จาก besmart
ศุกร์ที่ , 15/4/2554
เวลา : 21:18
IP: 125.24.204.238
อ่านแล้ว = 108677 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยสำหรับรถใช้แก๊ส LPG ระบบ fix mix
1. การ start ขณะเครื่องเย็นและจอดทิ้งไว้ข้ามวัน แก๊สที่ค้างอยู่ในท่ออากาศจะเจือจางมาก ทำให้
สตาร์ทติดแป๊บเดียวแล้วดับ พอรีบสตาร์ทใหม่จะไม่ติด สาเหตุเป็นเพราะโซลินอยด์วาล์วแก๊สเพิ่งจะเปิด
และแก๊สยังวิ่งมาไม่ทัน
วิธีสตาร์ทขณะเครื่องเย็นง่ายๆคือ บิดสตาร์ทครั้งแรกนานไม่เกิน 1 หรือ 2 วินาทีเพื่อให้โซลินอย์วาล์วแก๊ส
เปิดชั่วขณะ รอสักพักประมาณ 5 ถึง 10 วินาทีเพื่อให้แก๊สไหลเข้าไปรอที่ท่ออากาศ
จากนั้นจึงทำการบิดสตาร์ทใหม่นานประมาณ 3 ถึง 5 วินาทีและต้องคอยเหยียบคันเร่งช่วยเมื่อเครื่องเริ่มติด
วิธีนี้ใช้ได้ผลกับรถเบนซีนทุกคันที่มีระบบจุดระเบิดสมบูรณ์
2. อย่าดับเครื่องขณะที่ใช้แก๊สและเครื่องยังไม่ร้อน เพราะว่าจะทำให้การสตาร์ทครั้งใหม่ภายในเวลา
ไม่กี่นาทีหลังจากดับเครื่องจะไม่ติดหรือติดยากมาก เป็นเพราะว่าหม้อต้มแก๊สยังไม่ร้อนแก๊สจะหนามาก
ถ้าดับเครื่องชั่วขณะ แก๊สที่มีความหนาแน่นสูงในหม้อต้มแก๊สจะไหลไปค้างอยู่ในท่ออากาศมาก
ทำให้ส่วนผสมของแก็สและอากาศผิดไปและมีผลให้การจุดระเบิดไม่ได้ ถ้าลองสตาร์ทยาวเกิน 3 ครั้ง
แล้วเครื่องยังไม่ติด อย่าพยายามสตาร์ทด้วยแก๊สต่อ ให้สับสวิทซ์ไปสตาร์ทด้วยน้ำมันแทนจนเครื่องติด
แล้วค่อยสับสวิทซ์กลับเป็นแก๊สขณะเร่งเครื่อง
วิธีแก้อาการแก๊สท่วม(สตาร์ทไม่ติดและได้กลิ่นแก๊สมากที่ท่อไอเสีย) สำหรับรถที่ไม่สามารถสตาร์ท
ด้วยน้ำมัน ให้ดึงปลั๊กสายไฟของขั้วโซลินอยด์วาล์วที่หม้อต้มออก 1 ขั้ว แล้วให้สตาร์ทยาวประมาณ
3 วินาทีโดยเหยียบคันเร่งให้สุดเพื่อให้เครื่องดูดแก๊สที่ท่วมในท่ออากาศออกโดยที่โซลินอยด์วาล์แก๊ส
ปิดไม่ให้แก๊สไหลมาเพิ่ม ให้ทำการสตาร์ทประมาณสองสามครั้งเพื่อไล่แก๊สออกจากท่ออากาศ
เสร็จแล้วจึงกลับไปเสียบปลั๊กสายไฟของขั้วโซลินอยด์กลับเข้าที่ ทีนี้การสตาร์ทเครื่องยนต์จะติดง่าย
วิธีนี้สามารถใช้ได้ทั้งเครื่องเย็นและร้อน แต่สตาร์ทหลายครั้งแล้วไม่ติดและได้กลิ่นแก๊สที่ท่อไอเสียมาก
เนื่องจากแก๊สท่วม
3. ขับรถมาเร็ว พอเหยียบครัชแล้วเครื่องดับ อาจจะเกิดจากแก๊สท่วมเนื่องจากตอนรอบเครื่องสูงจะ
ดูดแก๊สมามาก เมื่อเหยียบครัชและผ่อนคันเร่งทันทีจะทำให้แก๊สในท่อไอดีหนาเกินไปจนไม่จุดระเบิด
วิธีแก้ ปล่อยให้เครื่องเดินเบาและร้อน เปิดแอร์ให้เย็นสุด เปิดประตูหรือกระจกรถให้แอร์ทำงานตลอด
หมุนจูนสกรู(ลูกศรสีเหลือง)ที่หม้อต้ม หมุนไปทางลดแก๊สจนเครื่องเริ่มสั่นและรอบตก ต่อไปคลายสกรู idle ที่
(ลูกศรสีน้ำเงิน)จนรอบเดินเบาเพิ่มกลับมาเท่าเดิม การจูนวิธีนี้จะทำให้การปล่อยแก๊สที่รอบเครื่องสูง ลดลงจากเดิม
