จาก โกวเล้ง
พุธที่ , 23/3/2554
เวลา : 10:52
IP: 161.200.83.41
อ่านแล้ว = 21454 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ผมซื้อคัมรี่ ไฟท้ายตรง มาได้สองมีแล้ว
จากเต๊นท์แถวสายสอง พุทธมณฑล
เครื่องยนต์และช่วงล่าง ตามสภาพ ใช้ไปซ่อมไป
ใช้ได้ประมาณ 1 เดือน ก็ไปติดแก้ส LPG แบบดูด อู่ Wagen เชิงสะพานพระราม 5
ใช้มาได้ 1 ปี ค่อนข้างดี เรื่องแก้สไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาน้ำมัน สะดุดเมื่อเดินเบา
วันหนึ่งสตาร์ทเครื่อง จะขับกลับบ้าน ขับรถออกจากซอง ก็เหลือบเห็นว่า ไฟเอ็นจิ้นติด
เลยลองขอขับวนไปวนมาในที่ทำงานก่อน ถ้าพอใช้งานได้ค่อยขับกลับบ้าน
วนได้สองรอบครึ่ง ก็ดับกลางอากาศเลย เหมือนแบตฯหมด ทำอะไรไม่ได้อีกเลย สตาร์ทใหม่ก็ไม่ได้
แต่ไฟเก๋งติด กดแตรก็ไม่ดัง เลยเข็นเข้าจอดข้างทาง ทิ้งไว้ก่อน
รุ่งขึ้น ลองเอาแบตฯไปชาร์ต กลับมาใส่ ก็ใช้ได้ปกติ แต่ไฟเอ็นจิ้นติดเหมือนเดิม จึงตามช่างมาซ่อม
ช่างมารับรถไปเข้าอู่ ทำอยู่สองวัน เปลี่ยนหัวเทียน หัวฉีด ป้๊มหัวฉีด แล้วนำรถมาส่ง
ไฟเอ็นจิ้นยังติดอยู่ อาการสะดุด น้อยลง แต่ไม่หาย ช่างบอกว่าปกติ เลยไม่รู้จะทำไง ต้องทนใช้ไปก่อน
อีกสัก สองสามสัปดาห์ ดับไปเฉยๆบนทางคู่ขนานลอยฟ้า เครื่องร้อนมาก เกจ์ความร้อนไม่มากเท่าไหร่ เปิดกระโปรงดูมีควันและกลิ่นไหม้ เีรียกรถลากไปจอดที่ทำงาน
เช้า เข้าไปดูอีกครั้ง ช่างมาดูพอดี พบว่า น้ำมันพร่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่องคลายออกมา น้ำแห้ง ลองติดเครื่องดู ติดได้ แต่มีเสียงแต้กๆ ที่ฝาสูบ เลยสัณนิจฐานว่า ไม่ใช่สายไฟไหม้ แต่เป็นน้ำมันเครื่องหยดใส่ท่อไอเสียพอดี เลยมีควันขึ้นมา
ช่างเอารถไปเข้าอู่ สองวันก็ขับกลับมาให้ แล้วบอกว่า ตั้งวาวล์ให้แล้ว ที่ดังนี่เป็นเสียงปกติ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเปลี่ยนไส้กรอง เติมน้ำ ทำให้หมดแล้ว แต่ผมสังเกตดูยังมีกลิ่นไหม้ ช่างบอกว่า กลิ่นเก่า เดี๋ยวก็หาย
ผมขับกลับบ้าน รถว่าง ติดเล็กน้อยก่อนเข้าหมู่บ้าน เข็มความร้อนขึ้นสูงผิดปกติ พอถึงหน้าบ้านจอดรถไปเปิดประตู ก็เห็นน้ำไหลออกเป็นทาง รีบถอยรถเข้าบ้านจอดไว้ เอาคันอื่นใช้ก่อน
