จาก twonews
พุธที่ , 11/1/2555
เวลา : 13:51
IP: 58.9.213.177
อ่านแล้ว = 8631 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล โดยคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน
โครงการสัมมนา
เรื่อง จับตายุทธการกินรวบประเทศไทย
ตอน การขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG
จัดโดย
คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา
โดย คณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังาน
ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน
วันพุธที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐ ๑๔.๐๐ นาฬิกา
ณ โรงแรมเอเชีย ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร
-----------------------------
๑. หลักการและเหตุผล
ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ เห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวีจากราคา ๘.๕๐ บาท/กิโลกรัมเพิ่มอีกกิโลกรัมละ ๖ บาท รวมเป็น ๑๔.๕๐ บาท/กิโลกรัม โดยให้ทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซ NGV เดือนละ ๐.๕๐ บาท/กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ จนถึงธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ รวม ๑๒ ครั้ง พร้อมทั้งให้เริ่มปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซ LPG หรือก๊าซหุงต้มสำหรับภาคขนส่ง เดือนละ ๐.๗๕ บาท/กิโลกรัม (๐.๔๑ บาท/ลิตร) โดยปรับตั้งแต่วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕ พร้อมกับการขึ้นราคา NGV จนไปสู่ต้นทุนโรงกลั่นน้ำมัน ด้วยเหตุผลว่า เพื่อให้ราคาจำหน่ายสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
การประกาศปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG ดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งได้อออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้านเนื่องจากเห็นว่า เป็นการปรับขึ้นราคาก๊าซอย่างไม่เป็นธรรมและส่งผลกระทบต่อต้นทุนการประกอบการ และจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องถึงประชาชนในระยะยาว ซึ่งชุมนุมสหกรณ์บริการเดินรถแห่งประเทศไทย จำกัด ได้มีหนึงสือร้องเรียนถึงคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เพื่อขอให้ศึกษาตรวจสอบนโยบายการปรับขึ้นราคาก๊าซของรัฐบาลดังกล่าวว่ามีความเป็นธรรมต่อประชาชนหรือไม่
ในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน ในคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้ศึกษาตรวจสอบ เรื่อง ธรรมาภิบาลในระบบพลังงานของประเทศ และได้จัดทำเป็นรายงานเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา ๒ เล่ม โดยเล่มที่ ๑ คือรายงานศึกษาเรื่อง ธรรมาภิบาลในระบบพลังงานของประเทศ ภาคแรก ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเห็นชอบ ในการประชุมครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันอังคารที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ และเล่มที่ ๒ คือ รายงานศึกษารื่อง ธรรมาภิบาลในระบบพลังงานของประเทศ ภาคสอง ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบ ในการประชุมครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๓ ต่อมา รายงานการศึกษาทั้งสองฉบับดังกล่าว ได้ถูกจัดพิมพ์รวมเป็นเล่มเดียวกันและเผยแพร่ในการสัมมนา เรื่อง ปัญหาราคาก๊าซ LPG : ความจริงที่รัฐบาลปกปิด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯจัดขึ้นเมื่อเมื่อวันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ ครั้งที่รัฐบาลประกาศให้งดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันสำเร็จรูป ๓ ชนิด คือ น้ำมันเบนซิน ๙๑ น้ำมันเบนซิน ๙๕ และน้ำมันดีเซล และมีแผนลอยตัวเชื้อเพลิงทุกประเภทในอนาคตรวมทั้งก๊าซ LPG และ NGV นั้น
จากผลการศึกษาและจากการจัดประชุมสัมมนาหลายครั้งที่ผ่านมาของคณะกรรมาธิการฯ พบว่า นโยบายการลอยตัวเชื้อเพลิงทุกประเภทของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการประกาศให้ปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG และ NGV ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก โดยอ้างถึงความต้องการให้ราคาเชื้อเพลิงสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง โดยใช้ฐานข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนรอบด้าน และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใหญ่หลวง
ดังนั้น เพื่อให้ประชาชน สื่อมวลชน และสังคมได้เข้าถึงข้อมูลปัญหาในกิจการพลังงานของประเทศอย่างครบถ้วนรอบด้าน รวมทั้งให้ทราบถึงปัญหาโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติที่ถูกบิดเบือน คณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นสมควรให้มีการจัดสัมมนา เรื่อง จับตายุทธการกินรวบประเทศไทย ตอน การขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป
๒.วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างราคาก๊าซ LPG และก๊าซ NGV
๒. เพื่อนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงด้านโครงสร้างราคาก๊าซ LPG และก๊าซ NGV ของประเทศไทยที่ไม่ได้มีการกล่าวถึงในระดับนโยบายของรัฐบาล
๓. เพื่อรวบรวมจัดทำเป็นข้อเสนอรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้นำเสนอ
๑. นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา
๒. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน*
๓. รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ *
๔. นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์บริการเดินรถแห่งประเทศไทย จำกัด และประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ
๕. นายธนโชติ วนาวัฒน์ นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง *
๖. นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน
หมายเหตุ * อยู่ระหว่างการติดต่อ
ผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน ๑๕๐ คน
๑. สมาชิกวุฒิสภา
๒. กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ
๓. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
- ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
- ผู้แทน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
- ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย
- ผู้แทนองค์การผู้บริโภค
- ผู้แทนองค์กรสิ่งแวดล้อม
๔. กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ กลุ่มที่อยู่อาศัย
กลุ่มสมาคมผู้ค้าก๊าซและน้ำมันรายย่อย กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลาง เป็นต้น
๕. สื่อมวลชน
๖. ประชาชนที่สนใจทั่วไป
งบประมาณ
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
วัน เวลา และสถานที่จัดสัมมนา
วันพุธที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๘.๓๐¬¬ - ๑๔.๐๐ นาฬิกา ณ โรงแรมเอเชีย ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
เพื่อให้สาธารณชนได้เข้าใจและเข้าถึงข้อมูลในเชิงนโยบายและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแผนลอยตัวเชื้อเพลิงทุกประเภทของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

|