เสร็จแล้วให้ทำการปรับแต่ง power valve อีกครั้งโดยเปิดลิ้นเร่งเครื่องประมาณ 3000 รอบ/นาที
หมุน power valve ตามเข็มนาฬิกาเพื่อปิดลดแก๊สจนรอบเครื่องตกแล้วหมุน power valve กลับไปด้าน
ทวนเข็มจนรอบเครื่องเพิ่มสูงสุด ถ้าหมุนต่อแล้วรอบไม่เพิ่มให้หยุดหมุนแล้วหมุนกลับมาที่ตำแหน่งเดิม
การปรับอาจจะต้องหมุน power valve หลายรอบ ไม่ต้องห่วงเรื่องจำนวนรอบหรือองศา เพราะ power valve
ส่วนมากเป็นแบบเกลียวละเอียด การเปลี่ยนแปลงของช่องเปิดปิดแก๊สจะช้าทำให้ต้องหมุนหลายรอบ
4. เครื่องดับขณะขับ สาเหตุอาจเกิดจากหม้อต้มเย็นจัดทำให้แก๊สหนาเกิน ถ้าหม้อต้มเย็น ให้ตรวจสอบ
ท่อน้ำร้อนที่ต่อไปหม้อต้มแก๊ส ท่อน้ำอาจจะพับงอหรือถูกกดทับเสียรูปจนทำให้น้ำไหลผ่านไม่ได้
อีกสาเหตุหนึ่งคือ มีอากาศอั้นอยู่ในหม้อต้มแก๊ส แรงดันน้ำไม่แรงพอที่จะดันอากาศให้ออกจากหม้อต้ม
วิธีแก้ ให้เปิดฝาหม้อน้ำออก(ระวังน้ำร้อน) ปลดท่อยางน้ำของหม้อต้มแก๊สออกหนึ่งเส้น กรอกน้ำจนต็ม
ท่อยาง แล้วเป่าให้น้ำดันออกที่หม้อน้ำ ทำซ้ำอีกหลายๆครั้งเพื่อไล่อากาศออกให้หมดแล้วสวมท่อยาง
(ที่มีน้ำเต็มท่อ)ยึดกลับเข้าที่หม้อต้ม ติดเครื่องและใช้แก๊ส รอสักพักให้เครื่องร้อนจนวาล์วน้ำเปิด
แตะที่หม้อต้มแก๊ส จะต้องมีอุณหภูมิร้อนขึ้นจนใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่หม้อน้ำ
อาจจะต้องปรับจูนแก๊สใหม่ตามข้อ 3 (ขณะเครื่องร้อน)
5. มีกลิ่นแก๊สที่ห้องเครื่องหลังจากดับเครื่องยนต์ หลังจากดับเครื่องใหม่ๆจะยังคงมีแก๊สค้างในหม้อต้ม
แก๊สจะไหลออกมาที่ท่ออากาศและไหลออกสู่ภายนอกผ่านทางกรองอากาศ ทำให้ได้กลิ่นแก๊สรุนแรง
ถ้าสงสัยว่ามีแก๊สรั่ว ก่อนดับเครื่องให้สับสวิทซ์ไปใช้น้ำมันแล้วเร่งเครื่องประมาณ 2000 พันรอบ นาน
ประมาณ 5 วินาทีเพื่อดูดแก๊สจากหม้อต้มออกจนหมด แลัวจึงดับเครื่อง หลังจากดับเครื่องแล้วให้สับ
สวิทซ์กลับไปที่แก๊ส จะต้องไม่มีไฟไปเปิดโซลินอยด์แก๊ส และต้องไม่มีกลิ่นแก๊สที่ห้องเครื่อง ถ้ายังได้
กลิ่นแก๊สให้ตรวสอบหาจุดรั่วตามรอยต่อของท่อนำแก๊ส
(รถที่ติดตั้งระบบแก๊สแบบหัวฉีด จะต้องไม่มีกลิ่นแก๊สหลังจากดับเครื่อง ถึงแม้จะมีแก๊สค้างอยู่ในหม้อต้ม
แต่แก๊สไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากหัวฉีดปิดอยู่)
หมายเหตุ ถ้าเครื่องยนต์ดับขณะที่ยังไม่บิดกุญแจดับเครื่อง ไฟเลี้ยงโซลินอยด์วาล์วจะต้องตัดหยุดจ่ายไฟ
ภายในเวลาอันสั้นเพื่อหยุดการจ่ายแก๊ส เป็นการป้องกันขณะรถเกิดอุบัติเหตุจนเครื่องยนต์ดับหรือลืมเปิด
กุญแจรถไว้ในตำแหน่ง ON โดยที่เครื่องยนต์ไม่หมุน
วิธีตรวจสอบ ใช้โวล์ทมิเตอร์วัดไฟที่ขั้วโซลินอยด์ของหม้อต้มแก๊ส หรือถ้าไม่มีมิเตอร์ อาจใช้หลอดไฟ
12V ต่อคร่อมที่ขั้วของโซลินอยด์ แล้วลองบิดสวิทซ์สตาร์ทสั้นไม่เกิน 1 วินาทีโดยไม่ให้เครื่องยนต์ติด
