จาก เทอร์โบ บีสิบสี่
ศุกร์ที่ , 16/1/2552
เวลา : 17:03
IP: 203.157.29.188
อ่านแล้ว = 1637 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ขอปรบมือและแสดงความชื่นชม กับเครือข่ายผู้ใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์แห่งประเทศไทย ที่มีคุณนินจาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง มีสมาคมปั๊มก๊าซ LPG ชมรมจี๊ป ชมรมแท๊กซี่ รวมไปถึงผู้ใช้LPG ในรถยนต์ ที่ได้ไปร่วมชุมนุมและยื่นข้อเรียกร้อง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผมเองมีโอกาสได้ร่วมขบวนด้วย เพราะไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เวลา 10.00น.พอดี แต่ช่วงตอนที่ไปถึงทำเนียบและยื่นหนังสือถึงผู้แทนนายกรัฐมนตรี ผมยังในรถที่ติดอยู่ในขบวน ไม่สามารถลงไปร่วมเป็นสักขีพยานในการยื่นเอกสารร่วมกับคุณนินจาได้ทัน เสียดายครับ
อย่างไรก็ตาม ผมขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมไว้ ณ ที่นี้สักนิด เพราะเวลาที่เรายื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เหตุผลต่างๆที่ยื่นเสนอไปนั้นดีก็อยู่แล้ว แต่ถ้าได้มีการแถลงเน้นย้ำถึงเหตุและผลสั้นๆให้สรุปความเป็นที่เข้าใจของชาวบ้านและสังคม ยิ่งจะทำให้น้ำหนักของข้อเรียกร้องมีมากขึ้น
ประเด็นสั้นๆที่ผมเห็นว่าน่าจะเน้นต่อคณะกรรมการพิจารณาโครงสร้างราคาและนายกรัฐมนตรีก็คือ การจะขึ้นราคาก๊าซ LPG หรือไม่ จะขึ้นมากน้อยเท่าใดนั้น จะต้องยึดหลักและยืนอยู่บนเหตุผล 3 ประการคือ
1.ต้องมี "ความถูกต้อง เหมาะสม" ถามว่าประโยคดังกล่าวเป็นเพียงนามธรรมหรือไม่ ไม่ใช่ครับ ถ้าหากว่าการขึ้นราคามีหลักเกณฑ์ที่เป็นข้อเท็จจริงเหมาะสม มีราคาต้นทุนที่ผลิตในประเทศ มี่การกำหนดอัตราภาษี มีค่าการตลาดที่เหมาะสมโดยทุกขั้นตอนของโครงสร้างราคาไม่สูงเกินไปนัก ไม่เกินความจำเป็นที่ราคาควรจะเป็น ไม่เป็นภาระกับประชาชนผู้ใช้สินค้าดังกล่าวเกินสมควร นี่แหละคือรูปธรรม ไม่ใช่นามธรรม
2. ต้อง"เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ" ถามว่าประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่า การกำหนดโครงสร้างและราคา ยืนอยู่บนพื้นฐานแห่งความสุจริต บนพื้นฐานของความเป็นจริง โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน เพราะปัจจุบันพลังงานที่ใช้ในรถยนต์ มิใช่มีแต่น้ำมันเชื้อเพลิงในลักษณะของแก๊สโซลีนแต่เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีทั้ง แก๊สโซฮอลล์ ไบโอดีเซล ก๊าซ CNG และ ก๊าซ LPG ทุกอย่างที่กล่าวมาถือเป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้ทั้งสิ้น ดังนั้น นอกจากแก๊สโซลีนแล้ว เชื้อเพลิงชนิดอื่นก็คือพลังงานทางเลือกได้เช่นกัน ดังนั้นการกำหนดโครงสร้างราคา ไม่ว่า โครงสร้างราคา CNG หรือโครงสร้าง LPG ก็ดี สมควรที่จะกำหนดโครงสร้างเหมือนหรือใกล้เคียงกัน นับจากต้นทุนผลิตในประเทศที่แท้จริง การกำหนดอัตราภาษีทุกชนิด ก็ควรจะกำหนดใกล้เคียงกัน ไม่ใช้่ CNG เก็บอัตราหนึ่ง LPG เก็บอีกอัตราหนึ่งที่สูงกว่า ประชาชนซึ่งถือว่าเป็นผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกใช้สินค้าด้วยตนเอง มิใช่กำหนดอัตราภาษีหรืออัตราค่าการตลาด เงินอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ที่แตกต่างกันโดยเจตนาที่จะกำหนดให้อัตราภาษีหรือเงินอื่นของ LPG สูงขึ้นเพื่อจูงใจให้คนใช้ LPG น้อยลง อย่างนี้ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม
