ทำไม่ปตท.ไม่เน้นส่งออก NGV แทน LPG

จาก stoonim
124.121.156.232

ศุกร์ที่ ,25/7/2551
เวลา : 16:35

อ่านแล้ว = 0 ครั้ง
แจ้งลบกระทู้ แจ้งลบกระทู้
       ไม่ทราบจริงๆครับว่าทำไม ปตท.ไม่คิดสนับสนุนการส่งออก NGV แทน LPG ครับ? ใครทราบช่วยตอบด้วยครับ



 จาก Got B14(gotzilla27)
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 16:49

 IP :
124.120.145.90
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 1
       เพราะ NGV มันไม่มีใครซื้อหละครับ


 จาก คนคอนหวัน
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 17:01

 IP :
118.172.175.146
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 2
       นานา..ประเทศ..มาน...ม่าย..มีใครเขาใช้กันหรอกครับ


 จาก มั่ว
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 17:58

 IP :
203.172.165.210
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 3
       เอเท่าที่อ่านเจอ เขาก็กำลังส่งเสริมอยู่นา


 จาก มั่วสุดๆ เลยเรา
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 19:25

 IP :
203.158.118.14
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 4
       ต้นทุนสูงครับ
ต้องทำ CNG ให้เป็น LNG ซึ่งต้องใช้พลังงานมหาศาลในการทำก๊าชให้เป็นของเหลว
ใช้ความเย็นให้โมเลกุลมันชิดกันแล้วอัดเป็นของเหลว


 จาก อ่อนด๋อย(kaiouuy)
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 20:07

 IP :
125.24.254.152
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 5
       ใครเขาจะซื้อ ค่าความบริสุทธิของแก็สที่ ปตท.ผลิตมันไม่ได้มาตรฐาน มันเลยหลอกขายให้คุณใช้งัย


 จาก Rin
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 23:20

 IP :
58.64.107.39
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 6
       เพราะว่ามันขนส่งลำบาก ปกติใช้ท่อส่ง เพราะแรงดันมันสูงถังต้องหนาเก็บได้น้อยครับ


 จาก ......
 ศุกร์, 25/7/2551
 เวลา : 23:53

 IP :
58.9.80.9
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 7
       เพราะต่างประเทศเขามีใช้กันเกือบจะทุกประเทศครับ ส่วนใหญ่จะเป็นแก๊สหุงต้ม


 จาก ฒ
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 00:30

 IP :
203.158.178.12
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 8
       ปตท. ไปทำสัญญาซื้อ CNG จากพม่า จนเหลือเฟือ ( ตาล่อ ) ใช้ไม่ทัน ซึ่งจะใช้หรือไม่ใช้ต้องจ่ายตาง ( มันฉลาดมาก ) เมื่อจ่ายตังไปแล้วแต่ไม่รู้จะใช้ที่ไหน จะเผาทิ้งก็กระไร เลยต้องเอามาขายประชาชนในราที่แพงมาก ( ปกติถ้าไม่มีใครซื้อเลยก็ต้องเผาทิ้ง หรือไม่ก็จ่ายตังโดยไม่ต้องรับแก๊ส ) เวรกรรมของประเทศชาติและประชานชาวไทยจริง ๆ

แม้แต่น้ำตางทราย ซื้อมากินซัก กิโล จ่ายตังแพงค่าน้ำตาลที่ซื้อมายังไม่พอ ยังต้องจ่ายตังให้ชาวโลกอีกหลายบาทซึ่งชาวโลกผู้นั้นไม่รู้เป็นใคร แต่น่าจะรวยกว่าคนไทยตาแดง ๆ เป็นกองสองกองแน่เลย


 จาก ddd
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 01:05

 IP :
202.91.18.204
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 9
       ตาม #4 ครับ จริงๆมีหลายประเทศที่สนใจอยู่ แต่ต้นทุนในการส่งกับวิธีการมันยุ่งยากมาก การขนส่งที่ดูจะสะดวกกว่าการลดอุณหภูมิให้เป็น LNG แล้วค่อยส่ง คือการส่งตามท่อเอา ก็จะมีข้อจำกัดในระยะทางครับ

ยังไงการส่งทางท่อก็มีต้นทุนในเรื่องการวางท่อตอนแรกอยู่ดี


 จาก queencab
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 08:25

 IP :
117.47.199.93
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 10
       ส่งออกไปขายใครล่ะครับ