ปล่อยกุญแจไว้ที่ตำแหน่ง ON หลอดไฟจะต้องดับภายในเวลาไม่เกิน 5 วินาที ถ้าหลอดไฟยังคงติดค้าง
ให้รีบแก้ไขระบบไฟทันที เป็น safety เหมือนระบบปั๊มแรงดันน้ำมันที่ต้องหยุดทำงานเมื่อเครื่องไม่หมุน
6. Backfire หรือจาม สาเหตุใหญ่คือระบบจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ หรือปรับจ่ายแก๊สบางเกินไป
ถ้าเครื่องมีอาการจาม อาจทำให้กรองอากาศไหม้และหรือฉีกขาด ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้ท่อไอดีที่ทำด้วย
พลาสติกแตกเสียหาย
วิธีแก้ ให้ลองจูนเพิ่มแก๊สที่สกรูหม้อต้มแก๊ส ถ้ายังไม่หายให้ตรวจสอบระบจุดระเบิด หรือสายหัวเทียน
หลุด เสื่อม ชำรุด
การใส่วาล์วระบายแรงดันอาจจะไม่ได้ผลในการป้องกันการเสียหายเนื่องจากวาล์วมีขนาดเล็ก อาจจะระบาย
แรงดันออกไม่ทัน ถ้าเกิดอาการจามโดยจูนแก๊สเพิ่มแล้วยังไม่หายและต้องขับรถต่อไปก่อนที่นำไปแก้ไข
อาจใช้วิธีปลดคลิปล็อคฝากรองอากาศออก โดยที่ฝาครอบกรองยังสามารถครอบอยู่ได้ด้วยแรงกดทับ
เมื่อเกิดอาการจาม แรงดันภายในจะสามารถดันออกมาทางฝาครอบได้โดยไม่สร้างความเสียหาย
7. ไฟแสดงระดับแก๊สผิดเพี้ยน เกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น
7.1 ค่าโอห์มของเกจ์ผิด วิธีแก้ ให้มาร์คตำแหน่งเกจ์ก่อนถอดเกจ์ออกมา แล้วใช้แกนไขควงทาบด้านใต้
ของเกจ์เพื่อหมุนปรับให้เข็มขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสูงสุด หลังจากนั้นให้จูน R เกือกม้าที่กล่องจนไฟแสดง
ระดับแก๊สติดทุกดวง หมุน R กลับไปมาจนได้ตำแหน่งที่แน่นอน แล้วจึงใส่เกจ์ยึดกลับเข้าที่ถังแก๊ส
7.2 contact ของเกจ์ไม่ดี ไฟแสดงขึ้นลงไม่แน่นอน ให้มาร์คตำแหน่งเกจ์และถอดออกมาล้าง โดยใช้
ดอกสว่านขนาด 1.5 ถึง 2 มม. เจาะด้านข้างส่วนล่างของเกจ์ด้วยสว่านแท่น ไม่ควรใช้สว่านมือเพราะ
ควบคุมความลึกในการเจาะยาก อาจทำให้เกจ์เสียถ้าดอกสว่านเข้าลึกไปโดนแผงวงจร เสร็จแล้วใช้เสปรย์
ล้าง contact(งานไฟฟ้า)ชนิดน้ำมันฉีดเข้าไป(สเปรย์แบบแห้งใช้ไม่ได้ผล) ใช้แกนไขควงทาบใต้เกจ์เพื่อ
หมุนเข็มไปมาหลายๆรอบ ถ้ามีโอห์มมิเตอร์ให้ใช้วัดค่าความต้านทานไปด้วยเพื่อดูว่า contact ดีหรือยัง
เสร็จแล้วให้เสียบปลั๊กของเกจ์และใช้แกนไขควงกวาดเกจ์ไปมาพร้อมกับดูไฟแสดงระดับแก๊สว่าตรงและนิ่ง
7.3 เกจ์ผิดแบบ นอกจากค่าความต้านทานของเกจ์มีหลากหลาย แล้วยังมีค่ากลับกันได้ เช่น
เข็มขึ้นสูงสุด ค่า R เป็น 0 และเกจ์อีกแบบเข็มลดต่ำสุด ค่า R เป็น 0
ถ้าใช้เกจ์ผิดแบบ ไฟแสดงแก๊สจะสลับกันระหว่างเต็มถังและหมดถัง
วิธีแก้ ให้ปรับสวิทซ์ที่กล่อง หรือถ้าไม่มีที่ปรับ คงต้องเปลี่ยนเกจ์ให้ถูกแบบ
7.4 กล่องแสดงระดับแก๊สเสีย หรือสายไฟที่ปลั๊กกล่องหลุดหลวม
หวังว่า เนื้อหานี้จะมีประโยชน์ ถ้าส่วนใดไม่ถูกต้องหรือควรแก้ไข จะยินดีอย่างยิ่งถ้ามีผู้ต้องการแนะนำหรือเพิ่มเติม

|