เช้าวันเสาร์ ตรวจดูพบว่า คอห่านน้ำร้อนที่มีเทอร์โมสตัด หัก เนื่องจากเครื่องร้อน ลองถอดเทอร์โมสตัดออก ซ่อมคอห่าน ก็ใช้งานได้ แต่เสียงดังแต้กๆ ที่ฝาวาวล์กวนใจอยู่ ใช้เช่นนี้อยู่หลายวัน รู้สึกไม่สบายใจ พึ่งช่างเก่าไม่ได้แล้ว เลยขอจบกับช่างที่หนึ่งไป
ถามเพื่อนฝูงอยู่หลายวัน ช่วยหาช่างดูแลรถคันนี้หน่อย ก็ได้ช่างรายที่สอง เปิดอู่ที่บ้าน อยู่แถวสวนสยาม เป็นช่างที่เก่งมาก เรียนมาจากสถาบันที่มีชื่อเสียง เลยลองให้ทำดู
ที่สำคัญคือ ช่างสังเกตเห็นจุดที่น้ำรั่วและชี้ให้เห็น ผมมองดูเห็นน้ำหยดออกมาพอดี (ช่วงนี้ไม่ได้ใส่วาวล์น้ำ เครื่องไม่ร้อน)
ใช้เวลาทำอยู่ประมาณ 2-3 เดือน โอเวอร์ฮอลเกือบหมดทุกชิ้น ยกเว้นเฟืองราวลิ้น สี่หมื่นกว่าบาท
พ้น 2000 กม. ไปให้ดูอีกครั้ง พบว่าน้ำมันเครื่องรั่วนิดหน่อย น้ำหยดที่ตาน้ำเพราะเห็นคราบน้ำชัดเจน นัดมาซ่อมใหม่อีกครั้ง พร้อมอาการสะดุดที่เดินเบา ที่ยังไม่หายเสียที ช่างบอกว่าต้องเปลี่ยนปีกผีเสื้อให้ถูกรุ่นพอดี ซึ่งผมเองก็ซื้อเปลี่ยนมาแล้วหนหนึ่งแต่ไม่หาย ช่างแนะนำให้เปลี่ยนอีก ผมก็ตามใจ
หมดไปอีก หมื่นกว่าบาท เปลี่ยนปีกผีเสื้อ กล่องอีซียู หัวเทียน คอยล์ แล้วช่างบอกว่าหายแล้วแต่ใช้แก้สไม่ได้
ผมขับรถกลับ อาการเบาสะดุดยังเหมือนเดิม แต่ไม่ถึงกับดับกลางอากาศ เรียกว่าดีขึ้น ถ้าช่างบอกว่าดีแล้ว ผมก็คงต้องใช้วิธีเดิม คือไปหาช่างใหม่ หรืออาจต้องลงมือทำเองอีกแล้ว
ไปที่ศูนย์โตโยต้า เซียงกง เพื่อให้ทางศูนย์ตรวจให้หายสงสัย เพราะผมสงสัยว่า ตั้งไฟมาถูกต้องหรือไม่
ช่างที่หนึ่ง ไม่ต้องพูดถึง เป็นพวกช่างเถอะช่างพูด ถอดล้อเปลี่ยนล้อได้เท่านั้น ถามทฤษฎีนิดหน่อยก็โมเมเรื่อยเปื่อย
ช่างที่สอง เรียนมา มีความรู้ มีประสบการณ์ แต่ขาดตรรก ยังคงใช้วิธีเดาเอาจากประสบการณ์ ว่าอะไรเสีย ไม่รู้จักใช้เครื่องมือวัด ที่อู่ไม่มีไทมิ่งไลต์ ไม่มีเครื่องวัดแรงอัด มีแต่เครื่องมือถอดประกอบ กับมัลติมิเตอร์ 1 ตัว ซึ่งที่บ้านผมก็มีเท่านี้เช่นกัน
ไปที่ศูนย์ คนรับเรื่องถามอาการ และทำอะไรมาบ้างแล้ว ผมก็เล่าให้ฟังว่าทำไปแล้วดังนี้
1. น้ำแห้งเครื่องพัง โอเวอร์ฮอลใหม่
2. เบาสะดุด เปลี่ยนหัวเทียนมาแล้ว 3 ครั้ง ใน 1 เดือน
3. เปลี่ยนชุดปีผีเสื้อ มาแล้ว 3 ครั้ง ใน 2 เดือน