 จาก นายพลตู้(stoonim)
 เสาร์, 26/7/2551
 เวลา : 11:08

 IP :
124.121.147.184
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 11
       เอ้! ถ้าอย่างนั้น ทำไม ปตท. ไม่เก็บ LPG ไว้ใช้ภายในประเทศ ส่งไปขาย มหามิตรอย่างกัมพูชาทำไม่ งง.
ขออภัยที่ถามโง่ๆ


 จาก 124
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 10:03

 IP :
118.175.152.168
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 12
       เอ้า ก็ซื้อเขามาจากพม่า แล้วจะเอาไปขายใครอีกล่ะ ขายได้แต่คนไทยเท่านั้นแหละ


 จาก คนไทย
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 10:22

 IP :
210.86.128.161
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 13
       สัมพันธ์ลึก-ผลประโยชน์ลงตัว ปราสาทพระวิหาร-ทักษิณ-อัลฟาเยด-ปตท.






เครือข่าย 'ทักษิณ' ไม่เพียงแต่เป็นเชื้อชั่วที่ยังไม่ตาย แต่ยังเป็นเชื้อร้ายที่แข็งแรงคอยทำร้ายประเทศไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่อง 'น้ำมันแพง' และ 'ปราสาทพระวิหาร' ที่กลายเป็นเรื่องสมประโยชน์เติมพลังให้เครือข่ายทักษิณอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ขณะเดียวกันคนไทยทั้งประเทศต้องสูญเสียและเจ็บปวดกับความรู้สึกที่ว่า

'คนไทยทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง'

น้ำมันแพงทำให้คนไทยน้ำตาเล็ด เพราะข้าวของแพง แต่กลุ่มคนเครือข่ายทักษิณ ตั้งแต่เพื่อนต่างชาติอย่าง 'โมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด' เจ้าของห้างสรรพสินค้า แฮร์รอดส์ เพื่อนสนิททักษิณ กุนซือ และลิ่วล้อในคราบของผู้บริหารกิจการด้านพลังงาน และธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท. กลับเริงร่ากับเม็ดเงินกำไร รายได้ เงินเดือน หุ้นและโบนัส และยิ่งคนไทยเสี่ยงต้องเสียดินแดนในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแล้ว เครือข่ายของทักษิณยิ่งมีโอกาสร่ำรวยมากขึ้นจากบ่อน้ำมันและก๊าซในกัมพูชา

เรื่องราวเหล่านี้เกี่ยวพันกันอย่างทับซ้อน ลึกซึ้ง และเนิ่นนาน ด้วยผลประโยชน์ร่วมกันอย่างลงตัว

น้ำมัน-ก๊าซล้นกัมพูชา

นิตยสาร Positioning ฉบับเดือนกรกฎาคม 2008 รายงานไว้ว่า แหล่งน้ำมันและก๊าซของประเทศกัมพูชายังมีอีกจำนวนมาก ตามรายงานที่เปิดแผยโดย TE DUONG TARA ผู้อำนวยการ Cambodian National Petroleum Authority เมื่อ 2 ปีก่อนระหว่างการประชุมว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยีปิโตรเลียมของอาเซียนครั้งที่ 4 ปรากฏแผนที่ประเทศกัมพูชาที่มีการสำรวจแหล่งพลังงาน พบแหล่งก๊าซ และน้ำมันทั้งบริเวณนอกชายฝั่งและชายฝั่งของประเทศ รวมทั้งทะเลสาบโตนเลสาบ ใจกลางประเทศกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมากัมพูชาได้เปิดให้ต่างชาติเข้าไปสำรวจขุดเจาะพื้นที่นอกชายฝั่งในอ่าวไทยแล้วบางส่วน เช่น เชฟรอน และไทยโดย ปตท.สผ. บริษัทลูกของ ปตท. โดยมีข้อตกลงที่ลงตัว แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่

นอกจากนี้ ยังปรากฏชัดว่ามีแหล่งน้ำมันบริเวณชายฝั่ง จังหวัดเกาะกง พื้นที่เป้าหมายที่ทักษิณจะไปลงทุนพร้อมกับโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด อย่างที่ พลเอกเตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กัมพูชา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยว่า ทักษิณจะลงทุนธุรกิจพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติในกัมพูชา หลังจากที่ได้หารือกับ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเรียบร้อยแล้ว เป็นขั้นตอนต่อจากที่ไทยให้ความช่วยเหลือกัมพูชามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ในการสร้างถนนหมายเลข 48 ที่เชื่อมต่อการเดินทางจากชายแดนไทย เกาะกง ไปยังพนมเปญให้สะดวกขึ้น ซึ่งการเปิดถนนยังมี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะน้องเขยของทักษิณ ร่วมพิธิเปิดอีกด้วย

และที่เกาะกงนี้ ยังมีแหล่งพักผ่อน รีสอร์ตดังอย่าง สีหนุวิลล์ เป็นจุดขาย อีกในปัจจุบัน

ทักษิณ-อัลฟาเยด-ปตท.สผ.

ทักษิณและกัมพูชากำลังพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ด้านพลังงาน นับเป็นการขึ้นมายืนอยู่หน้าฉากอย่างชัดเจนของทักษิณ หลังถูกรัฐประหารออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

ทักษิณไม่ได้เริ่มธุรกิจพลังงานนี้จากศูนย์อย่างแน่นอน เพราะความร่วมมือกับอัลฟาเยดอย่างที่บิ๊กกัมพูชาให้สัมภาษณ์นั้น คงไม่จบที่การพัฒนาเกาะกงให้เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เท่านั้น เพราะอัลฟาเยดหากินกับอ่าวไทยและคนไทยมานาน ผ่าน ปตท.สผ. บริษัทลูกของ ปตท.

ย้อนหลังเมื่อธันวาคม 2542 สื่อต่างชาติอย่างน้อย 2 แห่ง ที่ยังสามารถสืบค้นข้อมูลได้ทางเครือข่ายออนไลน์ คือ Asian Economic News และนิตยสาร Offshore ลงข่าวพร้อมเพรียงกัน ว่า

'หลังจากโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยดจัดตั้ง บริษัท แฮร์รอดส์ เอเนอร์ยี (Harrods Energy) ก็ได้สิทธิสำรวจน้ำมันใน 4 แปลงขุดเจาะในอ่าวไทย คือ B2/38, B11/32, B11/38 และ B12/32 ห่างจากชายฝั่งระยอง 150 กิโลเมตร โดยมีศักยภาพในการขุดเจาะน้ำมันวันละ 8,000 บาร์เรล ซึ่งในการสำรวจขุดเจาะครั้งนั้น Harrods Energy ถือหุ้น 50 เปอร์เซ็นต์ในการลงทุนสำรวจขณะที่ ปตท.สผ. ถือหุ้น 50 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ'

นิตยสาร Positioning ยังรายงานด้วยว่า แฮร์รอดส์ เอเนอร์ยี เปลี่ยนชื่อเป็นเพิร์ลออยล์ในเวลาต่อมา มีบริษัทในไทยรวม 8 บริษัท โดยผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัทที่จดทะเบียนในบริติชเวอร์จิ้น

การเข้ามาของอัลฟาเยด อาจไม่ง่าย หากไม่มีเทคโนแครต เสนาบดีของไทยกรุยทาง นี่คือผลพวงที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงองค์กรที่กลวง จนทำให้กลุ่มคนที่ต้องการหาประโยชน์เข้ามาได้อย่างง่ายดาย และเป็นเวลานาน โดยเฉพาะ ปตท. หน่วยงานที่เคยเป็นความหวังของคนไทยด้านพลังงาน

ไม่ผิดหาก ปตท. จะกำไร และมีเป้าหมายอย่างที่ ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ซีอีโอของ ปตท. ตั้งเป้าหมายให้ ปตท. เป็นบริษัทข้ามชาติภายในปี 2555 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 94,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปี 2550 ที่มีรายได้ 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และตั้งแต่ปี 2555 รายได้เพิ่มอีกปีละ 8 เปอร์เซ็นต์ จนในปี 2563 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 176,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับความเป็นบริษัทชั้นนำ ติดอันดับ 100 บริษัทของฟอร์จูนภายในปี 2555 จากเมื่อปี 2550 ปตท. อยู่ในอันดับ 207

บิ๊ก ปตท. รวยล้น

เมื่อบริษัทร่ำรวยย่อมทำให้ผู้บริหารที่มาทำงานที่นี่ร่ำรวยไปตามกัน รายงานประจำปีของ ปตท. ระบุชัดเจนถึงผลตอบแทนทั้งโบนัส เงินเดือนที่บอร์ด ปตท. ได้รับ และผู้บริหารที่ร่ำรวยจากหุ้น

เฉพาะบอร์ดกว่า 10 คน ได้เบี้ยประชุม โบนัส เฉพาะที่ทำงานให้ ปตท. เท่านั้นรวมกันถึง 42 ล้านบาทโดยมี โอฬาร ไชยประวัติ ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยชินวัตร และประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ สุชาติ ธาดาธำรงเวช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของนายกรัฐมนตรี (ทักษิณ) ได้รับสูงสุดคนละกว่า 3 ล้านบาท

