จาก พร
พุธที่ , 16/7/2551
เวลา : 10:46
IP: 58.137.169.18
อ่านแล้ว = 1933 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
ภาพสถานีบริการก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดประกาศ ก๊าซหมด ยังคงสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับผู้ใช้รถว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมก๊าซหุงต้มหายไปจากตลาด ประกอบกับกระทรวงพลังงานเอง ก็ตอกย้ำมาโดยตลอดว่าจะปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG ในภาคขนส่ง/โรงงานอุตสาหกรรม ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จนทุกคนสงสัยว่าอาจจะเกิดการกักตุนก๊าซกันขึ้น
ส่งผลให้กระแสความสนใจของผู้คนในสังคม จับจ้องไปที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำเข้าและผู้ค้าก๊าซรายใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ กำลังเล่นอะไร กันอยู่ และถูกยัดเยียดสารพัดข้อกล่าวหาว่า เป็นตัวทำให้ก๊าซขาดแคลนไปโดยปริยาย วันนี้ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. ที่ไม่ได้ออกมาแก้ตัว แต่กลับพยายามที่จะบอกผู้คนในประเทศนี้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ก๊าซ LPG ในปัจจุบัน
» ก๊าซขาด ปตท.กลายเป็นจำเลย
ผมว่า ปตท.เป็นฮีโร่มากกว่า ราคา LPG ในบ้านเรา ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนยังไม่ค่อยเข้าใจ ปตท. และ โรงกลั่นวันนี้ผลิตก๊าซหุงต้มได้ประมาณ 3 ล้านตัน รัฐบาลกำหนดให้ขาย 330 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาตลาดโลกมันอยู่ที่ 900 เหรียญแล้ว ฉะนั้นมีส่วนต่างของราคาอยู่ที่ประมาณ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อคำนวณคร่าวๆ วันนี้ ปตท. รับภาระส่วนต่างไปแล้วกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท ปตท.รับอยู่ 60-70% หรือประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท
แต่ถ้าถามผมว่า เราผลิตก๊าซ LPG ที่นี่ แต่ทำไมต้องอิงราคาตลาดโลก ก็ในเมื่อเราต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเข้ามาผ่านกระบวนการกลั่นของโรงกลั่น มันจึงจะได้ก๊าซ LPG หรือก๊าซ LPG มาจากโรงกลั่นประมาณ 40% เราต้องซื้อน้ำมันดิบที่ราคา 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลเข้ามากลั่น แต่ราคาก๊าซ LPG ถูกกำหนดไว้ให้ขายที่ 330 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือราคาเท่ากับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนที่หายไป 100 กว่าเหรียญสหรัฐ นั่นคือภาระของเรา
เดิมทีเรามองว่า รถแท็กซี่คือ ปัญหา เพราะมีอยู่ประมาณ 50,000-70,000 คัน ความจริงวันนี้ แท็กซี่กลายเป็นประชาชนส่วนน้อยไปแล้ว เพราะตามตัวเลขที่ได้มาล่าสุด (5-6 เดือนที่ผ่านมา) เรามีรถใหม่ ที่ไม่ใช่แท็กซี่ออกมาเป็น 100,000 คัน มันมีมากกว่าแท็กซี่เป็น 10 เท่า แต่แท็กซี่ก็น่าเห็นใจเพราะเขาถูกคอนโทรลด้วยค่าโดยสาร แต่รถบ้านยังมีทางเลือกเพราะ ถึงแม้ราคาก๊าซหุงต้มจะปรับขึ้นไปผมมองกันอย่างแฟร์ๆ เลยนะ สมมติว่าราคาก๊าซหุงต้มปรับขึ้นไป 3 บาท/กิโลกรัม มันก็เท่ากับว่าก๊าซที่ปั๊มขึ้นไปเพียง 1 บาท/ลิตรเท่านั้น
» ที่ก๊าซ LPG ขาดเพราะ
ปตท.นำเข้าก๊าซ LPG โดยเรือขนส่งเข้ามา 20,000 ตัน ผมอยากถามว่า เราประมาณการความต้องการใช้ก๊าซ LPG ถูกหรือไม่ในช่วงที่ผ่านมา ผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผมไม่ได้ติดตามว่ารถที่ติดตั้งระบบ LPG มันปาเข้าไปเดือนละ 100,000 คันไปแล้ว ปัญหามันมาจากมีการใช้ก๊าซ LPG เกินกว่าที่คาดคะเนกันไว้ เรายังไม่ได้ปรับสถานการณ์ ประกอบกับมีข่าวลือว่า กระทรวงพลังงานจะปรับราคาก๊าซ LPG ในภาคการขนส่ง/อุตสาหกรรมขึ้น ก็แตกตื่นแห่กันไปเติม ยังไงก็ขอเต็มถังไว้ก่อน แล้วก็บวกกับระบบจัดส่งไม่ทันตามดีมานด์ที่มันกระโดดขึ้นมา ทุกอย่างก็ชะงัก สำรองก๊าซ LPG เองตอนนี้เหลือน้อยมาก เราขายจนจะเกลี้ยงถังแล้ว ไปวัดดูได้สำรองเรามีเหลือมากหรือไม่
