จาก km
พฤหัสบดีที่ , 14/8/2551
เวลา : 19:55
IP: 124.121.59.162
อ่านแล้ว = 2240 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
กฎกระทรวง
ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2508)
ออกตามความในพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม
พ.ศ. 2505
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม
พ.ศ. 2505 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้กำหนดวิชาชีพวิศวกรรมในสาขา แขนง และขนาด ดังต่อไปนี้ เป็นวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
สาขา 2 วิศวกรรมเครื่องกล
1. งานออกแบบและคำนวณ หมายถึง การใช้ความรู้ในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล เพื่อให้ได้มาซึ่งรายละเอียดในการสร้าง โดยแสดงเป็นแบบรูป ข้อกำหนดและประมาณการ ดังต่อไปนี้
(1) เครื่องกลจักรที่ให้กำเนิดพลังหรือเครื่องกลที่ใช้พลังขนาดเครื่องละตั้งแต่สิบแรงม้าเพลาขึ้นไป
(2) เครื่องกำเนิดไอน้ำ หรือไออย่างอื่นทุกขนาด
(3) หม้ออัดอากาศ หรือหม้ออัดก๊าซทุกขนาด
(4) เครื่องปรับภาวะอากาศสำหรับทำความเย็นทุกขนาดและทุกชนิด
2. งานควบคุมการสร้าง หมายถึง การอำนวยการควบคุมดูแลการสร้างในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลดังต่อไปนี้
(1) เครื่งกลจักรที่ให้กำเนิดพลังหรือเครื่องกลที่ใช้พลังขนาดเครื่องละตั้งแต่สามสิบ
แรงม้าเพลาขึ้นไป
(2) เครื่องกำเนิดไอน้ำหรือไออย่างอื่น ขนาดที่มีความดันตั้งแต่ห้ากิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเซนติเมตรขึ้นไป หรือขนาดที่มีอัตราการผลิตไอน้ำ หรือไออย่างอื่นเครื่องละตั้งแต่ห้าร้อยกิโลกรัมต่อหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป
(3) หม้ออัดอากาศหรือหม้ออัดก๊าซขนาดที่มีความดันตั้งแต่ห้ากิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเซนติเมตรขึ้นไป
(4) เครื่องปรับภาวะอากาศสำหรับทำความเย็นขนาดเครื่องละตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป
3. งานอำนวยการควบคุม การประกอบบรรดาสิ่งดังกล่าวใน 2. ในโรงงานที่ใช้ลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป
4. งานพิจารณาตรวจสอบ หมายถึง การค้นคว้า การวิเคราะห์ การทดสอบ การหาข้อมูลและสถิติต่าง ๆ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการตรวจสอบวินิจฉัยงานในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
5. งานวางโครงการ หมายถึง การวางแผนผัง หรือการวางแผนงานการสร้าง หรือการประกอบสิ่งใด ๆ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สำหรับโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป
6. งานอำนวยการติดตั้ง
(1) เครื่องกลจักรที่ให้กำเนิดพลัง ขนาดเครื่องละตั้งแต่ห้าร้อยแรงม้าเพลาขึ้นไป หรือเครื่องกลที่ใช้พลังขนาดเครื่องละตั้งแต่สี่ร้อยแรงม้าเพลาขึ้นไป
(2) เครื่องกำเนิดไอน้ำหรือไออย่างอื่นขนาดที่มีความดันตั้งแต่เจ็ดกิโลกรัมต่อหนึ่ง