สำหรับผู้บริหารระดับสูงของ ปตท. ตั้งแต่ระดับกรรมการผู้จัดการใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เงินเดือน โบนัส รวมประมาณ 74 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารที่มีหุ้นมากสุดคือ จิตรพงษ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจสำรวจ ผลิต และก๊าซธรรมชาติ ณ 31 ธันวาคม 2550 มีหุ้นเหลืออยู่ 175,830 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 65,408,760 บาท เฉพาะประเสริฐที่วันนี้เจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีหุ้นแล้ว แต่หากย้อนหลังไปเมื่อปี 2548 เขาได้หุ้น ESOP เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548 จำนวน 243,000 หุ้น (บันทึกราคาที่ 0.00 บาท) และ 1 ปีให้หลังได้โอนออก 60,700 หุ้น และ 29 กันยายน 2549 ได้อีก119,000 หุ้น จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 ได้ขายออกครั้งละ 5,000 หุ้นบ้าง 60,000 หุ้นบ้าง ในราคาเฉลี่ย 330-370 บาท จนล่าสุดเมื่อ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ได้ ESOP อีก 87,000 หุ้น

นี่คือความร่ำรวยของ ปตท. ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าเป็นธรรมหรือไม่ที่รายได้มากมาย มาจากความลำบากของประชาชนคนไทย เพราะการผูกขาด และการคิดราคาน้ำมันอย่างไม่เป็นธรรม

น้ำมันแพงตามสูตรสิงคโปร์

ปตท. ผูกขาดธุรกิจโรงกลั่นทั้งหมด 5 โรงจากที่มีอยู่ทั้งหมด 7 โรง คิดเป็นกำลังการผลิตกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศต้องซื้อจากโรงกลั่นในเครือของ ปตท. โรงกลั่นที่ต้องการกำไรทำให้ ปตท. อ้างอิงราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ที่เป็นแหล่งซื้อขายและปั่นราคาน้ำมันที่คิดล่วงหน้า 1-2 เดือน ทั้งที่โรงกลั่นซื้อน้ำมันดิบส่วนใหญ่จากตะวันออกกลางและบางส่วนจากในประเทศไทย

แม้จะมีเสียงคัดค้านว่าไม่จำเป็นต้องอ้างอิงราคาสิงคโปร์ แต่ ปตท. ก็พยายามชี้แจงว่าจำเป็นเพราะเป็นไปตามการคิดราคาในกลไกของตลาดโลก แม้จะฟังไม่ขึ้น แต่ ปตท. ก็ยังคงเดินหน้าคิดราคาน้ำมันที่ยึดราคาสูงเป็นที่ตั้ง นอกเหนือจากภาษีต่างๆ และค่าขนส่งหลายส่วนมาประกอบกันจนแพงอย่างที่ต้องจ่ายกัน

ราคาหน้าโรงกลั่น=ราคานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ (Import parity Price) ที่มาจากราคาน้ำมันจรในตลาดจรที่สิงคโปร์ (FOB)+ค่าขนส่ง+ค่าประกันภัย+ค่าจัดเก็บน้ำมัน+ภาษีศุลกากรนำเข้า

ค่าการตลาด=ค่าสารปรับปรุงคุณภาพ+ค่าขนส่ง+ค่าส่งเสริมการตลาด+ค่าผลตอบแทนในการดำเนินธุรกิจ

ในที่สุดปัญหาจากราคาน้ำมันแพง ไม่ใช่เพราะตลาดโลกหรือเพราะตลาดสิงคโปร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะประเสริฐได้เฉลยออกมาด้วยตัวเองว่าเพราะ ปตท. ต้องกำไรและ ปตท. อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

'อยู่ที่ว่าสังคมไทยอยากให้ ปตท. เป็นยังไง และวันนี้ ปตท. ก็อยู่ในตลาดฯ (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ก็อยู่ที่สังคมไทยว่าอยากให้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือเปล่า ผมเป็นผู้บริหาร เป็นพนักงาน ปตท. ผมก็อยากทำอะไรให้ดีที่สุดแก่ทุกฝ่าย และสอดคล้องกับแนวทางที่ทั่วโลกทำกัน ถ้าเผื่อว่าเราซึ่งเป็นประเทศ Net Import Country มาบิดเบือนโครงสร้างราคาและเราต้องนำเข้า ประชาชนก็ไม่รู้จักประหยัด เราก็ต้องไปเอาก๊าซหุงต้มเข้ามาแล้ว เราต้องอุดหนุน สุดท้ายจะเอาเงินมาจากไหน ปตท. ก็อุดหนุนไปหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ถ้าเอา ปตท. เป็นหน่วยอุดหนุน ปตท. ก็ต้องไปเป็น Non Profit Organization ก็อย่าให้ ปตท. เป็นบริษัทอยู่ในมหาชน ก็เอา ปตท. ออกจากตลาดฯ ปตท. ก็จะเป็นเหมือนรัฐวิสาหกิจที่จะไม่สามารถสนองนโยบายรัฐได้เหมือนในบางรัฐวิสาหกิจ'

