได้เกิดวิกฤตจริง ดังนั้น จึงย่อมมีเวลาเพียงพอที่จะปฏิรูปกฎหมายให้เกิดความรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เสียก่อน ตามรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดปัจจุบัน อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน ราคาปิโตรเลียมของตลาดโลกลดลงอย่างมาก จึงยังไม่สมควรเร่งเปิดสัมปทานในบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขันในขณะนี้
2. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 นายชวลิต พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ศูนย์บริการร่วม (SERVICE CENTER) ของกระทรวงพลังงาน ว่า “หากไม่สามารถนำโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเข้ามาผลิตไฟฟ้าได้ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP2015 (ปี 2558 - 2579) จนต้องเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีต้นทุนสูงกว่า จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผน PDP 2015 เพิ่มขึ้นจาก 4.587 บาทต่อหน่วยอย่างแน่นอน” นั้น
ในความเป็นจริงหากกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการจนสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศ ตามที่นายชวลิต พิชาลัย ได้ชี้แจงมาก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 แล้ว แนวทางที่ถูกต้องควรจะชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ออกไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานจากถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติเหลวก็ตาม ทั้งนี้เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เกินกำลังสำรองไปอย่างมากมายมหาศาลนั้น จะถูกคำนวณมาเป็นค่าไฟฟ้าที่สูงเพิ่มขึ้นเกินความจำเป็นและตกเป็นภาระแก่ประชาชนในที่สุด
3. ขณะนี้ปรากฏว่าหน่วยงานรัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน และ ปตท. ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับประชาชนในข้อหาหมิ่นประมาทและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นจำนวนมากที่ได้ตั้งคำถาม ตรวจสอบ และเผยแพร่ข้อมูล ตามที่ปรากฏเป็นข่าว หรือข้อมูลที่ประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัย หรืออาจวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิติเตียนและแสดงความไม่พอใจต่อหน่วยงานของรัฐด้วยเหตุผลและด้วยความสุจริตใจ ถึงความโปร่งใสของภาครัฐว่ามีเพียงพอหรือไม่ ก็เพราะประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล หรือหน่วยงานของรัฐไม่ทำการเผยแพร่ข้อมูลหรือตอบคำถามของประชาชนให้มีความชัดเจนและสมบูรณ์ได้ อันเป็นการขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดังนี้
วันที่ 28 ตุลาคม 2557 คณะรัฐมนตรีได้มีมติ “รับทราบการรายงานสถานการณ์พลังงานของไทยและให้กระทรวงพลังงานเผยแพร่ข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานของไทย และชี้แจงเพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันให้แก่ประชาชนผู้สนใจ”
วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ “ทุกกระทรวงรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาร่างกฎหมายในความรับผิดชอบที่อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีหรือการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งยังมีประเด็นข้อขัดแย้งหรือข้อถกเถียงในสังคมที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เช่น กฎหมายพลังงาน... ทั้งนี้ให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ แล้วให้ส่งกระทรวงยุติธรรมเพื่อรวบรวมและรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป”
วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการว่า “...ให้รองนายกรัฐมนตรี (หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล) และกระทรวงพลังงานทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยให้เชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ และกลุ่มผู้มีความเห็นต่าง ร่วมรับฟังความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ ตลอดจนให้ศึกษาประเด็นข้อร้องเรียนของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทยด้วย”
ทั้งนี้เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ได้ทำหนังสือในการให้เหตุผล ตั้งคำถาม และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของกระทรวงพลังงาน อีกทั้งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเข้าร่วมประชุมกับตัวแทนภาครัฐตามนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด แต่กลับปรากฏว่ากระทรวงพลังงานนอกจากจะไม่ส่งผู้แทนที่มีอำนาจในการตัดสินใจมาพูดคุยหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์แล้ว มิหนำซ้ำยังไม่เคยตอบคำถามใดๆ หรือแสดงเหตุผลโต้แย้งข้อเสนอของภาคประชาชนในด้านการปฏิรูปกฎหมายปิโตรเลียมแต่ประการใดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ทำให้ภาคประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัยว่าการที่กระทรวงพลังงาน และ ปตท. ดำเนินคดีความฟ้องร้องภาคประชาชนนั้น มีเจตนารมณ์มุ่งหวังให้ภาคประชาชนซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ และบุคลากรในการต่อสู้คดีความน้อยกว่าภาครัฐเป็นอย่างมาก ต้องหยุดการแสดงความเห็นโต้แย้งเพื่อตรวจสอบกระทรวงพลังงาน และ ปตท. เพราะไม่สามารถตอบคำถามของประชาชนได้ใช่หรือไม่
อันที่จริงตามหลักการบริหารองค์กรของรัฐที่ดีมีธรรมาภิบาลจะต้องมีความโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบจากประชาชน และต้องพร้อมชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงจนสิ้นกระแสสงสัย จึงเกิดคำถามในสังคมว่า การใช้งบประมาณของแผ่นดินมาฟ้องร้องประชาชนจะเป็นการข่มขู่เพื่อปิดปากประชาชนให้เกิดความหวาดกลัวในการทำหน้าที่ในฐานะเป็นพลเมืองดีเป็นเจ้าของประเทศ ผู้เสียภาษีอากรให้กับรัฐที่ใส่ใจออกมาปกป้องผลประโยชน์ของชาติใช่หรือไม่ พลังงานที่ได้มาจากทรัพยากรธรรมชาติใต้ผืนแผ่นดินไทยนั้น มีผลกระทบต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า พลังงานเป็นปัจจัยจำเป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิตของประชาชนไทยทุกคน ดังนั้น การดำเนินนโยบายพลังงานซึ่งเป็นนโยบายสาธารณะ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ
เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) มีความเห็นว่า พฤติการณ์ของกระทรวงพลังงาน และ ปตท. ที่ไม่จริงใจต่อข้อเสนอและข้อเรียกร้องของประชาชนซึ่งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับข้อสั่งการของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตามที่ปรากฏข้างต้น ดังนั้นเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความจริงใจต่อข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ให้มีนโยบายเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการบริษัท ปตท. โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมที่ไม่นำไปสู่ความปรองดองและเป็นปรปักษ์ต่อการตรวจสอบของประชาชน เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการปฏิรูปพลังงานอันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
4. เพื่อเป็นการยกระดับการทำหน้าที่ของภาคประชาชนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในด้านการปฏิรูปพลังงาน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) จึงเห็นสมควรจัดตั้ง มูลนิธิเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานและทรัพยากรไทย ให้เป็นองค์กรนิติบุคคลที่จะดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ต่อไป
เนื่องจากในปัจจุบันมีประชาชนเป็นจำนวนมากที่เคลื่อนไหวด้านพลังงาน ได้ถูกกลั่นแกล้ง รังแก ด้วยการฟ้องร้องจากหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลบางกลุ่มในหน่วยงานของรัฐ เพื่อหวังจำกัดการเคลื่อนไหวและปิดปากประชาชน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เห็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือในทางคดีความ การประกันตัว รวมถึงการฟ้องร้องกลับหน่วยงานของรัฐเหล่านั้น เพื่อหยุดยั้งการกลั่นแกล้งรังแกประชาชนผู้อ่อนด้อยกว่าอย่างไม่เป็นธรรม และเป็นการพิสูจน์ความจริงถึงความบริสุทธิ์ใจของภาคประชาชน ในการนี้จำเป็นต้องมีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการปฏิรูปพลังงาน และให้บรรลุวัตถุประสงค์ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) จึงได้ทำการเปิดบัญชีรับบริจาคจากพี่น้องประชาชนทั่วทุกสารทิศ รายละเอียดดังนี้

สนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิได้ด้วยการโอนเงินบริจาคสมทบเข้ากองทุน คปพ.
โดยโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีออมทรัพย์
ชื่อบัญชี ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนายประการ ก่อเกียรติจรูญ และนางสาวณิชาภา พิศสุวรรณ
ธนาคารกสิกรไทย สาขาอาคารซันทาวเวอร์ส เลขที่บัญชี 696-2-09141-3
ท่านที่บริจาคกรุณาส่งสลิป พร้อมเขียนชื่อ ที่อยู่ มาที่ E-mail: Gasthai@hotmail.com หรือ Fax 02-809-2419
สอบถามรายละเอียดที่ facebook.com/thaienergyreform หรือ www.คปพ.com หรือ โทร 081-641-9681





จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการวางรากฐานการปฏิรูปพลังงานไทยช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อันจะเป็นการเปลี่ยนผ่านการนำทรัพยากรจากแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานกลับคืนมาเป็นของคนไทยอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมถึงการปฏิรูปการให้สิทธิสำรวจและผลิตในแหล่งปิโตรเลียมทั้งระบบ ในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่ เพื่อทดแทนคุณประเทศชาติในการส่งต่อบ้านเมืองที่อุดมสมบูรณ์นี้ให้แก่ลูกหลานต่อไป
เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.)

Download ข้อมูลข่าวสารได้ที่
www.คปพ.com หรือ
www.ThaiEnergyReform.in.th หรือ
www.facebook.com/ThaiEnergyReform








 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย





 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:35
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:35
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:36
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:36
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:36
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:37
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:37
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:37
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:37
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:38
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:38
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:38
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:41
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



 จาก WebMaster GasThai.Com
 จันทร์, 23/11/2558
 เวลา :
21:41
 IP:
58.11.50.177

 

แก้ไข / ลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       jzTtWKFC




 แสดงความคิดเห็นย่อย แสดงความคิดเห็นย่อย



คำถามนี้มีทั้งหมด 14 คำตอบ ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 จาก >>> 1  คลิ๊กเพื่อดูหน้าถัดไป



เพื่อความปลอดภัยในการนำเสนอข้อมูลของผู้ใช้ GasThai.Com สมาชิกเวบเท่านั้น จึงจะตั้งกระทู้ และ ตอบคำถามได้ครับ

สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกแล้ว Login Click ที่นี่
สำหรับท่านที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก สมัครสมาชิก Click ที่นี่





  



Last update : 23/9/2556


หน้าแรก || สมัครสมาชิก || LOGIN || LOGOUT || เปลี่ยนไอคอนส่วนตัว || เกี่ยวกับลิขสิทธิ์บทความภาพถ่าย || ข้อตกลงและเงื่อนไขในการใช้เว็บ || เกี่ยวกับเรา || ติดต่อโฆษณา
แจ้งปัญหาการใช้งาน GasThai.Com หรือขอความรู้และขอคำปรึกษารถยนต์ติดแก๊ส LPG/NGV ติดต่อ :::>>>Email::: webmaster@GasThai.Com   หรือ   ติดต่อเรา(Contact Us)
Copy Right © Gasthai.com December 2005   Counter View Stats Truehits.Net  (Online  คน)