ตารางเซนติเมตรขึ้นไป หรือขนาดที่มีอัตราการผลิตไอน้ำหรืออื่นเครื่องละตั้งแต่หนึ่งพันกิโลกรัมต่อหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป
(3) หม้ออัดอากาศหรือหม้ออัดก๊าซ ขนาดที่มีความดันตั้งแต่สิบสามกิโลกรัมต่อหนึ่ง
ตารางเซนติเมตรขึ้นไป
(4) เครื่องปรับภาวะอากาศ สำหรับทำความเย็น ขนาดเครื่องละตั้งแต่ยี่สิบตันขึ้นไป
7. งานอำนวยการซ่อม
(1) เครื่องกลจักรที่ให้กำเนิดพลัง ขนาดเครื่องละตั้งแต่ห้าร้อยแรงม้าเพลาขึ้นไป หรือเครื่องกลที่ใช้พลังขนาดเครื่องละตั้งแต่สี่ร้อยแรงม้าเพลาขึ้นไป
(2) เครื่องกำเนิดไอน้ำหรือไออย่างอื่น ขนาดที่มีความดันตั้งแต่เจ็ดกิโลกรัมต่อหนึ่ง
ตารางเซนติเมตรขึ้นไป หรือขนาดที่มีอัตราการผลิตไอน้ำหรือไออย่างอื่น เครื่องละตั้งแต่หนึ่งพันกิโลกรัมต่อหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป
(3) หม้ออัดอากาศหรือหม้ออัดก๊าซที่มีความดันนตั้งแต่สิบสามกิโลกรัมต่อหนึ่งตารางเซนติเมตรขึ้นไป
(4) เครื่องปรับภาวะอากาศ สำหรับทำความเย็นขนาดเครื่องละตั้งแต่ยี่สิบตันขึ้นไป
8. งานอำนวยการใช้
(1) เครื่องกลจักรที่ให้กำเนิดพลังหรือเครื่องกลที่ใช้พลังขนาดเครื่องละตั้งแต่หนึ่งพันแรงม้าเพลาขึ้นไป
(2) เครื่องกำเนิดไอน้ำหรือไออย่างอื่น ขนาดที่มีอัตราการผลิตไอน้ำหรือไออย่างอื่น เครื่องละตั้งแต่สองหมื่นกิโลกรัมต่อหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป
(3) หม้ออัดอากาศหรือหม้ออัดก๊าซ ขนาดที่มีความดันตั้งแต่สิบสามกิโลกรัมต่อหนึ่ง
ตารางเซนติเมตรขึ้นไป เฉพาะที่มีปริมาตรใบละตั้งแต่สิบลูกบาศก์เมตรขึ้นไป
9. งานให้คำปรึกษา หมายถึง การให้ข้อแนะนำและหรือการตรวจสอบ ที่เกี่ยวกับงานในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ตาม 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 หรือ 8
ข. สามัญวิศวกร
....................................................................
7. งานในสาขา 2 วิศวกรรมเครื่องกล ตาม 8 ทั้งนี้เพราะ
(1) เครื่องกลจักรที่ให้กำเนิดพลังหรือเครื่องกลที่ใช้พลัง ขนาดเครื่องละตั้งแต่หนึ่งพันแรงม้าเพลาถึงห้าพันแรงม้าเพลา
(2) เครื่องกำเนิดไอน้ำหรือไออย่างอื่น ขนาดที่มีอัตราการผลิตไอน้ำ หรือไออย่างอื่น เครื่องละตั้งแต่สองหมื่นกิโลกรัมต่อหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งแสนกิโลกรัมต่อหนึ่งชั่วโมง
(3) หม้ออัดอากาศหรือหม้ออัดก๊าซ ขนาดที่มีความดันตั้งแต่สิบสามกิโลกรัม
ต่อหนึ่งตารางเซนติเมตรขึ้นไป เฉพาะที่มีปริมาตรใบละตั้งแต่สิบลูกบาศก์เมตรขึ้นไป
.................................................................
แรงดันในถังเก็บเกินกว่า 30 kg/cm^2 (29 bar แต่แรงดันในถังเก็บสูงกว่า 200 bar) ดังนั้นปั๊ม ปตท. ที่มี NGV ทุกปั๊มต้องมีวิศวกรระดับ "วุฒิวิศวกร สาขาเครื่องกล" อำนวยการใช้อยู่ทุกปั๊ม ขนาดโรงงานมี boiler แรงดันต่ำกว่านี้เยอะ ยังต้องมีวิศวกรควบคุมเลย
สภาวิศวกรควรออกมาทำหน้าที่ เหมือนที่ แพทยสภาฯ ออกมาจัดการเรื่องคลีนิคเถื่อนที่ไม่มีใบประกอบโรคศิลป์
แบบว่าสนุกๆ นะครับ ใครว่ามีประโยชน์ก็เอาไปใช้ได้นะครับ
:P
|