จาก คนไทย
อังคารที่ , 8/7/2551
เวลา : 01:00
IP: 125.244.107.131
อ่านแล้ว = 678 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000080004
คณะกรรมการมรดกโลกรับขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว พร้อมกับเมืองมะละกา-ปีนังของมาเลเซีย และแหล่งการเกษตรโบราณของปาปัวนิวกินี ปองพลอ้อมแอ้ม ไทยอาจได้ขึ้นทะเบียนบริเวณอุทยานรอบๆ ปราสาทและเทือกเขาพนมดงรักปลอบใจ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว จากการประชุมที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. การประชุมครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 กรกฎาคม 2551 โดยมีสถานที่ที่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลกทั้งหมด 45 แห่ง
โดยปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนพร้อมๆ กับเมืองมะละกาและปีนังของมาเลเซีย และแหล่งการเกษตรยุคโบราณในปาปัวนิวกินี
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คณะกรรมการมรดกโลกจะมีคำตัดสิน นายปองพล อดิเรกสาร ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย ซึ่งไปสังเกตการณ์การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 32 ในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญามรดกโลก ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ ส่วนใหญ่เห็นว่าควรขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารตามที่กัมพูชาเสนอ เพราะเข้า 1 ใน 3 หลักเกณฑ์ แต่การขึ้นทะเบียนจะไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน เนื่องจากกัมพูชายื่นจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร ซึ่งตามแผนที่แนบท้ายแถลงการณ์ร่วมที่ไทยและกัมพูชาตกลงกันไว้ว่า จะขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท ซึ่งไม่ล้ำเข้ามาในเขตไทย
นายปองพล กล่าวว่า คณะกรรมการมรดกโลกเสนอทางออกให้แก่ประเทศไทย โดยให้ไทยเสนออุทยานเขาพระวิหาร และพื้นที่ป่าสมบูรณ์เทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งอยู่ในเขตไทย และให้สำรวจจัดทำข้อมูลแหล่งโบราณสถานในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อขอเสนอเป็นมรดกโลกให้เร็วที่สุด
ส่วนกรณีที่ไทยส่งหนังสือการคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณานั้น ที่ประชุมแจ้งว่ารับทราบแล้ว แต่การจะให้เลื่อนการพิจารณาปราสาทพระวิหารออกไปคงไม่ได้ เพราะได้เลื่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว
คณะกรรมการมรดกโลกได้ตัดสินว่าปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ความขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา อยากให้ประชาชนทั้งสองประเทศสร้างความเข้าใจ เพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น เพราะการใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางแก้ปัญหา
|