จาก เครือข่ายผู้ใช้รถยนต์ LPG
พุธที่ , 13/8/2551
เวลา : 09:12
IP: 58.9.110.105
อ่านแล้ว = 3861 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=100409
รถยนต์ใช้แอลพีจีขวัญผวา! สนพ.กระทุ้งขยับราคาก๊าซขึ้นโลละ 15-20 บ. [13 ส.ค. 51 - 04:15]
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ว่า ขณะนี้ สนพ.ได้จัดทำแผนการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่งในเบื้องต้นเสร็จแล้ว เพื่อเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาในเดือน ส.ค.นี้ โดย สนพ.ได้กำหนดแนวทางการลอยตัวราคาแอลพีจีไว้ 4 ขั้นตอน พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของการปรับราคาแต่ละรอบประกอบด้วย 1. การปรับราคาขึ้น 5 บาทต่อ กก. จะช่วยลดอัตราการเติบโตของการใช้แอลพีจีในประเทศบ้าง แต่ไม่ช่วยชะลอการนำเข้า 2. ปรับราคา 10 บาทต่อ กก. ช่วยชะลอการใช้แอลพีจีลง 20% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด 3. ปรับขึ้นราคา 15 บาทต่อ กก. จะเริ่มเห็นการใช้ลดลง 40% และช่วยลดปริมาณการนำเข้าในสัดส่วน 50% และ 4. ปรับขึ้นราคา 25 บาท/กก. จะช่วยหยุดอัตราการเติบโตการใช้แอลพีจีและยกเลิกการนำเข้าแอลพีจีทันที
สนพ.ยังระบุอีกว่า ในแผนดังกล่าวกระทรวงพลังงานควรจะปรับขึ้นราคาแอลพีจีทุกๆเดือน และครั้งละมากๆ เพื่อที่จะช่วยชะลอปริมาณการใช้แอลพีจีในประเทศที่สูงขึ้นในภาคขนส่ง รวมทั้งลดการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศ เพราะหากปรับขึ้นเพียงครั้งละ 5 บาท/กก. จะไม่สะท้อนพฤติกรรมของการใช้แอลพีจีที่ลดลง เนื่องจากมีภาระเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่หากปรับราคาตั้งแต่ 10-20 บาท/กก. จะทำให้ผู้ใช้แอลพีจีหันไปปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) แทน และแผนดังกล่าวจะไม่มีการนำสูตรการปรับราคาแอลพีจีแบบ 6 ขั้นบันไดหรือสูตรลอยตัวอิงราคาตลาดโลกตามที่นายปิยสวัสดิ์ อัม-ระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน เคยกำหนดไว้มาใช้แต่อย่างใดทั้งสิ้น
นอกจากนี้ สนพ.ได้ยืนยันว่าการปรับราคา แอลพีจีก็เพื่อต้องการลดภาระการนำเข้าแอลพีจีของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งกระทรวงพลังงานสั่งการให้ ปตท.รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าจะไม่มีข้อห้ามไม่ให้บริษัทเอกชนรายใดนำเข้าแอลพีจี แต่ก็จะไม่มีภาคเอกชนรายใดนำเข้าเพราะหากนำเข้าก็ต้องนำมาขายในราคาขาด ทุนกว่า 650 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน และหากไม่ลอยตัวราคาแอลพีจีก็จะทำให้รัฐบาลต้องหาเงินมาชำระคืนในส่วนต่างราคาแอลพีจีที่เกิดขึ้นและถือว่า ปตท.อยู่ในฐานะเจ้าหนี้รัฐบาลที่จะต้อง หาเงินมาชำระคืน เนื่องจากคณะกรรมการ ปตท. ได้มีมติชัดเจนกำหนดกรอบในการรับภาระจ่ายค่าก๊าซในวงเงินแค่ 5,000 ล้านบาท เท่านั้น หากมากกว่าจำนวนดังกล่าวจะไม่สามารถอธิบายเหตุผลให้กับผู้ถือหุ้นได้และจะกระทบต่อฐานะการเงินของ ปตท. เพราะไม่มีผู้ใดยืนยันได้ว่า ปตท.จะต้องแบกภาระนำเข้าต่อไปอีกนานเท่าใด
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ปตท.รับภาระในการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศรวม 131,000 ตัน เมื่อพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเดือน เม.ย. มีการนำเข้า 20,000 ตัน คิดเป็นเงิน 320 ล้านบาท เดือน ก.ค. นำเข้า 100,000 ตัน คิดเป็นจำนวน 1,500 ล้านบาท และเดือน ส.ค. หากยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีเพื่อชะลอปริมาณการใช้มีความเป็นไปได้ต้องนำเข้าแอลพีจีถึง 120,000 ตัน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายถึง 2,000 ล้านบาท และจะมีผลต่อเนื่องไปถึงเดือน ก.ย.ที่อาจต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้นอีก จนทำให้ปตท.มีภาระเพิ่มขึ้นมากกว่าเดือนละ 2,000ล้านบาท
สนพ.ได้ระบุว่าการปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่งรัฐบาลต้องกำหนดให้ชัดเจนและต้องปรับในอัตราที่สูงๆและมีความถี่ของระยะเวลาให้เร็วที่สุดในแต่ละรอบการปรับ ไม่เช่นนั้นจะไม่ช่วยชะลอการใช้แอลพีจีในประเทศได้ โดยอัตราที่ควรปรับน่าจะปรับเพิ่มอีก กก.ละ 15-20 บาท ซึ่งสูตรการปรับราคาจะเป็นสูตรใหม่ จะเป็นการยกเลิกสูตรคำนวณราคาเก่าที่คิดจากราคาส่งออก ราคาหน้าโรงกลั่นและต้นทุนโรงแยก ที่จะปรับเพิ่มตามสัดส่วนจนถึงไตรมาสแรกของปี 2552
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งสัญญาณชัดเจนจากกระทรวงพลังงานโดยเฉพาะ พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน ในการเรียกประชุม กบง.ประจำเดือน ส.ค.นี้ เพื่อพิจารณาโครงสร้างราคาแอลพีจี แม้ สนพ.จะมีการสรุปโครงสร้างราคาแอลพีจีไว้หมดแล้ว โดยอาจไม่มีการประกาศปรับราคาในเดือน ส.ค.นี้ก็เป็นไปได้ เพราะไม่มีข้อกำหนดว่าต้องประชุม กบง.ทุกเดือน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ แต่สิ่งที่ สนพ.เป็นห่วงคือหากไม่ปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่งจะมีผลกระทบไปยัง ปตท.ในการนำเข้าแอลพีจี เพราะมีค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่ตกลงไว้กับคณะกรรมการ ปตท. จะทำให้ไม่สามารถนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศได้อีก.

pCFAmR cksygmthkumk, [url=http://shbdoosgyetr.com/]shbdoosgyetr[/url], [link=http://ggmrqflxivub.com/]ggmrqflxivub[/link], http://cvdjuprjqbsa.com/
แสดงความคิดเห็นย่อย
|
|