จาก kyouza
อาทิตย์ที่ , 11/5/2551
เวลา : 09:27
IP: 125.26.2.101
อ่านแล้ว = 1927 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ระดับราคาน้ำมันในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยผลกระทบโดยตรงที่ต้องประสบคือ ราคาน้ำมันในประเทศขยับใกล้ลิตรละ 40 บาทขึ้นไปทุกที และมีแนวโน้มว่าจะถึง 40 บาทต่อลิตรอย่างแน่นอน ราคาน้ำมันส่งผลให้ค่าครองชีพของคนไทยปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่กระทรวงพลังงานออกมาประกาศว่าจะไม่มีมาตรการรองรับ หรือการแทรกแซงราคาน้ำมันอีกต่อไป เนื่องจากเห็นว่าการแทรกแซงราคาน้ำมัน ไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงระยะยาวแต่อย่างใด ประกอบกับรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้อีกต่อไปแล้ว และให้ประชาชนจะต้องหาวิธีประหยัดการใช้พลังงานกันเอาเอง
การไม่เข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมัน เป็นเรื่องที่รัฐบาลตัดสินใจถูกต้อง เพราะการแทรกแซงราคาน้ำมัน จะกลายเป็นภาระหนี้ก้อนโตของประชาชนในอนาคต เหมือนอย่างที่เป็นอยู่
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลจะต้องมีแนวนโยบายทิศทางการใช้พลังงานทดแทนของประเทศให้ชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นแผนการพัฒนาแก๊สโซฮอล์ ให้อยู่ในระดับอี 10 อี 20 หรือ อี 85 รวมถึงพลังงานทดแทนอย่างก๊าซธรรมชาติ ทั้งเอ็นจีวี และแอลพีจี (ก๊าซหุงต้ม)
โดยเฉพาะในส่วนของก๊าซเอ็นจีวี มีความชัดเจนเพียงอย่างเดียวว่าในสิ้นปีนี้ จะมีปั๊มเอ็นจีวีของบริษัท ปิโตรเลียมไทย (ปตท.) 240 กว่าแห่งทั่วประเทศ ขณะที่นโยบายการส่งเสริมในแบบอื่นๆ นั้นแทบจะไม่เกิดขึ้น ว่าจะสนับสนุนให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือรถยนต์นั่งทั่วไปเติมเอ็นจีวี
ปัจจุบันผู้ใช้รถยังสับสนกับนโยบายของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับพลังงานที่จะใช้เติมรถยนต์ ว่าจะซื้อรถยนต์ที่ใช้น้ำมันอี 20 หรือจะซื้อรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี หรือจะนำรถยนต์ไปติดก๊าซแอลพีจี ดี
ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ ก็ยังเก้ๆ กังๆ กับนโยบายของภาครัฐ ว่าจะไปในทิศทางใด จะได้วิจัยและพัฒนารถยนต์ไปในทิศทางเดียวกับพลังงานของประเทศไทย เพราะขณะนี้ยังไม่มีค่ายรถยนต์ใด กล้าลงทุนสร้างไลน์การผลิตรถยนต์ที่ติดตั้งถังก๊าซเอ็นจีวี ออกมาจากโรงงานแต่อย่างใด จะมีก็แต่นำรถจากโรงงานไปให้อู่ติดตั้ง และรับประกันให้เท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศส่งเสริมให้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 มาอีกในอนาคตอันใกล้ ยิ่งทำให้เกิดความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางพลังงานทดแทนมากขึ้น ว่าต่อไปนี้ควรจะผลิตรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีได้ หรือจะผลิตรถยนต์ที่เติมแก๊สโซฮอล์ อี 85 ได้กันแน่
รวมไปถึงผู้บริโภคด้วยว่า จะตัดสินใจใช้รถที่ใช้พลังงานใดเป็นหลักกันแน่ หากตัดสินใจซื้อรถที่ใช้เอ็นจีวีเป็นหลัก แล้วรัฐบาลไม่สนับสนุนให้เกิดการใช้งานมากกว่าที่เป็นอยู่ ปริมาณปั๊มเอ็นจีวียังมีอยู่น้อยมาก เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เติมเอ็นจีวี แต่ละครั้งต้องรอคิวครึ่งค่อนชั่วโมง หรือจะรอซื้อรถยนต์ที่ใช้น้ำมันอี 85
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องกำหนดแผนพลังงานของประเทศว่า ประเทศไทยจะก้าวไปในทิศทางใด อย่าพูดเหมือนที่ผ่านมาว่า เราจะเดินหน้าควบคู่ไปกับพลังงานทดแทนทั้งสองประเภท ไม่ว่าจะเป็นเอ็นจีวี และอี 85 ทั้งนี้ เพราะเมื่อทุกอย่างมีทางเดินที่ชัดเจนแล้ว ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน ก็จะช่วยผลักดันให้แผนพลังงานของประเทศเดินไปอย่างแข็งแรง
แต่หากแผนไม่มีความชัดเจน ก็จะมีแค่กระทรวงพลังงานเพียงหน่วยงานเดียว ที่ออกมาเต้นออกมาตรการโน่น มาตรการนี่ โดยที่หน่วยงานอื่นๆ ไม่สามารถรวมตัวให้เกิดพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ และนั่นหมายความว่านโยบายที่เกิดขึ้นไม่สามารถก่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมตามที่กระทรวงพลังงานต้องการให้เกิดขึ้นได้
กระทรวงพลังงานต้องระดมสมองของทุกส่วนฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดทิศทางพลังงานของไทยให้ชัดเจน เพื่อที่คนไทยจะได้มีพลังงานใช้ต่อไปอย่างยั่งยืน
|