ณ วันนี้เค้าลางที่คนไทยจะต้องลำบากต่อไปกับราคาพลังงานที่แพงขึ้นกำลังชัดขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นก๊าซ แอลพีจี เอ็นจีวี และแม้แต่อี 85 ก็กำลังถูกครอบงำด้วยกลุ่มทุนที่มีรากฐานมาจากธุรกิจที่ต้องการกำไรเป็นที่ตั้งทั้งสิ้น และที่สำคัญคือการผูกขาดโดย ปตท.

กลุ่มทุนฮุบ E85-LPG-NGV

ไม่ว่าจะเป็น E20 หรือ E85 คือหนทางทำให้คนไทยได้ใช้น้ำมันถูกขึ้น เพราะมันเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่นำเอทานอลมาผสมน้ำมันเบนซิน ซึ่งเอทานอลมาจากพืชและมันสำปะหลัง

โรงงานเอทานอลขนาดใหญ่ ล้วนมาจากทุนระดับบิ๊ก ไม่ว่าจะเป็นของค่ายเบียร์ช้างที่เปิดเผยตัวชัดเจน และยังมีเครือข่ายที่ไม่เปิดเผยตัวชัดเจน ทั้งกลุ่มเบียร์สิงห์ กลุ่มคอมลิงค์ ตัวแทนและกลุ่มของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จนมาถึงกลุ่มเทมาเส็กที่ยอมจ่ายเงินให้ทักษิณ 73,000 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นชินคอร์ป

เช่นเดียวกับธุรกิจก๊าซที่ต้องยกให้ว่าเป็นลับ-ลวง-พรางฉบับ ปตท. และเครือข่ายทักษิณที่แนบเนียน เพราะผู้เล่นในตลาดก๊าซ LPG ที่รับช่วงจาก ปตท. ไม่ว่าจะเป็นสยามแก๊สหรือเวิลด์แก๊สล้วนก๊วนเดียวกัน

สยามแก๊ส หรือ สยามแก๊สแอนด์ปิโตรเคมีคัลส์ ที่กำลังเข้าตลาดหุ้นในเร็ววัน ก็พบชื่อ พลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก ลูกพี่ลูกน้องของอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นประธานกรรมการ ส่วน เวิลด์แก๊ส นั้นถือหุ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์โดย ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น ที่รุ่งเรืองจากธุรกิจก๊าซ และถังก๊าซ จนเข้าตลาดหุ้นได้ในช่วงรัฐบาลทักษิณ มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือคนใน ตระกูลลาภวิสุทธิสิน อดีตนายทุนของพรรคไทยรักไทย

นี่คือเครือข่ายที่น่าสะพรึงกลัว เพราะก่อนแปรรูป ปตท. รัฐบาลใช้นโยบายตรึงราคาก๊าซหุงต้ม ขายถังละ 160 บาท หลังเข้าตลาดฯ ราคาเพิ่มมาเป็นถังละ 290-300 บาท

จึงไม่แปลกหาก ปตท. จะเดินหน้าแยก LPG เป็น 2 ราคา เพราะบรรดาโบรกเกอร์ทั้งหลายต่างวิเคราะห์หุ้น ปตท. ว่า ราคาต่ำของ LPG เป็นปัจจัยกดดัน ปตท. ในเชิงสร้างกำไร เนื่องจากปัจจุบันรัฐมีการควบคุมราคาขาย LPG ในประเทศ 315 เหรียญต่อตัน ขณะที่ราคาส่งออกในตลาดโลกสูงถึง 800 - 900 เหรียญต่อตัน ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ปตท. มียอดส่งออก LPG 8.9 พันบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากปี 2549 ถึง -51.8 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีการใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้น

