จาก รีฟมารบุรพา
เสาร์ที่ , 28/6/2551
เวลา : 02:43
IP: 198.208.171.125
อ่านแล้ว = 1103 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ปัจจุบันมันน้ำมันแพงมากขึ้น lpgที่ผมใช้งานอย่เริ่มปั่นป่วนเนื่องมาจาก ปตท กำลังจะบีบพวกที่ใช้lpgให้หน้าเขียว พวกที่ยังใช้อย่จะได้หันไปพึ่งngv จะได้ผูกขาดแต่จ้าวเดียวในปีเทศไทยครองความยิ่งใหญ่แต่เพียงผุ้เดียว แต่อนิจจา สิ่งมีชีวิตย่อมมีหนทางของตัวเอง พระเจ้าผู้สร้างโลกไม่ได้หยุดยั้งความฉลาดของมนุษย์ไว้แค่เพียงสมองอันเล็กเท่ากำปั้น
หลายอย่างที่พระเจ้าผุ้สร้างโลกได้ทิ้งไว้ รอการค้นพบ และนำมาใช้ เมื่อถึงคราวจำเป็น
...
...
สมัยก่อนโน้นจำได้ตอนผมยังเป้นเด็ก บ้านขายของชำอย่ในตัวอำเภอ และหนึ่งในนั้นคือตะเกียงแก้สดักกบเคยเหนอากงผมเอาก้อนแก้สใส่ลงไปแล้วเติมน้ำตามไปสักพักก็เปิดวาวล์แล้วใช้ไฟแช็คจุด ก็ติดพรึ้บสว่าง คนบ้านนอกเห็นว่าตะเกียงใช้ได้ก็ซื้อกลับไปหาดักกบเขียดตามบ้านนอก
...
...
ก้อนแก้สที่ว่านี้ผลิตได้จากถ่านหินซึ่งมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับน้ำมัน และหินปูนที่พบได้ในแทบทุกจังหวัดของประเทศไทย จากขบวนการผลิตก่อให้เกิดเป้น แก้สคาร์ไบน์ แก้สนี้สมัยก่อนหาได้ง่ายมากเพราะเป้นแก้สที่ใช้บ่มให้ผลไม้สุกเร็วเช่นบ่มกล้วย หรือมะม่วง มะละกอ ได้ทั้งนั้น
...
...
เมื่อก้อนแก้สนี้เจอกับน้ำเข้า ก็จะทำให้เกิดปฎิกิริยาเคมีก่อให้เกิดแก้สที่สามารถให้พลังงานความร้อนมาก นำไปเชื่อมเหล็ก อ้อกเหล็ก ได้จะเห้นได้ทั่วไปตามร้านตัดเหล็ก ร้านท่อไอเสีย
...เมื่อจะนำมาใช้กับรถยนต์ทดแทน lpg,ngv น้ำมัน ซึ่งกำลังจะราคาแพงสูงขึ้นเรื่อยๆ
และเป็นอิสระจาก ปตท สามารถทำได้โดยลักษณะ "ตามความต้องการของเครื่องยนต์"หรือ "on demand"
...ขอบคุณ k.ช่างกล หนุ่ม จากพันทิปที่ชี้เบาะแส ผมเพียงนำมากระจายข่าวเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักประดิษฐืไทยพัฒนาต่อยอดได้ ตัวผมก็จะคิดอย่เบื้องหลังคับหาวิธิอย่คงค่อยๆไปเพราะเครื่องไม้เครื่องมือมีตามอัตภาพคับ
มีคนที่ทำสำเร็จและนานมาแล้วด้วยคับ ปริมาณแก้สที่ได้มันมากพอที่จะทำให้รถยนต์วิ่งได้แต่สัมยก่อนก่อนโน้นคงยังไม่มีตัวแลมด้าขายเลยเหมือนยังเป็นปันหาของฝรั่งคนที่ทดลองอย่(ตอนนี้เขาน่าจะแฮปปี้ไปนานแร้ว) ไม่ยากเหมือนแยกไฮโดรเจนโดยอิเลคโตรไลซิสคับ ได้ผลลัพธ์ปริมาณแก้สต่างกันเยอะเลย
เวบไซท์อ้างอิงข้างล่างคับอ่านแล้วไปต่อยอดได้เลย สำเร็จแล้วอย่าลืมมาเผยแพร่ต่อด้วยนะคับจะทำขายก็ดีจะรอซื้อกัน
http://www.motherearthnews.com/Green-Transportation/1980-03-01/I-Run-My-Car-on-Acetylene.aspx?page=2
|