4. เปลี่ยนกล่อง อีซียู มาแล้ว
เหลือแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนสายหัวเทียนสี่หัวนี่เท่านั้นแหละ
ผมขอให้ทางศูนย์ เช็คดูสักครั้งว่าควรทำอย่างไร ถ้าเป็นไปได้ ช่วยตั้งไฟให้หน่อย เห็นช่างเดิมบอกว่าตั้งไม่ได้เพราะไม่ใช้จานจ่าย ผมก็เถียงว่า มันมีขีดมาร์คให้ดูที่พู่เลย์ ก็ควรจะตั้งได้ หรือถ้าตั้งไม่ได้ ก็ดูหน่อยว่าไฟถูกต้องหรือไม่ คือต้องการรู้ว่าถูกหรือผิดจากเครื่องมือ ไม่ใช่การเดา ผู้รับบอกว่า ไทมิ่งไลต์หมดสมัยแล้วครับ เดี๋ยวนี้เขาใช้คอมพิวเตอร์เช็คกันทั้งนั้น ผมไม่อยากพูดมากกว่านี้ เลยให้ลองทำดู
ประมาณ 20 นาที ก็ได้ข้อสรุป ว่า
ทุกอย่างปกติ ช่างแนะนำให้ลองไปเปลี่ยนสายหัวเทียนทั้งสี่สายดู
คิดเงินค่าตรวจ 475 บาท
ผมหัวเราะ บอกว่า ถ้าคุณคิดว่าสายหัวเทียนเสีย คุณเปลี่ยนให้ผมเลย อยากรู้เหมือนกันว่าเสียจริงหรือไม่ คอมพิวเตอร์บอกคุณออกมาเลยหรือว่าให้ลองเปลี่ยนสายหัวเทียน มันเก่งขนาดนั้นเชียวหรือ ได้รับคำตอบอ้อมแอ้มว่า ไม่มีของ ผมถามต่อว่า ไปเบิกมาเลย ถ้าเปลี่ยนแล้วหาย ผมให้สิบเท่า แต่ถ้าไม่หาย คุณจะทำอย่างไร ผู้รับรถก็ได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนๆ ผมเลยบอกว่า นี่คือที่สุดท้ายที่ผมจะพึ่งได้แล้วใช่ไหม มิน่า คนถึงเก็บเงินเก็บทองผ่อนรถใหม่กัน เพราะรำคาญช่างนี่เอง
ยังไม่จบครับ
ผมเริ่มลงมือเอง โดยการลองสับใช้แก้สดู (น้ำมันพอใช้ได้ เบาสะดุด) ไปลองขับดู ดับกลางอากาศบ่อยมาก ใช้ไม่ได้
อาจมีอะไรเสียในระบบแก้ส แต่ตรรกไม่ใช่ เพราะก่อนยกเครื่องมันยังใช้ได้ดีอยู่
ลองไปที่อู่ติดแก้ส Wagen ให้จูนดู เล่าเรื่องให้ฟัง คุณติ้กเจ้าของก็เป็นกันเองและบริการดีมาก สักครู่ช่างก็มาจูนให้ แต่ไม่สามารถจูนได้ เนื่องจากสะดุดนั่นเอง แนะให้เปลี่ยนหัวเทียน เจียรวาวล์ บอกว่าจะให้รู้แน่ๆ ก็ต้องถอดดูอีกครั้ง
ผมรู้สึกวนไปวนมา
แต่ละแห่งแต่ละช่าง เมื่อนำรถมาให้ตรวจครั้งแรก ก็จะว่ารถเสียอย่างโน้นเสียอย่างนี้ ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำแล้วดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ พอให้ทำแล้ว ไม่หาย แค่ดีขึ้นนิดหน่อยก็บอกว่าดีแล้ว หายแล้ว แรง เร็ว ดีมาก