นี่จึงเป็นนัยสำคัญว่าทำไมจึงต้องดันราคา LPG ในประเทศให้สูง โดยตั้งราคา 2 มาตรฐานเพื่อตรึงราคาภาคครัวเรือนเพื่อรักษาความนิยมของรัฐบาลต่อไป ขณะที่ลอยตัวราคาภาคขนส่งและอุตสาหกรรมจะ ช่วยลด Demand ของ LPG ในตลาดรถ เพื่อให้ปริมาณ LPG เหลือมากพอให้ ปตท. ส่งออกทำกำไรได้มากยิ่งขึ้นกว่าเงินที่ได้รับจากการชดเชยกองทุนน้ำมัน และยังเป็นเครื่องมือช่วย ปตท. ครองตลาดก๊าซเพื่อยานยนต์ด้วย NGV แต่เพียงผู้เดียว ไม่ต่างจากการ'ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว

ตราบเท่าที่ ปตท. ยังสามารถซื้อสื่อและสร้างภาพด้วยงบโฆษณาพีอาร์และซีเอสอาร์ ปีหนึ่งหลักพันล้านบาท ผนวกเข้ากับเชื้อทักษิณและการผูกขาดของ ปตท. และกลุ่มทุนที่เหนียวแน่น คนไทยคงต้องลำบากกับน้ำมันและก๊าซที่ถูกปั่นราคาไปอีกนาน

******************

LPG หรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว มาจาก 2 แหล่ง คือการกลั่นน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมันและการแยกก๊าซธรรมชาติ จึงถือเป็นผลพลอยได้สุดๆ โดยมีต้นทางมาจาก ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) บริษัทในกลุ่ม ปตท.

นอกจากนี้ ยังให้สัมปทานขุดเจาะ 30 ปีในอ่าวไทย และบางแปลงมีพื้นที่คาบเกี่ยวไทย-กัมพูชา แก่บริษัท เชฟรอน สำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งร่วมทุน 16 เปอร์เซ็นต์ ในโครงการอาทิตย์ของ ปตท.สผ. อีกด้วย โดยเชฟรอนผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวได้ 47,147 บาร์เรลต่อวัน นอกเหนือจากผลิตก๊าซธรรมชาติ 1,668 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และน้ำมันดิบ 85, 387 บาร์เรลต่อวัน โดยส่งต่อก๊าซธรรมชาติทั้งหมดให้ ปตท. ที่เชฟรอนแจ้งว่า 75 เปอร์เซ็นต์นำไปผลิตกระแสไฟฟ้า 25 เปอร์เซ็นต์เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเคมี

ดังนั้น เมื่อแยกก๊าซเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งจะใช้เป็นวัตถุดิบผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะที่ ปตท. ครองตลาดก๊าซธรรมชาติ NGV แต่เพียงผู้เดียวและใช้กับตลาดยานยนต์เท่านั้น โดย ปตท. ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 60,000 ล้านบาท แต่ยังอยู่ในภาวะขาดทุนสะสมกว่า 6,000 ล้านบาท

ส่วนที่เป็นก๊าซเหลว LPG นั้น นอกจาก ปตท. จะขายปลีกมีส่วนแบ่งตลาดรวม 45 เปอร์เซ็นต์ยังขายส่งให้บริษัทก๊าซ โดยมีสยามแก๊สแอนด์ปิโตรเคมีคัลส์และเวิลด์แก๊สเป็นยักษ์ใหญ่รองจาก ปตท. ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์และ 21 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ



 จาก khonthai_I(khonthai_i)
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 10:23

 IP :
210.198.87.234
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 14
       1.ไม่มีใครเอา
2.ส่งไปไม่คุ้ม


 จาก c
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 11:08

 IP :
203.154.236.195
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 15
       13 คิดนานไหมครับ แต่งเรื่องทำลายประเทศชาติเก่งเนอะ


 จาก Chone
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 11:38

 IP :
61.91.240.114
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 16
       คต15 อ่านนานไหมครับ กว่าจะใช้ปลายหัวแม่เท้าคิด จึงตอบออกมาเช่นนี้


 จาก Jack KE70(48132611)
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 12:47

 IP :
125.26.129.196
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 17
       NGV ในประเทศมีปริมาณน้อย ส่งออกไม่คุ้มค่าขนส่ง


 จาก สุรชัย
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 14:55

 IP :
58.147.71.2
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 18
       ขนส่งลำบากครับ ต้นทุนสูงมากๆ ยกตัวอย่างถังติดรถ LPG กับ NGV ต้นทุนถังราคามันผิดกัน แล้วเอ็นจีวีมันขนไปได้น้อยไม่คุ้มทุน ลองคิดดูสิครับเรื่อขนแก๊สแอลพีจี กับเรือขนเอ็นจีวี ปตท.มันก็เลยเอามาขายในประเทศดีกว่า เพราะไม่ต้องเสียค่าขนส่งไกล ไม่งั้นส่งขายเอ็นจีวีออกนอกประเทศนานแล้ว คงไม่เอาไปเผาทิ้งที่ปล่องแบบสมัยก่อน


