จาก คนปากช่อง
จันทร์ที่ , 2/6/2551
เวลา : 19:14
IP: 125.24.196.135
อ่านแล้ว = 2437 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V6666786/V6666786.html
ในที่สุด corolla CNG ก็มาก่อนสำหรับ taxi
ส่วนรถบ้านจะตามมาทีหลัง ใครรอซื้อรถได้ก็รอ
เมื่อไร CIVIC CNG จะมาน้อ.........
------------------------------------
http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/02/news_262955.php
ประธาน โตโยต้า เตรียมส่ง โคโรลล่า ซีเอ็นจี ทำแท็กซี่ ส.ค.นี้ เผยเหตุ ไม่ผลิตวีโก้ เครื่องยนต์ซีเอ็นจี หลังพบปัญหา เครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นายมิทซึฮิโระ โซโนดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ราคาน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าราคาน้ำมันเบนซิน โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ทั้ง อี 10 และ อี 20 (เชื้อเพลิงผสมระหว่างเบนซินและเอทานอล) แต่ทางโตโยต้าก็ยังยืนยันว่าไม่คิดจะผลิตรถปิกอัพ เครื่องยนต์ระบบ 2 เชื้อเพลิง คือเชื้อเพลิงผสมระหว่างดีเซลและก๊าซธรรมชาติเหลวอัด หรือซีเอ็นจี (CNG) เนื่องจากพบว่า รถปิกอัพเครื่องยนต์ซีเอ็นจี ที่ทำงานในลักษณะฉีดเชื้อเพลิงผสมนั้น สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ยากเมื่ออยู่ในสภาพอากาศเย็น ซึ่งปัญหาทางเทคนิคนี้จะส่งผลให้เกิดปัญหาในการใช้งานแก่ผู้บริโภค
นาย โซโนดะ กล่าวว่า โตโยต้าเลือกผลิตรถยนต์ ซีเอ็นจีในส่วนของรถยนต์นั่งรุ่นโคโรลล่า อัลติส และจะผลิตออกสู่ท้องถนนเมืองไทยในเดือนส.ค.นี้ โดยจะทำการทดลองตลาดในส่วนของรถยนต์สาธารณะคือแท็กซี่ก่อน ก่อนที่จะทำตลาดในตลาดใหญ่ในอนาคต
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาสำคัญอีกอย่างของรถปิกอัพ เครื่องซีเอ็นจี คือการสูญเสียพื้นที่บรรทุกสินค้าในกระบะไปให้กับถังบรรจุก๊าซ ซึ่งเป็นอรรถประโยชน์ที่กลุ่มลูกค้าปิกอัพต้องการ ในส่วนของลูกค้าที่ใช้รถเพื่อกิจกรรมพิเศษเช่น ออฟโรดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อนั้น ก็มีวัตถุประสงค์ใช้งานชัดเจน ลูกค้าที่จะใช้ซีเอ็นจีก็คงต้องรอโคโรลล่า ซีเอ็นจี แต่ในอนาคตหากเราสามารถพัฒนาพื้นที่วางถังก๊าซที่เหมาะสมได้โดยที่ไม่สูญ เสียพื้นที่กระบะบรรทุก ก็อาจจะมีการทบทวนการผลิตปิกอัพ ซีเอ็นจีอีกครั้ง เนื่องจากทิศทางพลังงานและยานยนต์ในอนาคตมาทางนี้แล้ว
ล่าสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TMAP-EM) และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) ลงบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาน้ำมัน Bio-Hydrogenated Diesel (BHD) กับสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ คุณสมบัติเทียบเท่าน้ำมันดีเซล
โดยการศึกษาวิจัยจะนำน้ำมันพืชมา ผ่านกระบวนการ Hydrogenation (ใช้ไฮโดรเจน) เพื่อให้ได้น้ำมัน Bio-Hydrogenated Diesel ที่มีโครงสร้างเช่นเดียวกับน้ำมันดีเซล แต่คุณภาพสูง ด้วยค่าซีเทนกว่า 80 (ดีเซลปกติ 50) ช่วยให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่าย เผาไหม้สมบูรณ์ ขณะเดียวกันยังสามารถผสมในน้ำมันดีเซลได้มากกว่า 10% (B10) ทั้งนี้น้ำมัน BHD เป็นเทคโนโลยีใหม่ และประเทศอย่างบราซิล และฟินแลนด์เพิ่งเริ่มการศึกษาเช่นกัน
นายเรียวอิจิ ซาซากิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง กล่าวว่า BHD ถือเป็นความหวังใหม่ของน้ำมันดีเซล เพราะสามารถผลิตได้จากวัตถุดิบหลายประเภท ซึ่ง โตโยต้าได้ให้การสนับสนุนรถยนต์ เครื่องยนต์ รวมถึงเทคนิคเพื่อการประเมินผล ซึ่งขั้นต้นตีกรอบการศึกษาไว้ 2 ปี ก่อนจะนำมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ต่อไป
|