จาก joblovenuk
จันทร์ที่ , 16/8/2553
เวลา : 14:50
IP: 125.25.14.248
อ่านแล้ว = 2864 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
......................เท่าที่สังเกตุรถยนต์ตัวเองนะครับ เครื่องยนต์ก็ใช้งานได้ดีพอสมควรอยู่ ไม่มีสะดุดหรือติดขัดอะไร ปัญหาหลักๆก็คงจะเกิดจากบ่าวาล์ว เข้าใจว่าเพราะแก๊ซมันมีความร้อนกว่าน้ำมัน ทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักกว่าปกติ !! ส่งผลให้ เกิดการสตาร์ทติดยากกว่าปกติ ?? เพิ่งเป็นประมาณ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาครับ โดยมีอาการแรกเริ่มด้วยการเริ่มสตาร์ทติดยากขึ้น อาจจะต้องหมุนกุญแจสตาร์ทเครื่อง 2 - 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นทุกครั้งนะครับ บางครั้งก็ติดง่าย บางครั้งก็ต้องสตาร์ทหลายที ทั้งๆที่เปลี่ยน แบตเตอรี่ / น้ำมันเครื่อง / หัวเทียน แล้ว และช่างก็ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับไดสตาร์ท เพราะไดสตาร์ททำงานปกติดี รวมทั้งจานจ่ายไฟด้วย ก็น่าจะปกติ !!
......................พยายามแก้ปัญหาด้วยการเข้าไปหาช่างที่อู่นอก และอู่ที่ติดตั้งแก๊ซ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า ล้างเครื่องยนต์ด้วยออโต้ลูป ? กับปรับจูนอีกนิดหน่อยให้สตาร์ทติดง่ายขึ้น ไม่รวมเปลี่ยนหัวเทียนไปก่อนหน้านั้นนะครับ !! ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าซีเรียสอะไร พี่ที่คุ้นเคยกันบอกว่า ปัญหานี้ไม่หนักหนา ถ้าไม่เป็นถึงขนาดสตาร์ทไม่ติดเลย หรือต้องสตาร์ทหลายรอบมากกว่าจะติด ค่อยเข้าอู่อีกทีละกัน ? กับอีกจุดที่เป็นปัญหาที่พอจะสังเกตุได้ก็คือ รถเริ่มตัดเข้าน้ำมันช้า คือระบบ LPGที่ติดตั้ง เป็นแบบหัวฉีด ซึ่งจะต้องสตาร์ทด้วยน้ำมัน ผิดกับระบบดูด ที่ใช้แก๊ซเป็นตัวสตาร์ทเลย เค้าบอกว่าระบบดูด จะมีตัวกรองอะไรสักอย่าง ??
......................ซึ่งถ้ามีตัวกรองที่ว่านี้ เครื่องยนต์ก็จะไม่ร้อนเท่ากับไม่มีตัวกรองอย่างระบบหัวฉีด ? ก็เลยงงๆ ไม่รู้ว่าแอบคิดผิดหรือเปล่า ที่ติดตั้งแบบหัวฉีดซึ่งแพงกว่า แต่มีผลกระทบแบบที่มารู้ทีหลัง จริงๆก็ทำใจไว้แล้วนะครับ และศึกษาข้อดี ข้อเสียของการติดแก๊ซมาก่อนหน้าแล้ว เพราะทุกอย่างย่อมมีราคาในตัวของมันเอง ไม่ใช่ว่าผมจะคิดถึงแต่แง่ดี เรื่องการประหยัดค่าน้ำมันอย่างเดียว ก็พร้อมอยู่แล้วที่จะรับผลกระทบที่เกิดจากการติดตั้งแก๊ซในรถยนต์อยู่เหมือนกันครับ !! ถามที่อู่แก๊ซ เค้าก็โยนไปที่ระบบน้ำมัน ถามที่อู่น้ำมัน ก้อโยนไปที่ร้านแก๊ซ คือผมมองว่าปัญหาที่เกิด มันค่อนข้างซับซ้อน ต้องอาศัยช่างที่เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ปัญหาน่ะครับ เค้าเลยไม่อยากทำ
......................ผมกำลังหมั่นเก็บข้อมูลไปด้วย ตอนนี้เท่าที่ประเมินด้วยสายตา ผมคิดว่า รถกินน้ำมันประมาณวันละ 1 ลิตร ( คร่าวๆ ) จากการสตาร์ทแค่วันละ 2 - 3 ครั้ง จะบอกว่าเป็นเพราะรถร้อนช้า ก็เลยตัดเข้าแก๊ซช้า ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นเหตุผลเดียว เพราะนอกจากจะตัดเข้าน้ำมันช้ากว่าช่วงแรกๆที่ขับ อย่างเมื่อก่อน สตาร์ทไม่เกิน 1 นาทีก็เข้าแก๊ซแล้ว เด๋วนี้บางทีปาเข้าไปเกือบ 5 นาทีถึงจะตัดเข้าแก๊ซ ? คือถ้าสาเหตุหลักของการที่รถกินน้ำมัน เกิดจากการที่ตัดเข้าน้ำมันช้าอย่างเดียว ผมก็คงไม่ซีเรียสอะไร กลัวอย่างเดียวว่าจะเกิดการรั่ว หรือว่าปัญหาตรงจุดอื่นผสมเข้าไปด้วย เพราะว่าบางทีตอนสตาร์ท ได้กลิ่นน้ำมันเข้ามาในห้องโดยสารอยู่บ้าง ??
......................ตอนนี้กำลังพยายามเช็คดูว่า ถ้าวิ่งแก๊ซเต็มถัง จะวิ่งได้กี่กิโล เพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนหรือเปล่า อย่างเมื่อก่อนเติมเต็มถัง รถวิ่งได้ประมาณ 650 กิโล แต่ถ้าเด๋วนี้วิ่งได้ถึง 700 กิโล ( สมมุติ ) ก็แสดงว่า รถกินน้ำมันแล้วตัดเข้าแก๊ซช้าจริง แต่ถ้าวิ่งได้เท่าเดิม แต่กินน้ำมันเพิ่มขึ้น อันนี้ก็ต้องหาข้อสรุปกันต่อไปว่า น้ำมันที่หายมันหายไปใหน ? จริงๆการที่น้ำมันลดลงไประดับนี้ ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไรนะครับ แต่ก็รู้สึกเสียดายนิดๆว่า ทำไมเราจะต้องจ่ายตังเพิ่มขึ้น อย่างเมื่อก่อนเติมน้ำมันครึ่งถัง ไว้สำหรับสตาร์ทรถ เดือนนึงก็อยู่ได้สบายๆ แต่เดี๋ยวนี้ ถ้าจะให้อยู่ได้ทั้งเดือน ต้องเติมกันแบบเต็มถังเลย ? จำได้ว่าเมื่อก่อน เติมเดือนละ 3 - 400 ก็สบายแล้ว แต่ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น เดือนละ 700 / 800 บ. ต้องสังเกตุกันต่อไปว่า ต่อไปจะกินมากกว่านี้ หรือว่าอยู่ในระดับนี้ ถ้าเสียค่าเชื้อเพลิง เดือนละไม่เกิน 4000 บ. ก็ถือว่าพอรับได้ !!
http://www.pandagroup.pantown.com/
|