3. ต้อง"ไม่มีพฤติการณ์หรือการกระทำใดๆที่ส่อเจตนาหรือเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ในทางการค้าของบุคคลหรือนิติบุคคลใด" อันนี้หมายความว่าอย่างไร ก็คือสืบเนื่องจากข้อ 1และ ข้อ 2 การจะปรับราคาต้องมีเหตุผลที่เชื่อถือได้ รับฟังได้ มีเหตุผล ไม่มีนัยยะ ของการเกื้อหนุนผู้ประกอบการเอกชนแอบแฝง คือเราต้องมาทำความเข้าใจจากข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบัน ปตท. ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจเหมือนแต่ก่อน แต่ปตท. จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน ดังนั้น ปตท.คือนิติบุคคล เอกชนที่เป็นองค์กรแสวงหากำไร และไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เมือ่ปตท.เป็นนิติบุคคล ก็เหมือนบริษัท จำกัด แต่เป็นมหาชน ที่ให้ประชาชน ซื้อหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ และเป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบัน ปตท. แบกรับภาระการอุดหนุนราคา ก๊าซ CNG ไว้ ราวๆ 2-3 บาท ต่อกิโลกรัม แถมแผนการลงทุนส่งเสริมให้ผู้คนไปใช้ CNG ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งที่ลงทุนไปมากแล้ว จำเป็นที่จะต้องปรับราคา ก๊าซ CNG ขึ้นมาอย่างน้อยกิโลกรัมละ 2 บาทและต่อไปจะต้องปรับให้ได้ราคาขายที่ 12.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันขายอยู่ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม และหากจะปรับราคาขึ้นมาอีก 2 บาท เป็น 10.50 บาท ราคาก็จะมาใกล้เคียงกับราคา ก๊าซ LPG ที่ลิตรละ 11.35 บาท อย่างนี้แล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ในแง่ของการตลาดที่จะจูงใจให้ผู้คนมาเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงเป็นรถ NGV เพราะการติดตั้งอุปกรณ์เป็น NGV เจ้าของรถต้องลงทุนสูงกว่า การติดตั้ง LPG 2-3 เท่าตัว แม้การลงทุนปั๊มก๊าซ CNG ก็เป็นเงินมหาศาลเมื่อเทียบกับการตั้งปั๊ม LPG จึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้อง "เตะ" ราคา LPG ให้หนีราคา CNG ที่จะปรับขึ้นมา ดังนั้น หากเจตนาของการปรับราคา LPG เพียงเหตุผลที่แท้จริงเพื่อขยับราคาให้หนีราคา CNG เพื่อการค้าขายด้านการตลาดของผู้ค้าก๊าซ CNG ที่มี ปตท.เป็นนิติบุคคลเอกชนผูกขาดรายเดียวแล้ว นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การขึ้นราคามีเจตนาที่ไม่สุจริตแอบแฝง และเป็นการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนผู้ผูกขาดการขายเพียงรายเดียว หากเป็นจริงและนำสืบได้ นัยยะดังกล่าวคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องภาครัฐอาจมีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็ได้
จากเหตุผล 3 ประการดังกล่าว ผมจึงขอเสนอเป็นข้อเสนอที่อาจนำไปแถลงต่อรัฐบาลและสื่อมวลชนต่อไป ใครมีความคิดเห็นเป็นอย่างไรบ้างครับ
|