จาก ป๋อมกิจกรรม
พฤหัสบดีที่ , 10/7/2551
เวลา : 10:22
IP: 61.90.136.94
อ่านแล้ว = 1661 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปีนี้ต้องนำเข้าแอลพีจี 400,000 ตัน ปตท.ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายล่วงหน้าเพื่อรับภาระแทนประชาชนรวม 30,000 ล้านบาท หากมีจำนวนผู้ใช้แอลพีจีเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ในปีหน้า ปตท.ต้องนำเข้าแอลพีจี 1 ล้านตัน มูลค่า 20,000 ล้านบาท เพราะไทยผลิตแอลพีจีได้ 340,000 ตันต่อเดือน แต่ยอดการใช้สูงถึง 380,000 ตันต่อเดือน เพราะรถยนต์บ้านได้หันมาใช้เพิ่มขึ้น ขณะนี้มียอดรถยนต์บ้านติดตั้งแอลพีจีเดือนละ 100,000 คัน
นายประเสริฐกล่าวว่า ในปี 2552 จะต้องมีการนำเข้าแอลพีจี 1 ล้านตัน ซึ่งแม้ว่า ปตท.จะซื้อได้จากตลาดโลก แต่ก็ยังมีปัญหาคือการนำเข้าด้วยการบรรทุกเรือขนาดใหญ่เข้ามาในไทยที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง จะมีปัญหาเรือไม่สามารถเข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือมาบตาพุดได้ ต้องเอาเรือเล็กลอยลำออกไปถ่ายแอลพีจีจากเรือใหญ่ ใส่เข้ามาในเรือเล็ก ใช้เวลานานหลายวันก็เป็นต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ทั้งการจัดหาเรือเล็กและการปล่อยให้เรือแอลพีจีขนาดใหญ่ลอยลำเป็นเวลานาน ก็ถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มจากการขนส่งปกติ 50 เหรียญฯต่อตัน ก็เพิ่มเป็น 90-100 เหรียญฯต่อตัน
ปี 2553 คาดว่าต้องนำเข้าแอลพีจี 1.5 ล้านตัน ปี 2554 นำเข้า 800,000 ตัน ปี 2555 นำเข้า 1 ล้านตัน ปี 2556 นำเข้า 928,000 ตัน ปี 2557 นำเข้า 866,000 ตัน ปี 2559 นำเข้า 1.2 ล้านตัน ภายใต้สมมุติฐาน มีความต้องการใช้ขยายตัว 7% ต่อปี และปีนี้ ปตท.ต้องใช้เงินอุดหนุนราคาพลังงานแทนประชาชนเกือบ 50,000 ล้านบาท จากการอุดหนุนราคาแอลพีจี 30,000 ล้านบาท ราคาน้ำมัน 8,000 ล้านบาท ราคาเอ็นจีวี 5,000 ล้านบาท
ปัญหาแอลพีจีไม่จบลงง่ายๆ แม้มีการขึ้นราคาในเดือน ก.ค. ซึ่งข้อเท็จจริงต้องปรับขึ้น 20 บาทต่อกิโลกรัม แต่คงปรับไม่ได้ในราคาดังกล่าว ยืนยันว่า ปตท.ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่ก็ต้องอยู่บนความพอดีในการช่วยเหลือประชาชนก็ทำได้กับบางประเภท บางกลุ่มแค่บางช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น อะไรที่เกินตัวทำไม่ได้ ถ้าจะให้ ปตท.ทำอะไรที่เกินตัว ให้อุ้มไปทุกอย่างก็บอกมาเลยว่าจะให้ เป็นองค์กรที่ไม่หวังกำไร
นายเมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีปั๊มแอลพีจี 443 แห่ง ในจำนวนนี้ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 200 แห่ง ที่เหลืออยู่ในต่างจังหวัด ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2550 คณะรัฐมนตรีมีมติไม่ให้มีการก่อสร้างปั๊มแอลพีจีแห่งใหม่ในเขตกรุงเทพฯ แต่ในต่างจังหวัด หากต้องการตั้งปั๊มต้องไปขอต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์การบริหารส่วนตำบล
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ปรึกษา และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาแอลพีจี รัฐบาลไม่ควรแยกเป็น 2 ราคา ด้วยการขยับราคาเฉพาะภาคขนส่ง เพราะควรปรับขึ้นในภาคครัวเรือนไปพร้อมกัน หากขึ้นเฉพาะภาคขนส่ง จะควบคุมการใช้ของประชาชนได้ยาก เนื่องจากในอดีตเคยทำเช่นนี้มาแล้ว และมีการนำแอลพีจีครัวเรือนมาใช้ในภาคขนส่งมากขึ้น เพราะมีราคาต่างกันเพียง 2 บาทต่อกิโลกรัม และราคาที่ควรปรับขึ้นคือ 5-10 บาทต่อ กก. จึงอยากให้ พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน กล้าตัดสินใจขึ้นราคาทั้ง 2 กลุ่ม.
http://www.thairath.co.th/news.php?section=economic&content=96488

|