» หากไม่ปรับราคา LPG
ผมมองว่ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่นอน เราประเมินว่าภายในปีนี้จะต้องมีการนำเข้าก๊าซหุงต้มมากกว่า 40,000 ตัน/เดือนเท่าที่ประเมินไว้แล้ว แต่ในทุกๆ เดือนมีรถที่ติดตั้งถังก๊าซ LPG ออกมาเป็น 100,000 คัน ฉะนั้นต้องหาก๊าซเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ ที่หามาได้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาอยู่หรือไม่ หากไม่มีการดำเนินการอะไรเลย ทั้งอุตสาหกรรมก็จะแห่มาใช้ก๊าซ LPG แทนน้ำมันเตา
ต้องเข้าใจนะว่า ตัวเลขความต้องการใช้ก๊าซ LPG เราไม่ได้เสนอ แต่ทางกรมธุรกิจพลังงานเขาเสนอเข้ามาว่า มันควรจะอยู่ที่ระดับนี้ แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร ดีมานด์มันกระโดดขึ้นไปแล้ว
และที่สำคัญผมอยากจะบอกว่าตอนนี้เราคาดการณ์ดีมานด์ก๊าซ LPG ไม่ได้แล้วนะ นี่เป็นสาเหตุหลักที่ว่าตลาดก๊าซในประเทศตกอยู่ในภาวะตึงตัวเพราะดีมานด์มันโตกว่าที่คิด เมื่อเร็วๆ นี้เรายังพูดกันอยู่เลยว่า รถที่ติดตั้งถังLPG ใหม่รวมกันวันนี้อยู่ที่ 3,000-5,000/วัน ทั่วประเทศ แต่ขณะนี้เป็น 100,000 คัน จัดเป็นนิวดีมานด์
» ถ้ายอมปรับราคาขึ้นเสียแต่แรก
ความจริงผมไม่อยากให้เปรียบเทียบว่า ใครทำผิด ใครทำถูกนะ เพราะมันผิดจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง หากวันนี้บอกว่าผิดที่กระทรวงพลังงาน มันก็ผิดมาจากนโยบายของรัฐบาลในอดีต คือการรักษาระดับราคาก๊าซภายในประเทศไว้ที่ 300 เหรียญสหรัฐมานาน ในขณะที่ราคาน้ำมันมันเปลี่ยน แต่ว่าคุณไม่เปลี่ยน มันเป็นความเคยชินของผู้ใช้ พอมีคนเข้าไปแตะมันหน่อยก็เกิดผลกระทบตามมา
การปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG ตามสูตรเดิมที่วางเอาไว้ พอท้ายสุดมันอยู่ที่อิงราคาหน้าโรงแยกก๊าซที่ 60% และอิงราคาตลาดโลกที่ 40% นั้นมันก็เป็นธรรม อย่างที่ บอกว่าเรานำเข้าน้ำมันดิบเพื่อมาแยกเป็นก๊าซ แต่กลับมาขายที่ 330 เหรียญสหรัฐ มันก็เจริญ กันไปใหญ่แล้ว
ที่ผมอยากจะบอกคือ ราคาที่ตั้งไว้ 330 เหรียญสหรัฐ/ตันนั้นน่ะ มันต่ำไป แต่หากจะปรับจะมีการปรับกันอย่างไร หากจะมีการช่วยจะช่วยอย่างไร เพราะเดิมทีมันไม่มีปัญหาจนต้องนำเข้า แต่วันนี้ต้องนำเข้าก๊าซกันแล้ว หากไม่แก้ปัญหามันก็จะบาน ออกๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดใคร แต่มันเป็นปัญหาที่คาราคาซังมานานถึงแม้ปรับราคาก๊าซ LPG ให้เท่าตลาดโลก ผมก็มองว่าไม่สามารถลดการใช้ LPG ภายในประเทศลงได้ ผมพูดไปก็ถูกด่า แต่เชื่อได้เลยว่า ยอดนำเข้ามันจะปูดมาก ปูดยิ่งกว่านกกระปูดเสียอีก
» รู้ว่าราคาจะต้องขึ้น ทำไมรถยังติดก๊าซกันอีก
ใช่ มันไม่ลดแน่นอน สมมุติว่ากระทรวงพลังงงาน ประกาศตูมออกไปเลยว่าจะปรับราคาก๊าซ LPG ตามตลาดโลก หรือเท่ากับขึ้นไปอีก 20 บาท/กิโลกรัม แล้วราคาขายอยู่ที่ 40 บาท/กิโลกรัม ก็เท่ากับ 20 บาท/ลิตรเอง ฉะนั้นถามว่ารถจะเปลี่ยนไปติดตั้งก๊าซ LPG กันอีกหรือไม่ มันเปลี่ยนแน่นอน หันไปติดตั้งก๊าซ LPG กันหมด วันนี้ผมยังมองไม่เห็นว่า การใช้ก๊าซ LPG ในรถยนต์มันจะลดลงไปได้เลย
ส่วนการนำเข้าก๊าซ LPG นั้นผมถามว่า มันเป็นหน้าที่ของ ปตท.หรือไม่ ที่ต้องซื้อของแพงเพื่อมาขายถูก รายอื่นๆ ที่ขายก๊าซ LPG เหมือนกับ ปตท.ทำไมไม่กำหนดให้เขานำเข้ากันบ้าง
ในขณะที่ทุกรายมีสิทธิ์ที่จะส่งออก ก๊าซ LPG แต่การนำเข้าก๊าซหุงต้มกลับให้ ปตท.เป็นผู้รับภาระ และยังถูก ด่าว่าเป็นบริษัทที่ ผูกขาด การนำเข้า LPG อีก แบบนี้แล้วใครจะอยากนำเข้า เรื่องเหล่านี้ผมอยากให้ประชาชนเข้าใจ ปตท.ด้วย
|