ช่างที่หนึ่ง ผมตัดทิ้งไป เพราะคือประเภทถอดน้อตเปลี่ยนน้อตเท่านั้น
ช่างคนที่สอง อยู่ในระดับหายาก ทำงานละเอียด ผมคิดว่า ยังจะพึ่งพาอยู่ต่อไป แต่เป็นโอกาสหลัง เพราะตัวช่างเองท้อแท้แล้ว ถึงขนาดยอมโกหกตัวเอง ว่าอาการรถที่ส่งคืนมา ใช้การได้ดีแล้ว เนี้ยบ (เจ้าของไม่เนี้ยบด้วย)
ช่างยังแนะนำให้เปลี่ยนเป็นหัวฉีดแก้ส หายร้อยเปอร์เซนต์ (ผมจะเชื่อท่านได้อย่างไร ในเมื่ออาการสะดุดท่านบอกว่าหายแล้ว ผมยังรู้สึกว่าเหมือนเดิม)
ศูนย์ฯเซียงกง ผมให้ตก เท่ากับช่างที่หนึ่ง (ถ้าจะไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ลูกหมาก ล้อ พอไหว ยากๆอย่าไปทำ)
อู่ Wagen ผมให้ผ่าน เพราะไม่เกี่ยวกับทางอู่ เครื่องยนต์ต้องพร้อมก่อน ทางร้านรับผิดชอบเรื่องแก้สได้ดีอยู่แล้ว
ทุกวันนี้ผมใช้น้ำมันตลอด สะดุด แต่ไม่ดับ ก็พอทนใช้ครับ
ทีนี้มาถึงคำถาม และขอคำแนะนำถ้าผู้รู้ท่านใดจะเมตตาตอบมา
เงื่อนไข 1. ผมจะไม่ขายทิ้ง เพราะไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาของผม ที่ผ่านมาผมซื้อรถมือสองตลอดมา ใช้ไปซ่อมไป ยิ่งใช้รถยิ่งดีกว่าเดิม เพิ่งมีคันนี้ที่ยังไม่ดีสักที คันเก่าผมอีสุสุ 15 ปีแล้วยังไม่เปิดฝาสูบซ่อมเลย บำรุงรักษาเองตลอด ตอนนี้เกษียณแล้วทำไม่ไหว ปีที่แล้วเพิ่งไปเชียงรายมา ไม่มีปัญหา
2. ไม่ใช้วิธีลองเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ เว้นแต่เปอร์เซนต์สูงมากว่าใช่ และราคาไม่แพง มิฉะนั้นแล้วจะดูเหมือนโง่
3. ถ้าไม่มีเครื่องมือวัด ก็ต้องใช้วิธีลองเปลี่ยน แต่เปลี่ยนแล้วต้องหาย ไม่หาย เปลี่ยนกลับ เพราะของที่มาเปลี่ยนให้ ไม่แน่ใจว่าจะดีกว่าเดิมหรือไม่
ผมไม่ใช่ช่างอาชีพ ไม่ได้เรียนมาทางช่างยนต์ แต่เรียนมาทางไฟฟ้าสื่อสารอิเล็คโทรนิคส์ ควบคุมอัตโนมัติต่างๆ
ประสบการณ์งานช่างก็ 30 กว่าปีกับรถตัวเองและเพื่อนๆที่ไว้ใจให้ไปช่วยซ่อมเท่านั้น (หยุดมาสิบกว่าปีแล้ว)
4. ผมต้องการใช้แก้สได้ LPG จะติดหัวฉีดก็ได้ แต่ต้องใช้ได้ ไม่ดับกลางทางบ่อยๆ ถ้าใช้แก้สไม่สะดุด อาการสะดุดเวลาใช้น้ำมันนี้ไม่ต้องแก้ไขให้ผมก็ได้ เพราะรับได้ แต่อาการเสียนี้ผมว่าเป็นที่ระบบจุดระเบิดแน่นอน
อู่ไหน อยากลองทำ โพสท์มาเลยครับ
|