 จาก ไท
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 16:31

 IP :
202.44.7.70
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 19
       ในประเทศไม่พอใช้จะเอาที่ไหน ส่งออกครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศเราเป็นการค้าเสรี กระทรวงพลังงาน ได้เปิดกว้างให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกรายมีสิทธิ์ที่จะนำเข้าก๊าซแอลพีจี และควรช่วยเหลือประเทศในยามที่เกิดภาวะวิกฤตพลังงาน เพื่อให้มีก๊าซแอลพีจีเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ดังนั้นผู้ค้ามาตรา 7 ทุกบริษัทควรนำเข้าก๊าซแอลพีจีเพื่อดูแลลูกค้าของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ ปตท. นำเข้าแทนแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งไม่เป็นธรรมแก่ ปตท. ที่จะต้องมาแบกภาระให้กับลูกค้าของผู้ค้ามาตรา 7 ซึ่งมีจำนวนสถานีบริการจำหน่ายก๊าซแอลพีจีมากที่สุด ไม่นับรวมถึงลูกค้ารายอื่นๆ ของผู้ค้ามาตรา 7 (ทั้งประเทศมีปั๊ม 444 แห่ง เป็นของ ปตท.เพียง 27 แห่ง เท่านั้น) การที่ให้ ปตท. รับภาระจากต้นทุนที่สูงขึ้นแทนประมาณกว่า 600 เหรียญสหรัฐต่อตัน
อนึ่ง นับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน ปตท.นอกจากช่วยรับภาระแทนผู้บริโภคในส่วนที่ไม่ได้ปรับราคาน้ำมันขายปลีกขึ้นตามต้นทุน เป็นเงินกว่า 6,000 ล้านบาท และรับภาระขาดทุนจากการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวีต่ำกว่าต้นทุนแทนประชาชนประมาณกว่า 5,000 ล้านบาท แล้ว ปตท. ยังต้องรับภาระในส่วนของก๊าซแอลพีจีอีก รวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท อีกด้วย ซึ่งหากประชาชนยังคงใช้ก๊าซแอลพีจีในปริมาณที่สูงมากเช่นนี้ ปีหน้าคาดว่าไทยคงต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจีจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน จึงขอให้ทุกฝ่ายใช้เชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับพาหนะและการใช้งาน รวมทั้ง คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย


 จาก ไท
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 16:33

 IP :
202.44.7.67
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 20
       ที่ไปทำสัญญาท่อก๊าซพม่าผิด/ถูก จุดประสงค์ก็คือนำNGVมาเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าเป็นหลัก ผลพลอยได้คือค่าไฟคงที่ ถ้าไม่มีการทำสัญญาไว้อย่างนี้ จะใช้น้ำมันเตา
ลิตรละ 16 บาทมาผลิต หรือHSD ลิตรละ 39 บาท ถ้าค่าไฟแพงก็คงไปด่าเขาอีก นำ NGV จาก พม่า/มาเลย์ เพื่อผลิตไฟฟ้าและส่วนหนึ่งเข้าโรงแยก+อ่าวไทย แยกเป็น C3C4 LPG มาใช้
แต่บ้านเรามีปัญหาเพราะเราเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน NGVมันถูกและเหลือจึงเอามาส่งเสริม
ก็เท่านั้น ทำอยู่เจ้าเดียวก็เลยกลายเป็นผูกขาด เพราะไม่มีเอกชนรายไหนสนใจทำธุรกิจที่ไม่มีกำไร
ถ้าเขาฉลาดอย่างคุณว่าก็ไม่ต้องเอาก๊าซจากพม่า/มาเลย์ คนจะแย่งกันใช้ LPG กันหมด
พวกคุณก็เดือดร้อน ต่อแถวเติม/ก๊าซ LPGขาดตลาด อ้าวแล้วในประเทศเรามีก๊าซตั้งเยอะ
ใช้มากก็มีวันหมด ตอนนี้เราก็นำเข้ามาแล้ว LPG หรือชื่อสามัญ Propane Buetane
ดูใน Web กรมศุลก็มีนำเข้า นำเข้าซื้อราคา 800-900 เหรียญ มาขายประมาณ 300-380 เหรียญ
ได้กำไรตรงไหน ถ้ามันกำไรจริง เวิลแกส สยามแกส หรือ ปิคนิค ผุ้ค้ามาตรา 7 ทำไมไม่นำเข้า
เพราะมันไม่ได้กำไร ที่หน่วยงานที่คุณด่าเขานำเข้าและยอมขาดทุนเพราะรัฐสั่งเป็นพลังแห่งชาติ
เลยต้องทำ จะว่าเป็นพวกเดียวกับ ปตท. ก็ช่างไม่เป็นไร แต่อยากให้ศึกษาหาข้อมูลเหตุผลบ้าง
เอ้ออีกอันหนึ่งถ้าไม่พอใช้ในประเทศทำไมต้องส่งออก เวลาส่งออกเป็น LPG นำเข้าเป็น
Propane Buetane ก็หาว่ามันโกหก หลอกลวง ความจริงส่งออกเป็นถัง 15 กก/48 กก เฉพาะ
ลาว/กัมพูชา/มาเล/เวียดนาม เพื่อนบ้านที่เขามีหนังสือร้องขอผ่านรัฐบาล ไม่ได้ส่งออกเป็นเนื้อก๊าซ
เหมือนตอนนำเข้าจึงระบุว่าส่งออกเป็น LPG


