จาก webmaster
พุธที่ , 4/11/2558
เวลา : 15:34
IP: 58.11.22.175
อ่านแล้ว = 2925144 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
หากจะเปรียบเทียบสูตรราคา LPG จากเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ที่ ราคา LPG ตลาดโลกขยับขึ้นประมาณ 1 บาทเศษๆต่อ กก. และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อ US$ แข็งค่าขึ้นประมาณ 78 สต. รัฐไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาขายปลีกแต่อย่างใด ควรจะนำเงินกองทุนน้ำมันส่วน บัญชี LPG มาชดเชย เท่าที่ดูรายละเอียดนั้นเงินกองทุนที่เก็บจากผู้ใช้ LPG ภาคขนส่ง ครัวเรือน อุตสาหกรรม กลับถูกนำเงินส่วนนี้ไปชดเชยให้ กลุ่มผู้ใช้ NGV ดูแล้วอาจจะเป็นธรรมมากนัก ควรจะนำเงินส่วนนี้ไปชดเชยเพื่อตรึงราคาหรือลดราคาให้ประชาชนมากกว่า เพราะเมื่อเก็บไปแล้ว ผู้ถูกจัดเก็บเงินกองทุนไปแล้ว ควรจะได้รับกลับคือบ้างตามเจตนาของกองทุน คือรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน ส่วนผู้ใช้ NGV รัฐอาจจะหางบประมาณอื่นๆมาอุตหนุนแทนหรือไม่ก็ปรับโครงสร้างราคา NGV แบบโปร่งใส เป็นที่ยอมรับของทุกๆฝ่าย เพื่อลดการอุตหนุนจากกองทุนน้ำมันต่อไป ส่วนเงินชดเชยค่าขนส่ง LPG ไปยังคลังก๊าซนั้นก็เพื่อให้ ราคา LPG ทั่วประเทศขายในราคาเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติ อาจจะเป็นคำถามของคนทั้งประเทศว่าเป็นไปตามนั้นหรือไม่ เพราะประชาชน บางพื้นที่ยังใช้ LPG ราคาแพงกว่า โดยเฉพาะปั้มแก๊ส LPG ราคาต่างกันมากในบางพื้นที่ รัฐควรจะตรวจสอบว่า เมื่อได้รับการชดเชยค่าขนส่งแล้ว ราคา ณ คลังก๊าซเท่าๆกันแล้ว ผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสจากความไม่รู้ของประชาชนหรือไม่ อยากให้ตรวจสอบครับ และปัจจุบันปั้มแก๊ส LPG ในทุกเส้นทางกำลังมีการขยายมากขึ้น ปรับปรุงการให้บริการมาตรฐานมากขึ้นเช่นเดียวกับปั้มน้ำมันเลยทีเดียว สร้างความมั่นใจในการให้บริการมากขึ้นครับ
หมายเหตุ ผู้ใช้ LPG มี 4 กลุ่มได้แก่ ภาครัวเรือน ภาคขนส่งหรือยานยนต์ ภาคอุตสาหกรรม และภาคปิโตรเคมี โดยภาคปิโตรเคมีได้รับการส่งเสริม ไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตร ไม่ต้องนำเงินเข้ากองทุนน้ำมัน จึงมีราคาขายสุทธิ ที่ถูกกว่าผู้ใช้ภาคอื่นๆและเป็นผู้ใช้ LPG มากที่สุด เรื่องนี้รัฐบาลควรจะทบทวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในโอกาสจะมีการปฏิรูปพลังงาน ปฏิรูปประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ตลอดจนการศึกษาและปฏิรูปโครงสร้างราคา ณ โรงแยกก๊าซ โรงกลั่น และราคาหน้าปากหลุมใหม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ใช้พลังงานจากทรัพยากรของเราอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

|