จาก คนตามข่าว
อังคารที่ , 15/7/2551
เวลา : 11:15
IP: 58.137.7.102
อ่านแล้ว = 1893 ครั้ง
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน
|
คอลัมน์ เหล็กใน น.ส.พ.ข่าวสด 15 ก.ค.2551 หน้า 6
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3hNakUxTURjMU1RPT0=§ionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBd09DMHdOeTB4TlE9PQ==
เนื้อหา บทความ
บอกตรงๆ ว่ายังไม่ค่อยเข้าใจระบบคิดของผู้มีอำนาจในเมืองไทยเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะเรื่องของ "ก๊าซ"
เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นพล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน หรือนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรมว.พลังงาน รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
ที่แสดงความรังเกียจการใช้พลังงานก๊าซแอลพีจี (LPG) ในรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เสียเหลือเกิน!??
ทั้งที่จริงๆ แล้วควรจะสนับสนุนด้วยซ้ำ
เพราะแอลพีจี เป็นพลังงานสะอาดที่หาได้ในเมืองไทยจำนวนมาก
ที่ผ่านมา เราเป็นผู้ส่งออกแอลพีจีในปริมาณพอสมควร เพราะสามารถขุดได้เอง และเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมัน
จนมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่ดอก ที่ต้องนำเข้า แต่ปริมาณก็ไม่มากนักอยู่ในราวๆ 10-20% ของที่ผลิตได้เท่านั้น
ต่อให้ในอนาคตเราต้องนำเข้าแอลพีจีมากกว่าที่เป็นอยู่ แล้วจะเป็นอะไรไปเล่า!??
ก็ในเมื่อราคาแอลพีจีในตลาดโลก ต่ำกว่าน้ำมันอยู่ราวๆ 50%
ยิ่งนำเข้าแอลพีจี หรือมีคนใช้แอลพีจีมากเท่าไหร่ น่าจะยิ่งเป็นผลดีกับเมืองไทยมากเท่านั้นมิใช่หรือ!??
เพราะเท่ากับเราจะลดการนำเข้าน้ำมัน ทำให้เสียเงินตราต่างประเทศน้อยลง
ประเมินกันว่าทุกวันนี้มีรถที่ใช้ก๊าซทั้งแอลพีจี และเอ็นจีวี (NGV) ราวๆ 1 ล้านคัน และน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คิดตัวเลขหยาบๆ เอาเป็นว่ามีรถ 1 ล้านคันใช้แอลพีจีก็แล้วกัน
หากเฉลี่ยแบบต่ำๆ รถ 1 คันใช้น้ำมันวันละ 5 ลิตร รถ 1 ล้านคันเท่ากับน้ำมัน 5 ล้านลิตร
คิดราคาตลาดในเมืองไทยตอนนี้น้ำมันเบนซินลิตรละ 40 บาท (คิดแบบถูกๆ เลยนะ) เท่ากับรถ 1 ล้านคัน ใช้น้ำมันวันละ 200 ล้านบาท
หากเปลี่ยนเป็นแอลพีจี ต่อให้ลอยตัวเต็มที่ก็ไม่เกินลิตรละ 20 บาท (แต่ในข้อเท็จจริงจะคิดราคาเท่าตลาดโลกไม่ได้ เพราะก๊าซส่วนใหญ่เราสามารถหาได้ในเมืองไทย)
เท่ากับว่ารถที่ใช้พลังงานก๊าซแอลพีจี 1 ล้านคัน สามารถประหยัดเงินให้ประเทศไทยวันละ 100 ล้านบาท
และเงินวันละ 100 ล้านบาท ก็จะหมุนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของไทย
มันไม่ดีกว่าจะนำเงินจำนวนนี้ส่งไปให้พวกตะวันออกกลาง หรือไปอยู่กับบริษัทค้าน้ำมันบางแห่งดอกหรือ!??
ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่มองในมุมนี้บ้าง
เอาเถิดทางหนึ่งเข้าใจว่าอยากบีบให้คนหันมาใช้เอ็นจีวี จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่จริงๆ แล้วควรจะหนุนให้ใช้ก๊าซทั้ง 2 ประเภทมิใช่หรือ
หากอยากให้คนหันมาใช้เอ็นจีวี ก็ทำให้มันดีใกล้ๆ กับแอลพีจี ไม่ว่าจะเป็นราคาติดตั้ง หรือสถานีบริการ เชื่อว่าคนก็จะหันมาเอง
ส่วนการแก้ปัญหาก๊าซในครัวเรือนที่ราคาอาจจะแพงขึ้นไป เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องหาทางแก้ที่เหมาะสม
แต่ไม่ใช่บอกให้เจ้าของรถยนต์ หรือโรงงานเลิกใช้แอลพีจี แบบที่ผ่านๆ มา
เพราะนั่นมิใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการปัดปัญหาให้พ้นตัวมากกว่า!??

|