 จาก ไทเป็นไทยหัวใจไทย
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 16:35

 IP :
202.44.7.70
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 21
       เอาราคา LPG เพื่อนบ้านมาให้ ดู อยากนำเสนอมีโลโก้ด้วย คงคิดว่าทำเพื่อปกป้องหรือเห่าแทนอย่างที่เคยด่านะ
เอาเลย ผมมีความคิดเห็นไม่เหมือนที่คุณคิด หยาบแค่ไหนด่าเลย ผลกรรมนี้มันจะกลับสนองที่คุณด่าเอง




 จาก เบื่อว่ะ
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 21:08

 IP :
125.27.12.13
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 22
       13 คุณเป็นพวก นปก หรือเปล่า ข้อมูลอย่างนี้ยังไปหาว่าเขายกเมฆ


 จาก เบื่อว่ะ
 อังคาร, 29/7/2551
 เวลา : 21:16

 IP :
125.27.12.13
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 23
       ขอโทษพิมพ์ผิด 15 ไม่ใช่ 13


 จาก karn(karn)
 พุธ, 30/7/2551
 เวลา : 09:07

 IP :
203.170.231.232
แจ้งลบ แจ้งลบคำตอบ

 คำตอบที่ 24
       คำตอบที่ 13 คิดได้ไงขำๆนะครับ ถ้าเขมร มันมีน้ำมันมากๆ มันคงไปหาเงินมาทำบ่อน้ำมันให้รวยไปอีร่าน ไปแล้วละครับ ไม่ต้องรอให้ใครมาช่วยลงทุนหลอกครับ
ที่สำคัญประเทศนี้ใครกล้าไปลงก็บ้าแล้ว เพราะทำอะไรพอรุ่งก็ยึดเป็นของรัฐ

คำตอบที่ 19 ผมพอจะเชื่อว่าเป็นความจริง NGV ตอนนี้เราต้องนำเข้าแล้ว ถ้ามันเหลือจริงตามปั้มต่างๆคงไม่มีปัญหา NGV หมดหลอกครับ ทำปั้มมาแล้วไม่มี NGV ขาย เจ้าของปั้มมันคงไม่ยอมอยู่เฉยๆหลอกครับ

ส่วน LPG ดูข่าวมื่อคืนก็ว่าต้องนำเข้าแล้ว อันนี้ไม่ขอวิจารณ์ว่าจริงหรือไม่
แต่จะบอกว่าถ้าขึ้นราคาไปกิโลละ 37 บาทหรือลิตรละเกือบ 20 บาท ก็ยังรับได้ครับ เพราะผมติด LPG มาตั้งแต่ราคาครึ่งหนึ่งของน้ำมัน ตอนนั้นน้ำมัน 17 บาท LPG 8 บาท ดั้งนั้นตอนนี้น้ำมัน 40บาท LPG จะเป็น 18-20 บาทก็ Ok อย่างน้อยก็ต่ำว่าครึ่งหนึ่งของน้ำมันครับ

ตอบคำถาม
รูปภาพ :
นามสกุล GIF/JPG เท่านั้น
  จำกัดขนาดไม่เกิน 100K
คำตอบ :  

  ชื่อ :
   


 
สงวนลิขสิทธิ์ ข้อความ บทความ ภาพถ่าย โดย GasThai.Com คลิ๊กที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
Copy Right © Gasthai.com December 2005  :::  ไทยแลนด์เว็บออนไลน์ดอทคอม ::: Email : webmaster@gasthai.com View My Stats ติดต่อโฆษณา